“กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเมืองท่าโขลง”
จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568
ณ วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี
มุ่งขับเคลื่อนสวัสดิการสร้างสุขให้ประชาชนเป็นปีที่ 9

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 09.30 น. ณ อาคารโถงช้างฯ วัดพระธรรมกาย อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ (รังสฤษดิ์ อิทฺธิจินฺตโก) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มอบหมายให้พระมหาวีรวัฒน์ วีรวฑฺฒโก ป.ธ.9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นประธานสงฆ์ให้โอวาทหัวข้อ “โภควิภาค : ศิลปะแห่งการแบ่งทรัพย์สู่ความมั่นคงและสมดุลของชีวิต” ในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 “กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเมืองท่าโขลง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี” โดยมีนายองอาจ ณฐ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวต้อนรับพร้อมนำเสนอวีดิทัศน์ประวัติวัดพระธรรมกายและกิจกรรมส่งเสริมศีลธรรมเพื่อชุมชน

ภายในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเมืองท่าโขลง นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง มอบหมายให้ว่าที่ ร.ต.เฉลิมพล ภาคีผล รองนายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง เป็นประธานในพิธีเปิดฯ พร้อมด้วยนายสมหมาย โสนามิตร รองนายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ นางสาวน้ำอ้อย บุญมา ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเมืองท่าโขลง รวมถึงคณะกรรมการและสมาชิกกองทุนฯ กว่า 2,000 คน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความพร้อมเพรียงและความตั้งใจในการพัฒนาชุมชนร่วมกัน

“กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเมืองท่าโขลง” มีบทบาทสำคัญในการออมร่วมกันและช่วยเหลือสมาชิกในยามเดือดร้อน ทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา สวัสดิการครอบครัว และการดูแลผู้สูงอายุ นอกจากจะช่วยลดภาระภาครัฐแล้ว ยังสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนเกิดการพึ่งพาตนเองได้ และเป็นแบบอย่างของการพัฒนาที่ยั่งยืนที่กลุ่มคนในชุมชนร่วมสร้างและร่วมรับประโยชน์อย่างแท้จริง การประชุมฯ ครั้งนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญในการทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา วางแผนการทำงานในอนาคต และกำหนดทิศทางการพัฒนากองทุนให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ในการจัดประชุมฯ วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย และคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้สนับสนุนการดำเนินงานฯ ด้านอาคารสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนการออกร้านบริการเครื่องดื่มและขนมปังแก่ผู้เข้าร่วมการประชุมฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนตลอดงาน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการประสานความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์ วัดในชุมชน และภาคส่วนต่างๆ ผ่านเครือข่าย “บวร” บ้าน–วัด–โรงเรียน–ราชการ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน วัดและคณะสงฆ์ได้มีบทบาทสำคัญในภารกิจด้านสาธารณสงเคราะห์ ให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ส่งเสริมศีลธรรม ความสมัครสมานสามัคคี และร่วมสร้างชุมชนให้น่าอยู่ควบคู่กับการพัฒนาด้านสวัสดิการทางด้านเศรษฐกิจและส่งเสริมศีลธรรมพัฒนาจิตใจอันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้เจริญก้าวหน้าและยั่งยืนสืบไป.

















