
จากตอนที่แล้วพระเตมิยราชกุมารได้ตรัสคาถาที่ 6 ต่อไปตามลำดับจนถึงคาถาที่ 10 มีใจความว่าบุคคลใดไม่ได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร บุคคลผู้นั้นกราบไหว้บูชาผู้อื่น ก็ย่อมได้รับการกราบไหว้บูชาตอบ เขาย่อมรุ่งเรืองดุจเทวดาผู้มีสิริ โคทั้งหลายของเขาย่อมตกลูกบ่อยๆ ธัญพืชที่หว่านในนาย่อมงอกงาม แม้ตกภูเขา หรือตกต้นไม้ ก็ไม่เป็นอันตราย เหล่าอมิตรย่ำยีบุคคลนั้นไม่ได้ ดุจพุ่มไทรที่ไม่ล้มด้วยแรงลมฉะนั้น
พระโพธิสัตว์จึงตรัสกับนายสารถีว่า เราไม่ต้องการราชสมบัติ ที่จะต้องได้มาพร้อมกับการประพฤติอธรรมส่วนสารถียังมีความหวังว่า อย่างไรเสียพระราชกุมารก็คงจะเสด็จกลับ จึงกราบทูลว่า ขอพระองค์จงเสด็จกลับเถิด เมื่อพระองค์เสด็จกลับไปแล้ว จะทำให้ข้าพระองค์ได้รางวัลอันน่าปลื้มใจ พระชนกและพระชนนีจะพระราชทานรางวัลให้แก่ข้าพระองค์
เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงนึกถึงความสำเร็จแห่งความเพียงที่ได้ทรงทำมาอย่างยาวนาน ก็ทรงเกิดปีติโสมนัสอย่างล้นพ้น จึงทรงเปล่งพระอุทานว่า ความหวังของเหล่าบุคคลผู้ไม่รีบร้อน ย่อมสำเร็จแน่นอน ความประพฤติชอบของเราที่ได้พยายามมาเนิ่นนาน บัดนี้ได้สำเร็จผลแล้ว ท่านจงรู้อย่างนี้เถิดนะนายสารถี ว่าประโยชน์ที่จะพึงเกิดขึ้นโดยชอบ ของเหล่าบุคคลผู้ไม่รีบร้อนย่อมเกิดผลอย่างแน่นอน ความประพฤติชอบของเราสำเร็จผลแล้ว เราออกบวชแล้วย่อมมีแต่ความปลอดโปร่งใจ ไม่มีภัยจากที่ไหนอีก
ทั้งราชสมบัติอันเป็นของประจำตระกูลที่พระราชบิดาทรงตั้งพระราชหฤทัยว่า จะทรงอภิเษกให้ได้ขึ้นครองราชย์ก็รออยู่เบื้องหน้า ซึ่งใครๆ ก็ปรารถนาแต่วาสนาเขาไม่ถึง ส่วนสำหรับพระองค์นั้นตำแหน่งอันเลิศที่สุดของรัฐรออยู่แล้ว แต่กลับไม่เอา พระองค์จะทำอย่างนี้ได้อย่างไรพระเตมิยราชกุมารทรงเห็นว่าสารถียังไม่รู้ไม่เข้าใจในสิ่งที่พระองค์ทำมา ไม่รู้มโนปณิธานของพระองค์ว่าเป็นเช่นไร จึงได้ตรัสอธิบายให้เขาเข้าใจ และบอกความประสงค์ว่าพระองค์จะไม่เสด็จกลับอย่างแน่นอนว่า สุนันทสารถี เธอจงฟังให้ดี เราจะเล่าให้เธอฟังทั้งหมด เราไม่ได้เป็นคนง่อยเปลี้ย ไม่ได้เป็นคนหูหนวก ไม่ได้เป็นคนใบ้ ที่เราต้องแสร้งทำเป็นง่อยเปลี้ยพิกลพิการเช่นนั้น เพราะเหตุที่เราระลึกชาติหนหลังได้ว่า ในปางก่อนโน้นเราเคยครองความเป็นกษัตริย์ในพระนครนี้อยู่เพียง 20 ปี แต่ในที่สุด
เมื่อเราละโลกไปแล้ว กลับต้องไปตกนรก ถูกทรมานให้เร่าร้อนหมกไหม้ ทุรนทุรายอยู่ถึงแปดหมื่นปี ก็เพราะเหตุนี้แหละ เราถึงไม่ปรารถนาที่จะพูดกับพระชนกและพระชนนี จึงได้แต่แสร้งทำเป็นง่อยเปลี้ย เป็นคนหูหนวก และเป็นคนใบ้ เราสู้อุตส่าห์อดทนมานานถึงสิบหกปี เพียงเพื่อปรารถนาจะพ้นไปจากความเป็นกษัตริย์ และบัดนี้เมื่อเราได้ทำสำเร็จแล้ว เราจึงไม่ต้องการที่จะหวนคืนสู่พระนครอีก แต่จะขอบวชบำเพ็ญพรตอยู่ในป่าแห่งนี้
ข้าแต่พระราชกุมาร การบวชอยู่ในป่าไร้เสียซึ่งทรัพย์สมบัติ ไม่มีบุตรและภรรยาที่คอยเอาใจให้ความอบอุ่นจะมีความสุขได้อย่างไร เมื่อพระองค์ได้ครองราชย์ย่อมมีพระราชทรัพย์มากมายก็สามารถทำบุญให้ทาน สามารถรักษาศีล ชำระหนทางแห่งสวรรค์ให้กระจ่างได้ การบวชเสียแต่ยังหนุ่มจะมีประโยชน์อะไร
สุนันทสารถี ชีวิตนี้เป็นของน้อย มีความปลื้มใจเพียงนิดหน่อย แต่ประกอบด้วยทุกข์มากมาย เราจะอาศัยชีวิตอันนิดหน่อยนี้ก่อเวรใหม่เพิ่มขึ้น แล้วต้องไปตกอยู่ในอบายตลอดกาลยาวนานเพื่อประโยชน์อะไร ท่านจงรู้อย่างนี้เถิดสารถี การบวชเป็นหนทางกว้างที่จะทำให้พ้นจากอกุศลกรรมมีปาณาติบาตเป็นต้น และมีโอกาสว่างเพื่อบำเพ็ญกุศลธรรมคือฌานและอภิญญา เราเห็นคุณประโยชน์ดังนี้จึงออกบวช พรหมจรรย์ของเราสำเร็จแล้ว เราออกบวชแล้วย่อมไม่มีภัยจากที่ไหน"
พระราชกุมารทรงฟังคำอ้อนวอนของสุนันทสารถีแล้ว ก็ทรงทราบว่าเขาต้องการจะบวชตามพระองค์จริงๆ แต่จะมีรับสั่งอย่างไร เพราะถ้าหากทรงอนุญาตให้สารถีบวชพร้อมกับพระองค์ ก็เท่ากับว่าทั้งพระองค์และสารถีได้หายสาบสูญไปจากพระนคร เหมือนกับได้ตายจากไป พระราชบิดา พระราชมารดาก็คงต้องเศร้าโศกอยู่เหมือนเดิม ใครเขาจะชื่นชมอนุโมทนา เหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป











