<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>DMC Blog</title>
	<atom:link href="http://www.dmc.tv/blog/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dmc.tv/blog</link>
	<description>DMC The Only One</description>
	<pubDate>Wed, 02 Dec 2009 07:39:58 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>นาฬิกา &#8230; ชีวิต</title>
		<link>http://www.dmc.tv/blog/?p=558</link>
		<comments>http://www.dmc.tv/blog/?p=558#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Dec 2009 07:39:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Little Star</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Little Star]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dmc.tv/blog/?p=558</guid>
		<description><![CDATA[ 

สวัสดีค่ะ วันนี้ดาวดวงน้อย มาออดอ้อน ขอความสงสาร ..ป่วยอ่ะค่ะ  มีอาการรู้สึกเจ็บคอ น้ำมูกไหล ปวดศรีษะเป็นอาการเริ่มต้นของความไม่สบายกาย ซึ่งมาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัว อาจจะมีสาเหตุมาจากอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ก็เป็นได้ &#8230; ทำให้คิดบางสิ่งขึ้นมาจึงนำมาถ่ายทอดให้ฟังหน่อยน๊า
เหตุเกิด ณ บ้านของดาวดวงน้อยค่ะ วันที่ป่วย แสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนทำให้ตื่นขึ้น อาการปวดหัวเริ่มลดน้อยลง เมื่อมองดูนาฬิกา เอ้าเพิ่งแปดโมงเช้าเองหรือนี่ แต่ที่จริงมันน่าจะบ่ายแก่ ๆ แล้วด้วย&#8230;ปรากฏว่าบ่ายสี่โมงเย็นแล้วจริง ๆ
อะไรหว่า? ฉันเพิ่งเปลี่ยนถ่านได้ไม่ถึง ๒ เดือนเลย นาฬิกาคู่ใจก็มีอันต้องลาป่วยเสียแล้ว  เมื่อมาหวนคิดถึงนาฬิกาที่เดิน ๆ หยุด ๆ ก็เหมือนกับเป็นการเตือนเราอยู่เนือง ๆ ในเรื่องความไม่ประมาท เพราะถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ดาวดวงน้อย ยังยิ้มอยู่ในใจว่า เปลี่ยนถ่านนาฬิกาคราวนี้ มันเดินต่อไปได้อีกนาน คงไม่มีอาการเกเรอีกต่อไป แต่สุดท้ายมันก็หักหลัง หยุดเดินจนได้  &#8230; 
ชีวิตของเรานั้นก็ไม่ต่างอะไรกับนาฬิกา มันพร้อมจะหยุดเดินเมื่อไหร่ก็ได้ โดยที่ไม่จำเป็นแจ้งให้เจ้าของทราบล่วงหน้า จะดีกว่ามั้ย ถ้าหากเราหันหน้ามาทำให้คนที่เรารักและรักเราได้ชื่นใจ  และรีบทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ตั่งแต่อายุที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว เพราะไม่มีใครรู้ว่านาฬิกาแห่งชีวิตของคนเรามันจะหยุดเดินเมื่อไหร่…??ดาวดวงน้อยไม่อยากให้ใครประมาทในชีวิตเลย
รักทุกคนค่ะ
ดาวดวงน้อย
 
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.dmc.tv/blog/?feed=rss2&amp;p=558</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ปฏิเสธ!บ้างนะ</title>
		<link>http://www.dmc.tv/blog/?p=556</link>
		<comments>http://www.dmc.tv/blog/?p=556#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Oct 2009 09:17:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Little Star</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Little Star]]></category>

		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>

		<category><![CDATA[หัดพูดคำว่า "ไม่" บ้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dmc.tv/blog/?p=556</guid>
		<description><![CDATA[ 
บางครั้งคนเรารู้สึกว่าจำเป็นต้องเอาใจคนอื่น คนโน้นคนนี้โดยอัตโนมัติไม่รู้สึกตัว การเอาใจคนอื่นไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ เพียงแต่จะต้องไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่กระทบกระเทือนตนเองจนเสียศูนย์เพราะบางครั้งเรามักทำไปโดยไม่ทันคิดว่า เราต้องเสียอะไรไปบ้างกับการเอาใจนั้น&#8230;&#8230;. เราจำเป็นต้องมีความกล้าและรู้จักพูดปฏิเสธโดยใช้คำว่า “ไม่” บ้าง ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครก็ตาม 
การพูดปฏิเสธถือว่าเป็นการแสดงเจตจำนงอย่างอิสระ โดยไม่ต้องทนอึดอัดใจและไม่ต้องระเบิดออกมาเป็นความโกรธ “อย่างไม่มีเหตุผล” ในภายหลัง ยิ่งกว่านั้น เรายังได้มีความสบายใจที่จะ ไม่หลอกลวงตัวเองและให้อิสระแก่ตัวเองในการแสดงความกล้าและความคิดเห็นของตัวเอง
การพูดปฏิเสธทั้งที่ใจกลัว มักทำให้เราใจคอไม่ใคร่ดี เรื่องนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเราต้องจ่ายให้กับความคุ้นเคยเก่า ๆ เหมือนกัน แต่ผลที่ได้รับคุ้มค่ากว่าค่ะ เพราะ เราจะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น กล้ายืนหยัดในความคิดเห็นของเรามากขึ้น ในทางที่ถูกต้อง และนับถือตัวเองมากขึ้น ทั้งนี้ ขอให้รวบรวมความกล้าให้ฝึกหัดพูดปฏิเสธให้ได้สัก 2 -3 ครั้ง แล้วเราจะรู้สึกเข้มแข็งและ เชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น หงุดหงิดน้อยลง นับถือตนเองมากขึ้น จงทำใจให้เป็นอิสระ ลองพูดปฏิเสธคนบางคนดูบ้าง แล้วอาจจะเกิดสิ่งที่ดี ๆ กับคุณก็ได้นะ
 
รักทุกคนค่ะ
ดาวดวงน้อย
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.dmc.tv/blog/?feed=rss2&amp;p=556</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ควรรัก เท่าไหร่ดี?</title>
		<link>http://www.dmc.tv/blog/?p=555</link>
		<comments>http://www.dmc.tv/blog/?p=555#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Sep 2009 06:03:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Little Star</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Little Star]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dmc.tv/blog/?p=555</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ..กราบงาม ๆ 3 ครั้งนะคะ ขออภัยที่ทำให้หลายคนเป็นห่วงและคิดถึง (เข้าข้างตัวเอง) ไม่อยากบอกว่า วัน เวลาที่หาย ไปฝึกวิทยายุทธ์ (ใจ) มาค่ะ(อ้าวบอกไปแล้ว) วันนี้ขอนำเรื่องความรัก มาฝาก..หาก“ความรัก” และ “ความดี” สามารถชั่งน้ำหนักได้ ถ้าเรารักใครสักคนอย่างมากในระยะเวลาที่รู้จักกันเพียงสั้น ๆ เพราะคิดว่าเขาคือคนดีและรีบเขียนความดีเพื่อสนับสนุนความรัก  โดยยังไม่ทันเห็นความจริงว่าแท้จริงแล้วเขาดีแค่ไหน? และหากวันหนึ่งต้องแยกจากกันด้วยสาเหตุใดก็ตาม เราก็จะบาดเจ็บมากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะความดีที่แท้จริงของเขากับน้ำหนักความรักที่เราแบกอยู่ไม่สมดุลกัน &#8230; ดังนั้น ก่อนจะรักใครหมดใจ ลองใช้เวลาเป็นตัวตั้ง หารด้วยการกระทำที่บ่งบอกถึงความดีของเขา  แล้วเราจะได้พบคำตอบ&#8230;ว่าควรรักเขาเท่าไรดี?
แต่มีบุคคลท่านหนึ่งที่ดาวดวงน้อยมอบ “ความรัก” ให้หมดใจ และบันทึกถึงความดีได้อย่างรวดเร็วและไม่มีวันหมดสิ้น เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่านมีแต่ให้ทั้งความรัก ความเมตตา ปกป้องผองภัย จนถึง ณกาลปัจจุบันท่านก็ยังคงดูแลพวกเราอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง  ท่าน..คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์  ขนนกยูง ผู้เป็นที่สุดแห่ง ความรัก ความเคารพยิ่งของพวกเราทุกคน  ดังนั้น จึงขอเชิญพวกเราลูกหลานคุณยาย แสดงความกตัญญูต่อท่านด้วยการทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และแรงสติปัญญาทำบุญกฐินสร้างอาคาร100 ปีคุณยายอาจารย์ ให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์เพื่อใช้สำหรับเป็นฐานที่มั่นในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชาธรรมกายไปทั่วโลก&#8230;และเพื่อให้หลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ได้สมปรารถนาดั่งบทสวดสรรเสริญคุณยายที่หลวงพ่อได้ประพันธ์ไว้ตอนสุดท้ายว่า “แผ่ขยายวิชชาเลิศ ให้บรรเจิดทั่วโลกา   ศิษย์มั่นคำสัญญา แทนมาลาบูชาคุณฯ”   
รักทุกคนค่ะ
 ดาวดวงน้อย
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.dmc.tv/blog/?feed=rss2&amp;p=555</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คุณยาย In My Heart เล่ม 2</title>
		<link>http://www.dmc.tv/blog/?p=554</link>
		<comments>http://www.dmc.tv/blog/?p=554#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 30 May 2009 02:38:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dhamma Bot</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Our Dhamma Planet]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dmc.tv/blog/?p=554</guid>
		<description><![CDATA[ข้อความเปิดหน้าแรก ด้านในปก
&#8220;หากเรายังไม่เข้าถึงวิชชาธรรมกาย เราก็ยังไม่มีโอกาสที่จะได้รู้จักคุณยายอย่างสมบูรณ์ แต่การที่เราได้รับรู้รับทราบเรื่องราวในชีวิตของท่านจากคำบอกเล่านั้น ก็เป็นการรู้จักในระดับหนึ่งที่พอจะทำความเข้าใจได้ ซึ่งจะทำให้เราเกิดกำลังใจในการทำความดีและสร้างบุญบารมีตามอย่างท่าน ส่วนการรู้จักในสิ่งที่เป็นตัวตนอันแท้จริงของคุณยายนั้น เปรียบเสมือนการนับเม็ดฝนทั้งหมดที่ตกลงมาในจักรวาล ซึ่งเป็นเรื่องที่คนธรรมดาสามัญทำได้ยาก การนับพระคุณของท่านจึงเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งเกินธรรมดา&#8221; 
- ตะวันธรรม -
ผมได้มีโอกาสเห็นหนังสือ คุณยาย In My Heart เล่ม 2 ครับ ปกสีเขียวมรกต (เป็นสีหนึ่งของแววหางนกยูง) เล่มนี้มีชื่อว่า &#8220;สู่วัดปากน้ำและโรงงานทำวิชชา&#8221; หนังสือสวยมาก ๆ เลยครับ ทีมงานได้ปรับปรุงให้แตกต่างจากเล่มแรกที่เป็นสีน้ำเงินอย่าง &#8220;อความารีน&#8221; (คล้ายสีน้ำทะเลลึก)
ผมประทับใจภาพในหนังสือมากครับ หลวงพี่ที่ท่านวาดภาพประกอบเรื่องราวเล่าให้ฟังว่า กว่าจะได้แต่ละภาพ ต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็ม ๆ ท่านสามารถวาดได้เร็วสุด เพียงวันละหนึ่งภาพเท่านั้น
หนังสือมีความละเอียดอ่อนในทุก ๆ จุด ทุกเส้น ทุกคำ ทุกลวดลาย เนื้อกระดาษ น้ำหมึก ตั้งใจคิดทำอย่างวิจิตรบรรจง ผมเลยไม่คิดว่ามันเป็นหนังสือ เพราะหนังสือเขาไม่ทำกันแบบนี้ครับ ผมคิดว่านี่คือ &#8220;อัญมณี&#8221; หากเรามีครบ 6 เล่ม แล้วนำมาวางเรียงกัน เราก็จะรู้สึกเหมือนกับว่าเรามีแท่งผลึก 6 สี [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.dmc.tv/blog/?feed=rss2&amp;p=554</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อำลาเทพธิดาเชียงใหม่</title>
		<link>http://www.dmc.tv/blog/?p=552</link>
		<comments>http://www.dmc.tv/blog/?p=552#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 May 2009 03:01:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dhamma Bot</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Our Dhamma Planet]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dmc.tv/blog/?p=552</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปร่วมงานสลายร่างของเทพธิดาเชียงใหม่ที่อำเภอสันทรายครับ งานจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่สงบ และสง่างาม ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้ธุดงคสถานล้านนา
 
ก่อนวันสลายร่าง ผมได้มีโอกาสไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลที่ศาลาวัด เริ่มจากการแสดงธรรมโดยพระอาจารย์รูปหนึ่ง ท่านพูดเป็นภาษาเหนือ ผมฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง แต่ก็ทำให้ทุกคนเบิกบานใจ พร้อมกับได้ข้อคิดดี ๆ มากมาย พอแสดงธรรมเสร็จ คณะสงฆ์ก็สวดสาธยายพระอภิธรรมเป็นท่วงทำนองอย่างทางเหนือ ไพเราะมากครับ ผมฟังแล้วชอบจริง ๆ อยากจะบันทึกเสียงเอาไว้มาก ๆ เลย พิธีกรรมต่าง ๆ เรียบง่าย ประหยัดสุด และประโยชน์สูง
 
พอถึงวันสลายร่าง เนื่องจากทางวัดไม่มีเมรุ แต่มีเชิงตะกอนกลางแจ้ง จึงต้องมีการสร้างปราสาทจำลองเพื่อเป็นที่ตั้งหีบบรรจุกายมนุษย์หยาบของท่านเทพธิดาเอาไว้ เมื่อมีการกล่าวสดุดีแล้ว ก็มีการทอดผ้าบังสุกุล แล้วก็วางดอกไม้จันทน์  ตามขั้นตอนทั่วไป ตามด้วยคณะสงฆ์และสาธุชนผู้มาร่วมงาน เมื่อถึงเวลา ก็จุดไฟชนวน เพื่อชำระร่างเป็นอันเสร็จพิธี ทุกขั้นตอนมีความสงบ เป็นระเบียบ เรียบร้อย และเรียบง่าย ได้สติปัญญา
 

 
เทพธิดาเชียงใหม่กลับดุสิตบุรีวงบุญพิเศษแล้ว แต่สมบัติที่เธอมอบไว้ให้กับพวกเรา ก็คือบุตรสาว และบุตรชาย ซึ่งยังคงทำหน้าที่อยู่เขตใน คอยรับใช้งานของพระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกายอยู่ทุกวัน 
 
นับเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก สำหรับแม่คนหนึ่ง ที่จะมอบบุตรผู้เป็นที่รักทั้งสองคนให้เป็นสมบัติพระศาสนาอย่างเต็มอกเต็มใจ ในขณะที่ตนเองใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างเรียบง่าย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.dmc.tv/blog/?feed=rss2&amp;p=552</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ของขวัญวันวิสาขบูชา</title>
		<link>http://www.dmc.tv/blog/?p=550</link>
		<comments>http://www.dmc.tv/blog/?p=550#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 May 2009 15:22:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dhamma Bot</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Our Dhamma Planet]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dmc.tv/blog/?p=550</guid>
		<description><![CDATA[ของขวัญจากงานวิสาขบูชา ประจำปี 2552 นำมาฝากทุกท่านครับ โคมเหล่านี้นำมาจุดรวมกัน ณ แท่นบูชามหาธรรมกายเจดีย์ หลังพิธีเวียนประทักษิณได้เสร็จสิ้นลง ขอนำเอาภาพสวย ๆ กลอนใส ๆ และบุญสว่าง ๆ มาฝากทุกท่านกันนะครับ

มัลลิกประทีป
อันประทีป ดุจดวงรัตน์
นอบนบจัด มาบูชา
น้อมกราบ พระศาสดา
วันวิสาข์ ปุณณะมี
แปดประกาย โชติช่วงสรรค์
ชุ่มน้ำมัน จันทร์กฤษณา
โปรยปราย มัลลิกา
พูนพานพา ชื่นฉ่ำใจ
เทิดไว้ เหนือเศียรเกล้า
เอื้อนเอ่ยกล่าว คำถวาย
ตรงแด่ พระธัมม์กาย
สถิตย์ภาย ณ เจตีย์
อีกทั้ง สมณเทพ
แห่งภพวิเศษ ดุสิตสวรรค์
ผู้ทรง วิชชาล้ำ
บุญญาธรรม นำปราบมาร
อันข้าฯ กายมนุษย์
ประณตสุด ด้วยศรัทธา
ตามประทีป ด้วยปัญญา
ขอให้ถึง ซึ่งสุดธรรม
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.dmc.tv/blog/?feed=rss2&amp;p=550</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ใครชอบดื่มกาแฟยกมือขึ้น?</title>
		<link>http://www.dmc.tv/blog/?p=546</link>
		<comments>http://www.dmc.tv/blog/?p=546#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2009 06:21:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Little Star</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Little Star]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dmc.tv/blog/?p=546</guid>
		<description><![CDATA[


ใครชอบดื่มกาแฟบ้างยกมือขึ้น? ถ้ายกมือใจเราตรงกันค่ะ เมื่อสงกรานต์เดินทางไปต่างจังหวัดได้แวะซื้อกาแฟเย็นที่ปั๊มน้ำมัน ดื่มไปหน่อยหนึ่ง ก็วุ่นวายอยู่กับการปอกผลไม้และอื่น ๆ  ทำให้ไม่ค่อยได้ลิ้มรสของมันสักเท่าไหร่ และวางไว้อย่างนั้นจนถึงตอนเย็นนึกได้ว่ายังดื่มไม่หมดกลับมาดูอีกที กาแฟเย็นก็สลายตัวเป็นสีน้ำตาลขุ่นซีด ๆ ดูน่าเกลียดมากกว่าที่จะดื่มลง &#8230;.
ดูๆ ก็เหมือนกับชีวิตมนุษย์และทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในโลกใบนี้  เราชื่นชมยินดีกับรูปลักษณ์ เฉพาะตอนที่ยังดูสดชื่น ใหม่ และยังหอมหวานอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งเหล่านั้น แปรเปลี่ยนเป็นความร่วงโรย จืดชืด มาแทนที่  สีที่เคยน่าชวนลิ้มลองก็ซีดลง จะหาสาระอะไรกับสรรพสิ่งเหล่านั้น ในเมื่อไม่นานก็ต้องเสื่อมสลาย ต้องดับไปตามธรรมชาติ ตามเหตุปัจจัยของมันเองไม่เว้นแม้กระทั่งชีวิตมนุษย์ ที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ ทุกคนต้องเผชิญกับการเกิด แก่ เจ็บ และตายในที่สุด ไม่ต่างอะไรกับกาแฟเย็นแก้วนั้นที่หมดสิ้นความใหม่ หอม หวาน ก็ต้องถูกเททิ้งลงพื้นไป&#8230;..
ดังนั้น คนเราจึงควรอยู่อย่างรู้คุณค่าของชีวิต  อย่างมีสติ   หมั่นเพียรแสวงหาและสั่งสมบุญกุศล สิ่งดีงาม พยายามเข้าถึงความสุขภายในที่เกิดจากการหยุดใจนิ่ง ๆ  แล้วแบ่งปันความสุขนั้น ให้แผ่ขยายไปยังเพื่อนมนุษย์ ด้วยการแนะนำ ให้กำลังใจ ก็จะทำให้ชีวิตมีคุณค่า สมกับที่เกิดมาเพื่อแสวงบุญ และสร้างบารมี  ดาวดวงน้อย เชื่อว่าคงไม่มีใครยากจะเป็นดั่งกาแฟเย็นแก้วนั้น ที่ถูกวางไว้จนละลายจืดชืดและถูกเททิ้งโดยไม่มีใครเสียดาย&#8230;&#8230;.ใช่ไหมคะ?
รักทุกคนค่ะ
ดาวดวงน้อย
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.dmc.tv/blog/?feed=rss2&amp;p=546</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Earth Day 09 บุญสะพัด.. นับอนันต์</title>
		<link>http://www.dmc.tv/blog/?p=545</link>
		<comments>http://www.dmc.tv/blog/?p=545#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2009 03:53:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dhamma Bot</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Our Dhamma Planet]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dmc.tv/blog/?p=545</guid>
		<description><![CDATA[เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
งานวันคุ้มครองโลกปีนี้ผ่านไปแล้วด้วยรอยยิ้มบนใบหน้านับแสนดวงครับ ต้องเรียกว่าเป็น “มหกรรมบุญบันเทิง” หรือ “Gigantic Meritainment” อย่างไม่มีที่ใดในโลกเสมอเหมือน นับตั้งแต่คุณครูไม่ใหญ่ประกาศว่าจะ “ปิดเจดีย์” แล้วก็เลี้ยงพระจากสามหมื่นวัดทั่วประเทศ พร้อมด้วยพระจากต่างประเทศหลากนิกายอีกนับร้อยรูป ลูกๆ ทุกคน ก็ต้องเลิกขบคิดเรื่องปัญหาการเมือง หรือปัญหาเศรษฐกิจไปโดยปริยาย สิ่งที่เราคิดในแต่ละวันก็จะมีแต่เรื่ององค์พระแล้วก็เลี้ยงพระ ใจที่ขุ่นมัวจากสถานการณ์พลิกผันต่างๆ ก็กลับมาแช่อิ่มอยู่ในบุญ
 
ถ้าไม่จัดงานบุญใหญ่ล่ะ?
คิดแล้วก็อัศจรรย์ใจครับ ถ้าคุณครูไม่ใหญ่ท่านไม่คิดปิดเจดีย์ แต่เกิดเป็นกังวลกับสิ่งต่างๆ แล้วระงับโครงการสร้างบุญประจำปีนี้ไป อะไรจะเกิดขึ้น? พวกเราคงมีแต่หน้านิ่วคิ้วขมวด จ้องจอทีวี อ่านหนังสือพิมพ์ เช็คอินเตอร์เน็ต แล้วก็เครียดไปเรื่อยๆ กับข่าวคราวต่างๆ ทั้งตัวเลข GDP แล้วก็อะไรสารพัด เหมือนกับชาวโลกทั่วไปที่กำลังปวดหัวตัวร้อน
 
คิดเรื่องพระ พูดเรื่องพระ ทำองค์พระ
ในทางตรงกันข้าม เมื่อคุณครูไม่ใหญ่สั่งให้พวกเราปิดเจดีย์ ทุกอย่างก็กลับตาลปัตร พวกเราได้สร้างบุญกันอย่างสนุกสนานเบิกบาน ทุ่มเทความคิดสติปัญญาไปในทางสร้างสรรค์ หันไปทางไหนก็คุยกันแต่เรื่ององค์พระ “เธอสร้างพระหรือยัง?” “ได้องค์พระกี่องค์แล้ว?” “พระเต็มองค์หรือยัง?”  มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนหอบหิ้วพระพุทธรูปที่ระลึกรุ่นปิดเจดีย์มาเป็นถุงๆ ถือใบสร้างพระธรรมกายประจำตัวมาเป็นปึกๆ ถือถุงทองใบใหญ่ ใบเล็ก ไซส์ M ไซส์ L และ XL เดินกันขวักไขว่ทั่ววัด ทุกคนคิดเรื่องพระ พูดเรื่องพระ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.dmc.tv/blog/?feed=rss2&amp;p=545</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ยิ้มสู้</title>
		<link>http://www.dmc.tv/blog/?p=544</link>
		<comments>http://www.dmc.tv/blog/?p=544#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2009 07:40:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Little Star</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Little Star]]></category>

		<category><![CDATA[เข้มแข็งไว้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dmc.tv/blog/?p=544</guid>
		<description><![CDATA[


ชีวิตคนเรามีปัญหาและอุปสรรคทั้งนั้นแต่ทุกอย่างต้อง “ยิ้มสู้” เดินไปข้างหน้า &#8230;.. อย่าเอาความลังเล สงสัยที่เกิดจากคนอื่นชี้ว่าเราไม่สามารถทำได้ หรือไม่เก่งพอ มาตัดสินอนาคตของเรา แต่ให้เอาภาพแห่งความสำเร็จในอนาคตที่เกิดจากความศรัทธา “ใจสู้” และ “ยิ้มสู้” เป็นเครื่องตัดสิน ถ้าไม่ลงมือทำจนถึงที่สุดแล้ว ก็ไม่รู้หรอกว่าผลจะออกมาอย่างไร? &#8230;&#8230; เฉกเช่น ท้องฟ้ายามมืดสนิททำให้นักเดินทาง มองไม่เห็นเส้นทางเดิน ความรู้สึกหวาดกลัว เคว้งคว้างเกิดขึ้นไม่ยาก คนเรามักจะหวาดกลัว&#8230;.

ต่อสิ่งที่สายตาไม่อาจจำแนกรายละเอียดได้ ทั้งที่ความเป็นจริง ทุกอย่างเป็นเช่นเดิม ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน มืดหรือสว่าง..แต่ในความมืดของท้องฟ้า หากปรับดวงตาให้คุ้นชินเราจะมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้บ้าง แม้เพียงราง ๆ &#8230; ดาวดวงน้อยเชื่อว่า ไม่มีความมืดใดจะมืดมิดอย่างแท้จริง&#8230;ลองแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าจะปรากฏ&#8230;ดวงดาวมากมายกำลังเปล่งแสง ยิ่งท้องฟ้ามืดสนิทมากเท่าไร ดวงดาวก็จะยิ่งส่องแสงเจิดจ้า สวยงาม วับวาว ดูระยิบระยับ เท่านั้น แสงจากดาวดวงน้อยแม้ริบหรี่&#8230; แต่

จะเป็นดั่งคบเพลิงสว่างโชติช่วงในหัวใจของคนที่ว่างเปล่า หวาดกลัว และ ว้าเหว่ ประดุจดั่งดวงตะวันที่ส่งแสงส่องนำทาง ให้กับนักเดินทางในยามกลางวัน ฉะนั้น คนเราก็เหมือนกัน ท่ามกลางปัญหาและอุปสรรค ความท้อแท้ หากปรับความรู้สึกให้คุ้นชิน อยู่กับความเป็นจริง แล้วหลับตาสงบนิ่งที่ศูนย์กลางกาย ผ่อนคลายสบาย ๆ มองทุกสรรพสิ่ง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.dmc.tv/blog/?feed=rss2&amp;p=544</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สงสารหัวหน้า</title>
		<link>http://www.dmc.tv/blog/?p=543</link>
		<comments>http://www.dmc.tv/blog/?p=543#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Apr 2009 15:40:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lordbsd</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่ืองเล่าของ LordBSD]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dmc.tv/blog/?p=543</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่ใหม่ เทียบความเป็นอยู่แล้ว บางอย่างดีกว่า บางอย่างแย่กว่า แต่ที่มีมากกว่าเดิม ก้อคือ ความสบายใจ และบุญที่ทำ เพราะเทียบแล้ว อยู่ว่างๆเฉยๆน้อยลง ทำสิ่งที่รู้สึกว่าเกิดบุญกุศลกับใจของเรามากขึ้น ประเมินแล้วก็ถือว่าดีกว่าเดิม
ที่ใหม่นี้ ทีมงานใหญ่ มีสมาชิกเยอะ ระดับกรรมการบริหารก็มีถึง 4 คน ระดับหัวหน้า มี สามคน (หญิง 2 ชาย 1) และระดับที่ปรึกษาพิเศษ มี อีก 1 คน ผมมีลูกน้องในปกครองถึง 2 คน และยังพนักงานชั่วคราวอีก ประปราย
อายุจะสามสิบแล้ว เพิ่งได้รู้ว่าการเมืองคืออะไร ก็เมื่อมาอยู่ที่นี่ ตะก่อนเราเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน คิดแต่ว่า อะไรก็ได้ สั่งมา เด๋วจัดให้ แต่พออายุมากขึ้น คำสั่งมันเปิดกว้างมากขึ้น และทำเองได้น้อยลง ทางเลือกมากขึ้น บางอย่างไม่ใช่งาน แต่ก็จำเป็นต้องทำ อาทิเช่น งานเสนอหน้า ไปบอกหัวหน้าว่า หัวหน้าครับ ผมได้ทำความดี อย่างนั้น อย่างนี้ไปแล้ว หัวหน้าโปรดจำผมใหม่ด้วยว่า [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.dmc.tv/blog/?feed=rss2&amp;p=543</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>

