พิธีทำบุญตักบาตร 1,111 รูป ครบรอบ 744 ปีนครน่าน
ทำบุญสืบชะตาเมืองและ
ช่วยเหลือคณะสงฆ์ 323 วัด 4 จังหวัด ชายแดนภาคใต้
ข่าว BOON NEWS ประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน พร้อมด้วยสาธุชนจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมทำบุญตักบาตรแด่คณะสงฆ์ 1,111 รูป ครบรอบ 744 ปี นครน่าน ทำบุญสืบชะตาเมือง และนำข้าวสารอาหารแห้งส่วนหนึ่งส่งกำลังใจช่วยเหลือคณะสงฆ์ 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เช้าวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะสงฆ์พร้อมด้วยสามเณรในจังหวัดน่านและใกล้เคียง ได้เดินทางมาเป็นเนื้อนาบุญในพิธีตักบาตร 1,111 รูป ในส่วนของพุทธศาสนิกชนก็ได้เตรียมอาหารมาร่วมสร้างบุญใหญ่แด่คณะสงฆ์หมู่ใหญ่ บริเวณถนนคนเดินข่วงเมืองน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในโครงการ “มาฆปูรณมีศรีนครน่าน” ทำบุญสืบชะตาเมือง สืบสานฮีตฮอยประเพณีวิถีคนน่าน
โดยได้รับเกียรติจากนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย รวมทั้งถวายพานธูปเทียนแพแด่พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน ท่านประธานสงฆ์ และเปิดกรวยสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังได้จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ในโอกาสนี้กัลยาณมิตรปุญชรัศมิ์ ทรัพย์ถวิลหา ได้น้อมถวายพานพุ่มดอกไม้และประเคนขันตั้งสืบชะตาหลวงแด่พระเดชพระคุณพระราชนันทวัชรบัณฑิต (รศ.,ดร.) รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง จากนั้นได้ประกอบพิธีสืบชะตาหลวง โดยได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณพระราชนันทวัชรบัณฑิต (รศ.,ดร.) รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง เป็นประธานนำคณะสงฆ์ 1,111 รูป ประกอบพิธีสืบชะตาหลวง เจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สำหรับพิธีสืบชะตาหลวง เป็นประเพณีพิธีกรรมที่ชาวล้านนาโบราณที่สืบทอดมายาวนาน ทำในโอกาสต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้เกิดความสงบร่มเย็น เชื่อว่าเป็นการต่อชะตาเมืองให้เจริญรุ่งเรือง และสร้างความสามัคคีเป็นศูนย์รวมใจให้ชาวบ้านมาร่วมกันทำบุญกุศล ในการนี้ผู้แทนพุทธศาสนิกชน ได้จุดเทียน ณ บาตรพระพุทธมนต์ รวมถึงท่านเจ้าภาพจำนวน 8 ท่าน ก็ได้จุดเทียนสืบชะตา 8 เล่มรอบซุ้มสืบชะตา
ทุกท่านได้กล่าวขอขมาธรรมและเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม จากนั้นเป็นพิธีทำบุญตักบาตรแด่คณะสงฆ์ โดยได้รับเกียรติจากนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวให้การต้อนรับ,กัลยาณมิตรอภิสมย์ พรฝีปากเพราะผู้แทนคณะกรรมการจัดงาน กล่าวรายงาน และนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวเปิดงาน ทั้งนี้คณะสงฆ์พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน ก็ได้ปฏิบัติธรรมร่วมกัน กลั่นกายและใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่ง เพื่อเป็นภาชนะรองรับบุญจากการสร้างมหาทานบารมีครั้งสำคัญในพิธีตักบาตรพระ 1,111 รูป ตามเสียงเทปนำนั่งของหลวงพ่อธัมมชโย
ในโอกาสนี้ผู้แทนพุทธศาสนิกชนได้นำกล่าวคำแสดงตนเป็นพุทธมามกะ เพื่อแสดงถึงความเป็นชาวพุทธอย่างแท้จริง ก่อนที่จะได้ประกอบพิธีกล่าวคำถวายต่างๆดังนี้ พิธีกล่าวอัญเชิญเทวดา, พิธีกล่าวคำถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน, พิธีกล่าวคำถวายจตุปัจจัยไทยธรรม, พิธีกล่าวคำถวายคิลานเภสัช, พิธีกล่าวคำถวายค่ายานพาหนะ และพิธีกล่าวคำอธิษฐานจิต เพื่อตั้งเป็นผังสำเร็จ
จากนั้นนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ก็ได้น้อมถวายไทยธรรมแด่ท่านประธานสงฆ์ พร้อมกันนี้คณะเจ้าภาพ แขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ก็ได้น้อมถวายไทยธรรมแด่คณะสงฆ์ตามลำดับด้วยใจใสๆปลื้มปีติ ก่อนที่จะได้ประกอบพิธีมอบข้าวสารอาหารแห้งแด่คณะสงฆ์จังหวัดน่านและ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้
สำหรับการจัดตักบาตรในปีนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 744 ปี นครน่านถวายเป็นพุทธบูชา ทำบุญสืบชะตาเมือง สืบสานฮีตฮอยประเพณีวิถีคนน่าน โครงการมาฆปูรณมีศรีนครน่าน ตักบาตรพระ 1,111 รูป จัดขึ้นต่อเนื่องจากปี 2568 อีกทั้งยังมีส่วนช่วยเหลือคณะสงฆ์ ผู้ประสบภัยในจังหวัดน่านร่วมส่งกำลังใจ สนับสนุนคณะสงฆ์ 323 วัด ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย ซึ่งบรรยากาศภายในงานบุญเต็มอิ่มไปด้วยบุญกุศล ที่เกิดจากศรัทธาของชาวพุทธ เป็นการสะท้อนพลังศรัทธาและความสามัคคีของชาวน่านในการสืบสานประเพณีอันงดงามของชาวพุทธ และของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป








ทั้งนี้โครงการตักบาตรพระ 1,111 รูป ยังเป็นหนึ่งในโครงการตักบาตรพระ 2 ล้านรูป 77 จังหวัดทุกวัดทั่วไทย เพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนา รักษาวัฒนธรรมชาวพุทธให้เข้มแข็ง ซึ่งการจัดตักบาตรในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่ จังหวัดน่าน ,เทศบาลเมืองน่าน, สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน ,ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน, ศูนย์อบรมเยาวชนและปฏิบัติธรรมจังหวัดน่าน, มูลนิธิธรรมกาย ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการใช้จุดแข็งของประเพณีวิถีคนน่านมาสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควบคู่การอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน










