![]() |
เด็กคืออนาคตของชาติ สื่อสร้างสรรค์คืออนาคตของเด็ก
สถานีวิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สถานีวิทยุ มก. AM 1107 KHz.) ร่วมกับเครือข่ายวิทยุเพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว จัดแถลงข่าว "สื่อใสหัวใจเด็ก" เพื่อจัดพื้นที่สีขาว "KU Green Radio Family" พร้อมส่ง 4 รายการนำร่อง เพื่อเพิ่มเครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ที่อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
เริ่มจากรายการ "เปิดประตูสู่โลกกว้าง" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.30-07.35 น. ดำเนินรายการโดย บุญฑริกา ไตรโกมุท ซึ่งกล่าวว่า รายการนี้เป็นรายการสั้นๆ ออกอากาศช่วงเช้าตรู่เพียง 5 นาที เป็นการแนะนำหนังสือว่าชื่อเรื่องอะไร ใครแต่ง สำนักพิมพ์ไหน และเราจะเลือกหนังสือที่น่าสนใจสำหรับเด็กๆ เยาวชนอ่านได้ และครอบครัวอ่านได้ มาเสนอแนะผู้ฟัง และสรุปแนวคิดให้ฟังท้ายเรื่อง
ส่วนอีก 3 รายการออกอากาศทุกวันเสาร์ คือรายการ "ขบวนการนักอ่าน" ออกอากาศเวลา 11.05-11.55 น. โดย วรินทร์เนตร ศิริ โชติชำนาญ หรือ พี่เอ๋ และเด็กๆ ขบวนการนักอ่าน
พี่เอ๋กล่าวถึงวัตถุ ประสงค์ของรายการว่า อย่างแรกรณรงค์เรื่องการอ่านหนังสือ เพราะเด็กๆ อ่านหนังสือกัน น้อย และการอ่านควรช่วยกันผลักดันหลายๆ ทาง ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่อกิจกรรมต่างๆ ซึ่งในรายการมีเด็กๆ จากสมาชิกสโมสรผึ้งมหัศจรรย์ที่เข้ามามีส่วนร่วมในรายการ โดยเฉพาะเรื่องการอ่าน เด็กๆ มีเวทีในการแสดงออกและมีพื้นที่ที่จะรณรงค์ในสิ่งที่ดีๆ เพื่อปลูกฝังให้ตัวเขาเป็นอาสาสมัครดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ โตขึ้นจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต และเด็กๆ มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นรวมทั้งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเด็กๆ ทางบ้านหรือพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเป็นแบบนี้บ้าง
ส่วนรูปแบบรายการจะมีเด็กเป็นส่วนร่วม ช่วงแรกจะคุยกันเกี่ยวกับ ประเด็นที่น่าสนใจ เปิดให้เขาช่วยกันคิดว่าอยากจะคุยกันเรื่องอะไร และมีช่วงข่าวดีๆ ที่เด็กอยากอ่านที่ช่วยในเรื่องการอ่าน โดยเด็กๆ จะช่วยกันหาข่าว สิ่งที่เด็กๆ ได้รับคือความสนใจเรื่องข่าวสารบ้านเมือง ถัดมาเป็นช่วงภาษาพาสนุก สุดท้ายเป็นช่วงสนทนาจ๊ะจ๋า หัวข้อส่วนใหญ่จะเป็นนิทานหรือหัวข้อที่เป็นกระแสสังคม
ด้านเด็กๆ ขบวนการนักอ่าน ด.ญ.อรยา เวชวรนันท์ หรือมีน อายุ 11 ขวบ ชั้น ป.6 โรงเรียนสมิทธิโชติ ผู้ดำเนินรายการ ซึ่งมีหน้าที่ช่วยเลือกหนังสือ หาข่าว และช่วยพี่เอ๋จัดรายการ กล่าวถึงสิ่งที่ได้รับเมื่อก้าวสู่รายการวิทยุว่า ทำให้กล้าแสดง ออก มีความคิดเป็นของตัวเองและกล้านำเสนอในสิ่งที่คิด สิ่งที่ทำให้กล้าเพราะเป็นสิ่งดีๆ และอยากให้ทดลองฟังรายการก่อน เพราะเป็นรายการที่เด็กทุกเพศทุกวัยและพ่อแม่ฟังได้ ไม่ใช้คำหยาบ และสร้างสรรค์ ชวนให้เด็กคิด โดยจะยกหัวข้อและเปิดโอกาสให้ทางบ้านโทร.เข้ามาแสดงความคิดเห็น เช่น หัวข้อการโกหก วาเลนไทน์ อากาศเปลี่ยน แปลงเด็กๆ ต้องระวังตัวเองอย่างไร หรือวันตรุษจีน ส่วนช่วงที่ไม่ควรพลาดคือข่าวเด็กๆ ที่อยากให้อ่าน พวกเราจะเปิดอ่านหนังสือพิมพ์หาข่าวเล็กๆ ของเด็กๆ ที่มีอยู่ให้กันฟัง เหมือนการเล่านิทานที่ใครๆ ก็ชอบให้พ่อแม่อ่านนิทานให้ฟังก่อนนอน
"แต่จริงๆ แล้วเมื่อเปิดหนังสือพิมพ์เห็นแต่ภาพโป๊ ข่าวฆาตกรรม เป็นข่าวที่เด็กๆ ไม่ควรได้รับ ไม่ดี ส่วนข่าวดีๆ จะอยู่หลังๆ ที่จะหยิบมาเล่าให้ฟัง แต่มีน้อย และที่สำคัญหนังสือพิมพ์สำหรับเด็กที่เป็นภาษาไทยยังไม่มี มีแต่ภาษาอังกฤษ STUDENT WEEKLY ซึ่งเรียนภาษาอังกฤษในห้องก็จะแย่อยู่แล้ว" มีนทิ้งท้าย
ขณะที่พี่เอ๋เสริมว่า "จากการให้เด็กหาข่าวเป็นการบอกว่าหนังสือพิมพ์ก็มีข่าวดีๆ ให้ได้รับรู้ การหาข่าวดีๆ ที่เด็กอยากอ่านเขาจะหากันเอง และเด็กอยากอ่านข่าว อยากรู้ เกี่ยวกับนักประดิษฐ์ นักบินอวกาศ หรือที่ผ่านมาข่าวสุนัขที่ได้รับมรดกร้อยล้าน และข่าวที่เด็กๆ สนใจอยากรู้คือข่าวที่เด็กๆ ควรระวังตัว ซึ่งเป็นข่าวที่เด็กอยากรู้จริงๆ
ขณะเดียวกันปัจจุบันสื่อทุกรูปแบบพุ่งเป้ามาที่ประชาชนและมีพลังมาก ธุรกิจก็พุ่งมาหาสื่อเช่นกัน ฉะนั้นก็เท่ากับว่าถูกแย่งพื้นที่มากขึ้น บริษัทที่ทำสารคดีดีๆ เนื้อหาของรายการปรับเปลี่ยนและแทรกด้วยโฆษณาชวนเชื่อ ที่สำคัญเขามองว่าเด็กๆ ไม่ได้ซื้อสินค้า โฆษณาจึงไม่สนับสนุนรายการเด็ก ดังนั้น รายการเด็กๆ ที่โฆษณาไม่เข้าผู้ผลิตจึงอยู่ไม่ได้ รายการที่มีเนื้อหาดีๆ และตั้งใจดีล้วนประสบสถานการณ์นี้กันหมด สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เด็กคิดตามกระแส คิดด้วยตัวเองไม่ได้
ถัดมารายการ "ครอบครัวสุขภาพดี" ออกอากาศเวลา 14.00-14.30 น. โดยเรวัติ สังข์ช่วย และ ลลดา พันสะ เน้นให้ทุกคนในครอบครัวเห็นความสำคัญของการรักษาสุขภาพ
สถานีวิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สถานีวิทยุ มก. AM 1107 KHz.) ร่วมกับเครือข่ายวิทยุเพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว จัดแถลงข่าว "สื่อใสหัวใจเด็ก" เพื่อจัดพื้นที่สีขาว "KU Green Radio Family" พร้อมส่ง 4 รายการนำร่อง เพื่อเพิ่มเครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ที่อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
เริ่มจากรายการ "เปิดประตูสู่โลกกว้าง" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.30-07.35 น. ดำเนินรายการโดย บุญฑริกา ไตรโกมุท ซึ่งกล่าวว่า รายการนี้เป็นรายการสั้นๆ ออกอากาศช่วงเช้าตรู่เพียง 5 นาที เป็นการแนะนำหนังสือว่าชื่อเรื่องอะไร ใครแต่ง สำนักพิมพ์ไหน และเราจะเลือกหนังสือที่น่าสนใจสำหรับเด็กๆ เยาวชนอ่านได้ และครอบครัวอ่านได้ มาเสนอแนะผู้ฟัง และสรุปแนวคิดให้ฟังท้ายเรื่อง
ส่วนอีก 3 รายการออกอากาศทุกวันเสาร์ คือรายการ "ขบวนการนักอ่าน" ออกอากาศเวลา 11.05-11.55 น. โดย วรินทร์เนตร ศิริ โชติชำนาญ หรือ พี่เอ๋ และเด็กๆ ขบวนการนักอ่าน
พี่เอ๋กล่าวถึงวัตถุ ประสงค์ของรายการว่า อย่างแรกรณรงค์เรื่องการอ่านหนังสือ เพราะเด็กๆ อ่านหนังสือกัน น้อย และการอ่านควรช่วยกันผลักดันหลายๆ ทาง ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่อกิจกรรมต่างๆ ซึ่งในรายการมีเด็กๆ จากสมาชิกสโมสรผึ้งมหัศจรรย์ที่เข้ามามีส่วนร่วมในรายการ โดยเฉพาะเรื่องการอ่าน เด็กๆ มีเวทีในการแสดงออกและมีพื้นที่ที่จะรณรงค์ในสิ่งที่ดีๆ เพื่อปลูกฝังให้ตัวเขาเป็นอาสาสมัครดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ โตขึ้นจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต และเด็กๆ มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นรวมทั้งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเด็กๆ ทางบ้านหรือพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเป็นแบบนี้บ้าง
![]() |
ส่วนรูปแบบรายการจะมีเด็กเป็นส่วนร่วม ช่วงแรกจะคุยกันเกี่ยวกับ ประเด็นที่น่าสนใจ เปิดให้เขาช่วยกันคิดว่าอยากจะคุยกันเรื่องอะไร และมีช่วงข่าวดีๆ ที่เด็กอยากอ่านที่ช่วยในเรื่องการอ่าน โดยเด็กๆ จะช่วยกันหาข่าว สิ่งที่เด็กๆ ได้รับคือความสนใจเรื่องข่าวสารบ้านเมือง ถัดมาเป็นช่วงภาษาพาสนุก สุดท้ายเป็นช่วงสนทนาจ๊ะจ๋า หัวข้อส่วนใหญ่จะเป็นนิทานหรือหัวข้อที่เป็นกระแสสังคม
ด้านเด็กๆ ขบวนการนักอ่าน ด.ญ.อรยา เวชวรนันท์ หรือมีน อายุ 11 ขวบ ชั้น ป.6 โรงเรียนสมิทธิโชติ ผู้ดำเนินรายการ ซึ่งมีหน้าที่ช่วยเลือกหนังสือ หาข่าว และช่วยพี่เอ๋จัดรายการ กล่าวถึงสิ่งที่ได้รับเมื่อก้าวสู่รายการวิทยุว่า ทำให้กล้าแสดง ออก มีความคิดเป็นของตัวเองและกล้านำเสนอในสิ่งที่คิด สิ่งที่ทำให้กล้าเพราะเป็นสิ่งดีๆ และอยากให้ทดลองฟังรายการก่อน เพราะเป็นรายการที่เด็กทุกเพศทุกวัยและพ่อแม่ฟังได้ ไม่ใช้คำหยาบ และสร้างสรรค์ ชวนให้เด็กคิด โดยจะยกหัวข้อและเปิดโอกาสให้ทางบ้านโทร.เข้ามาแสดงความคิดเห็น เช่น หัวข้อการโกหก วาเลนไทน์ อากาศเปลี่ยน แปลงเด็กๆ ต้องระวังตัวเองอย่างไร หรือวันตรุษจีน ส่วนช่วงที่ไม่ควรพลาดคือข่าวเด็กๆ ที่อยากให้อ่าน พวกเราจะเปิดอ่านหนังสือพิมพ์หาข่าวเล็กๆ ของเด็กๆ ที่มีอยู่ให้กันฟัง เหมือนการเล่านิทานที่ใครๆ ก็ชอบให้พ่อแม่อ่านนิทานให้ฟังก่อนนอน
"แต่จริงๆ แล้วเมื่อเปิดหนังสือพิมพ์เห็นแต่ภาพโป๊ ข่าวฆาตกรรม เป็นข่าวที่เด็กๆ ไม่ควรได้รับ ไม่ดี ส่วนข่าวดีๆ จะอยู่หลังๆ ที่จะหยิบมาเล่าให้ฟัง แต่มีน้อย และที่สำคัญหนังสือพิมพ์สำหรับเด็กที่เป็นภาษาไทยยังไม่มี มีแต่ภาษาอังกฤษ STUDENT WEEKLY ซึ่งเรียนภาษาอังกฤษในห้องก็จะแย่อยู่แล้ว" มีนทิ้งท้าย
![]() |
ขณะที่พี่เอ๋เสริมว่า "จากการให้เด็กหาข่าวเป็นการบอกว่าหนังสือพิมพ์ก็มีข่าวดีๆ ให้ได้รับรู้ การหาข่าวดีๆ ที่เด็กอยากอ่านเขาจะหากันเอง และเด็กอยากอ่านข่าว อยากรู้ เกี่ยวกับนักประดิษฐ์ นักบินอวกาศ หรือที่ผ่านมาข่าวสุนัขที่ได้รับมรดกร้อยล้าน และข่าวที่เด็กๆ สนใจอยากรู้คือข่าวที่เด็กๆ ควรระวังตัว ซึ่งเป็นข่าวที่เด็กอยากรู้จริงๆ
ขณะเดียวกันปัจจุบันสื่อทุกรูปแบบพุ่งเป้ามาที่ประชาชนและมีพลังมาก ธุรกิจก็พุ่งมาหาสื่อเช่นกัน ฉะนั้นก็เท่ากับว่าถูกแย่งพื้นที่มากขึ้น บริษัทที่ทำสารคดีดีๆ เนื้อหาของรายการปรับเปลี่ยนและแทรกด้วยโฆษณาชวนเชื่อ ที่สำคัญเขามองว่าเด็กๆ ไม่ได้ซื้อสินค้า โฆษณาจึงไม่สนับสนุนรายการเด็ก ดังนั้น รายการเด็กๆ ที่โฆษณาไม่เข้าผู้ผลิตจึงอยู่ไม่ได้ รายการที่มีเนื้อหาดีๆ และตั้งใจดีล้วนประสบสถานการณ์นี้กันหมด สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เด็กคิดตามกระแส คิดด้วยตัวเองไม่ได้
ถัดมารายการ "ครอบครัวสุขภาพดี" ออกอากาศเวลา 14.00-14.30 น. โดยเรวัติ สังข์ช่วย และ ลลดา พันสะ เน้นให้ทุกคนในครอบครัวเห็นความสำคัญของการรักษาสุขภาพ
ด้วยธรรมชาติบำบัด
หรือการสร้างสุขภาพองค์รวมที่สมบูรณ์
ทั้งมีการแบ่งปันความรู้ด้านสุขภาพด้วยการอ่านหนังสือ
โดยนำเรื่องราวในหนังสือมาถ่ายทอดบอกเล่าให้ฟัง
เริ่มแรกรายการจะเชิญผู้เชี่ยวชาญมาตอบคำถามในช่วง "คำถามเด่น สุขภาพดี"
เพื่อตอกย้ำความเข้าใจเรื่องสุขภาพ ถัดมาเป็น
"กิจกรรมหายป่วยด้วยวิถีธรรมชาติ" ปิดท้ายด้วยเรื่องราว "เมนูเด็ด
ลูกสุขภาพดี"
ด้านรายการ "วิทยุเด็ก" ออกอากาศเวลา 14.30-15.00 น. โดย พรพรรณ ชัยนาม หรือที่เด็กๆ เรียกติดปากว่าป้าพรรณ ป้าพรรณเผยความตั้งใจดีๆ ในการจัดรายการว่า "อยากให้เด็กๆ มีโอกาสสัมผัสสื่อและรู้เท่าทันสื่อ ครอบครัวและสังคม ช่วงแรกเรียกว่า "เล่นถ้า...รู้ทัน" โดยเปิดให้เด็กๆ โทรศัพท์ร่วมรายการและสมมติเหตุการณ์ขึ้น เช่น "มีคนบอกว่าพ่อแม่ให้มารับเด็กๆ แทน เด็กๆ จะทำอย่างไรบ้าง" เป็นการเปิดให้เด็กกล้าคิด กล้าพูด และรู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ช่วงถัดมาคือ "นักข่าววิทยุเด็ก" สอนอ่านออกเสียงที่ถูกต้องชัดเจน อย่าง ร เรือ ล ลิง คำควบกล้ำ โดยจะสอนกันกลางอากาศสดๆ เด็กๆ จะได้จำขึ้นใจ เช่น คำว่า "ใช่" ไม่ใช่ "ช่าย" ให้เขาพูดให้ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันนี้เกิดความผิดเพี้ยนเรื่องภาษากันมาก และสอนเรื่องการย่อความให้กระชับได้ใจความ เด็กๆ จะได้รู้ทันข่าว และสุดท้ายเป็นช่วงเล่าเรื่องดีๆ ให้เด็กฟัง"
ปัจจุบันสถานีวิทยุ มก. นอกจากเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรและผลการวิจัยสู่เกษตรกร
ด้านรายการ "วิทยุเด็ก" ออกอากาศเวลา 14.30-15.00 น. โดย พรพรรณ ชัยนาม หรือที่เด็กๆ เรียกติดปากว่าป้าพรรณ ป้าพรรณเผยความตั้งใจดีๆ ในการจัดรายการว่า "อยากให้เด็กๆ มีโอกาสสัมผัสสื่อและรู้เท่าทันสื่อ ครอบครัวและสังคม ช่วงแรกเรียกว่า "เล่นถ้า...รู้ทัน" โดยเปิดให้เด็กๆ โทรศัพท์ร่วมรายการและสมมติเหตุการณ์ขึ้น เช่น "มีคนบอกว่าพ่อแม่ให้มารับเด็กๆ แทน เด็กๆ จะทำอย่างไรบ้าง" เป็นการเปิดให้เด็กกล้าคิด กล้าพูด และรู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ช่วงถัดมาคือ "นักข่าววิทยุเด็ก" สอนอ่านออกเสียงที่ถูกต้องชัดเจน อย่าง ร เรือ ล ลิง คำควบกล้ำ โดยจะสอนกันกลางอากาศสดๆ เด็กๆ จะได้จำขึ้นใจ เช่น คำว่า "ใช่" ไม่ใช่ "ช่าย" ให้เขาพูดให้ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันนี้เกิดความผิดเพี้ยนเรื่องภาษากันมาก และสอนเรื่องการย่อความให้กระชับได้ใจความ เด็กๆ จะได้รู้ทันข่าว และสุดท้ายเป็นช่วงเล่าเรื่องดีๆ ให้เด็กฟัง"
ปัจจุบันสถานีวิทยุ มก. นอกจากเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรและผลการวิจัยสู่เกษตรกร
และผู้สนใจแล้ว
ยังเปิดพื้นที่เพื่อเด็ก โดยออกอากาศด้วยกำลังส่ง 10 กิโลวัตต์ (เชียงใหม่
5 กิโลวัตต์) ถ่ายทอดสัญญาณผ่านดาวเทียมไทยคม 1 ในระบบเอเอ็ม สเตอริโอ
มีอยู่ 4 สถานีด้วยกัน คือ สถานีวิทยุ มก.บางเขน, มก.เชียงใหม่,
มก.ขอนแก่น และมก.สงขลา สามารถรับฟังผ่านระบบอินเตอร์เน็ต สนใจคลิกที่
http://radio.ku.ac.th หรือ http://web.ku.ac.th/kurn
ที่มา-
