
CASE STUDY
สุขุมาลชาติ ตอนที่ 48

เกริ่นนำแม้ว่าคำถามของเจ้าของ Case จะจบไปแล้ว แต่เรื่องราวของเจ้าของ Case และเรื่องราวของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ยังไม่จบ ยังมีเรื่องที่น่าศึกษาในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาอยู่อีกมากทบทวนบุคคลในเรื่องหลานชายของท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ คือ เจ้าของ Caseท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ คือ คุณลุงของเจ้าของ Case ในชาตินั้น ซึ่งก็คือคุณพ่อของเจ้าของ Case ในชาติปัจจุบันพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ คือ ผู้ใหญ่ที่เจ้าของ Case มีความสนิทสนมคุ้นเคย และท่านก็เอ็นดูเจ้าของ Case มาก (จากคำถามข้อที่ 11)ฝันในฝันหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ทีแล้วก็นำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรากันนะจ๊ะเมื่อคณะทีมงานเฉพาะกิจซึ่งนำทีมโดยท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ได้เดินทางมาถึงเขตแคว้นของพระมหาเถระอดีตพระราชาแล้ว ทุกคนก็ต่างมุ่งหน้าเข้าสู่เขตพระนครหลวง เพื่อเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางของการเดินทางมาในครั้งนี้ ซึ่งก็คือพระราชาวังอันเป็นที่ประทับของพระราชาผู้เป็นพระอนุชาในพระมหาเถระนั่นเอง
เมื่อท่านเสนาบดีและคณะทีมงานเฉพาะกิจได้เดินทางมาถึงซุ้มประตูทางเข้าเขตพระราชวังแล้ว ท่านเสนาบดีก็ได้ยื่นเรื่องเพื่อขอเข้าเฝ้าพระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯในทันที
โดยท่านเสนาบดีได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สำนักพระราชาวังว่า ที่ตัวท่านและคณะเดินทางกันมาในครั้งนี้ก็เพื่อมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ในการมาแจ้งหมายกำหนดการในการเสด็จเดินทางมาเยือนของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ให้พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯได้ทรงทราบก่อนล่วงหน้า
เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักพระราชาวังได้รับเรื่องจากท่านเสนาบดีแล้ว คณะเจ้าหน้าที่ก็ได้รีบเข้าไปกราบบังคลทูลต่อพระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯว่า ขณะนี้ได้มีคณะตัวแทนของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งนำทีมโดยท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ได้เดินทางมาขอเข้าเฝ้าพระองค์แล้ว
ครั้นพระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯทรงทราบว่า ท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ได้เดินทางมาขอเข้าเฝ้าพระองค์แล้ว พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯก็ทรงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่รีบไปนำตัวท่านเสนาบดีและคณะทีมงาน ซึ่งถือเป็นตัวแทนของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่มาเข้าเฝ้าพระองค์ในทันที
เมื่อท่านเสนาบดีและทีมงานเฉพาะกิจได้มาอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯแล้ว ท่านเสนาบดีก็ได้กราบบังคมทูลถึงที่มาที่ไป และวัตถุประสงค์ของการเสด็จเดินทางมาของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ให้พระอนุชาในพระมหาเถระได้ฟังว่า... ที่ตัวท่านเสนาบดีและคณะทีมงานเฉพาะกิจเดินทางมาขอเข้าเฝ้าพระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯในครั้งนี้ เพื่อต้องการมาแจ้งข่าวให้พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯได้ทรงทราบข้อมูลล่วงหน้าว่า พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ได้ตัดสินพระทัยที่จะเสด็จเดินทางมาเยือนแคว้นของพระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้
และด้วยระยะเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัด จึงทำให้หน่วยงานต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดเตรียมขบวนเสด็จของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ต้องรีบเร่งเตรียมสิ่งต่างๆให้พร้อมก่อนถึงวันที่พระองค์จะเสด็จออกเดินทาง ซึ่งตัวของท่านเสนาบดีและคณะทีมงานที่ได้เข้าเฝ้าพระอนุชาในพระมหาเถระในครั้งนี้ ก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ต้องทำหน้าที่ประสานงานในเรื่องต่างๆให้กับพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน
ซึ่งการเสด็จเดินทางมาของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ พระองค์ก็ทรงมีพระราชประสงค์อยู่สองประการ คือ ประการแรก พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ต้องการจะเสด็จมาเยี่ยมเยียนพระอนุชาในพระมหาเถระ เพื่อจะได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นของพระองค์และแคว้นของพระมหาเถระอดีตพระราชา ให้มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
ประการที่สอง พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ทรงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเสด็จเดินทางมากราบพระมหาเถระอดีตพระราชาเป็นการส่วนพระองค์ เพราะจากข้อมูลที่พระองค์ทรงได้สดับตรับฟังเรื่องราวของพระมหาเถระอดีตพระราชามาก่อนหน้านี้ว่า พระมหาเถระอดีตพระราชาถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่รู้แจ้งในเรื่องโลกและชีวิต รวมถึงสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลาย
สำหรับเรื่องราวของพระมหาเถระอดีตพระราชานั้น เนื่องจากพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ทรงได้ยินเรื่องราวแบบคร่าวๆมาจากท่านเสนาบดีคนสนิท และได้ฟังเรื่องราวโดยละเอียดจากพระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯ และสุดท้ายก็ได้รับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับผลของการปฏิบัติธรรมจากหลานชายของท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้น พระราชาผู้ยิ่งใหญ่จึงทรงมั่นพระทัยว่า พระมหาเถระอดีตพระราชาจะต้องเป็นผู้ที่สามารถตอบคำถามที่ยังคั่งค้างอยู่ในพระทัยของพระองค์ได้ในทุกๆเรื่อง อย่างแน่นอน
อีกทั้งพระมหาเถระอดีตพระราชายังสามารถชี้แนะหนทางแห่งการปฏิบัติ ที่จะทำให้พระองค์ได้ทรงพบกับความสุขที่แท้จริงในแบบที่พระองค์ทรงแสวงหา ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้ความปรารถนาในข้อนี้ เป็นแรงบันดาลใจอันสูงสุดที่ทำให้พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ทรงตัดสินพระทัยเสด็จเดินทางมาเยือนแคว้นของพระมหาเถระอดีตพระราชาในครั้งนี้ เมื่อท่านเสนาบดีได้กราบบังคมทูลถึงที่มาที่ไป อีกทั้งวัตถุประสงค์ของการเสด็จเดินทางมาของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ให้พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯได้ทรงทราบแล้ว พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯก็ทรงรู้สึกโสมนัส ที่พระองค์จะได้ถวายการต้อนรับในการเสด็จเดินทางมาของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้
จากนั้น ท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ก็ได้ถวายรายงานเรื่องหมายกำหนดการในการเสด็จเดินทางมาเยือนของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ให้พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯได้ทรงทราบ
เมื่อพระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯได้ทรงทราบหมายกำหนดการทั้งหมดแล้ว พระองค์ก็ทรงมีพระราชดำริที่จะจัดเตรียมการต่างๆอย่างเต็มที่ เพื่อถวายการต้อนรับในการเสด็จเดินทางมาเยือนของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ชนิดที่เรียกว่าจะทำให้พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ประทับใจจนไม่อยากกลับแคว้นของพระองค์เลยทีเดียว
เพราะในคราวที่พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯได้เสด็จเดินทางไปเยือนแคว้นของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่เมื่อคราวก่อน พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ก็ได้ถวายการต้อนรับพระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯ และยังให้ความเป็นกันเองเป็นอย่างมาก ราวกับว่าพระราชาทั้งสองพระองค์เคยได้เกิดเป็นพี่น้องร่วมกันมา หรือเคยมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันมาก่อน ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว พระราชาทั้งสองพระองค์ต่างก็เพิ่งจะพบกันเป็นครั้งแรก






















