
CASE STUDY
สุขุมาลชาติ ตอนที่ 49

เกริ่นนำแม้ว่าคำถามของเจ้าของ Case จะจบไปแล้ว แต่เรื่องราวของเจ้าของ Case และเรื่องราวของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ยังไม่จบ ยังมีเรื่องที่น่าศึกษาในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาอยู่อีกมากทบทวนบุคคลในเรื่องหลานชายของท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ คือ เจ้าของ Caseท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ คือ คุณลุงของเจ้าของ Case ในชาตินั้น ซึ่งก็คือคุณพ่อของเจ้าของ Case ในชาติปัจจุบันพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ คือ ผู้ใหญ่ที่เจ้าของ Case มีความสนิทสนมคุ้นเคย และท่านก็เอ็นดูเจ้าของ Case มาก (จากคำถามข้อที่ 11)ฝันในฝันหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ทีแล้วก็นำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรากันนะจ๊ะอีกทั้งพระตำหนักซึ่งใช้เป็นที่ประทับรับรองในคราวนั้น พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ก็ทรงจัดเตรียมสถานที่ต่างๆไว้อย่างงดงามและสมพระเกียรติอีกด้วย จนทำให้พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯทรงรู้สึกประทับใจในการต้อนรับปฏิสันถารของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้
ด้วยเหตุนี้ พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯจึงมีพระราชประสงค์ที่จะถวายการต้อนรับในการเสด็จเดินทางมาของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ อย่างสมพระเกียรติที่สุดเท่าที่พระองค์จะทรงทำได้ โดยพระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างพระตำหนักสำหรับใช้เป็นที่ประทับรับรองพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งหลัง
ซึ่งพระตำหนักหลังนี้พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯทรงมีความตั้งพระทัยที่จะให้รูปแบบของตัวอาคาร รวมถึงรูปแบบของการตกแต่งภายในมีลักษณะเหมือนกับพระตำหนักที่พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ทรงใช้ประทับอยู่ภายในแคว้นของพระองค์ในตอนนี้ กล่าวได้ว่า ประตูมีกี่บานหน้าต่างมีกี่ช่อง ไม่ว่าหลังคาจะเป็นทรงไหนๆ พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯก็จะพยายามสร้างให้พระตำหนักหลังนี้มีลักษณะเหมือนพระตำหนักของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะด้วยความที่การเสด็จเดินทางมาเยือนของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ต้องใช้เวลาประทับอยู่ในแคว้นของพระมหาเถระอดีตพระราชาค่อนข้างนานพอสมควร ดังนั้น เพื่อไม่ให้พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ทรงเกิดพระอาการคิดถึงบ้าน พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯจึงทรงพยายามจำลองพระตำหนักหลังนี้ให้มีลักษณะเหมือนพระตำหนักของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ทุกประการ เพื่อที่พระราชาผู้ยิ่งใหญ่จะได้ทรงเกิดความรู้สึกเหมือนกำลังทรงประทับอยู่ในแคว้นของพระองค์เอง
เมื่อพระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯทรงมีพระราชดำริเช่นนั้น พระองค์จึงทรงมีรับสั่งให้ทีมงานโยธาธิการของพระองค์ รีบดำเนินการเตรียมการก่อสร้างพระตำหนักของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่เป็นการด่วน โดยให้ท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ และท่านเสนาบดีระดับสูงอีกท่านหนึ่งซึ่งท่านมีความรู้ความสามารถทางด้านนี้ เป็นที่ปรึกษาพิเศษในเรื่องรูปแบบทั้งภายนอกและภายในของพระตำหนักหลังนี้ว่า จะให้มีรูปร่างหน้าตาเป็นแบบไหน และรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมอย่างไร
ซึ่งท่านเสนาบดีทั้งสองต่างก็ยินดีที่จะช่วยพระอนุชาในพระมหาเถระ ดูแลในเรื่องการถอดแบบพระตำหนักหลังนี้กันอย่างเต็มที่ และเมื่อทุกอย่างพร้อมทั้งทีมงานและแบบก่อสร้าง พระราชาผู้เป็นพระอนุชาฯก็ทรงรับสั่งให้ดำเนินการในทันที














