ฟิลิป
มอร์ริสผู้ผลิตบุหรี่ยักษ์ใหญ่ของอเมริกาเรียกร้องให้ทางฮอลลีวู้ด
อย่านำผลิตภัณฑ์ของบริษัทไปใช้ในภาพยนตร์
อ้างผลวิจัยชี้ภาพการสูบบุหรี่ในหนัง ชักจูงให้เยาวชนเลียนแบบ
ด้านนักวิจารณ์แสดงความกังขา ติงแค่แผนสร้างภาพ
ฟิลิป
มอร์ริสบริษัทผู้ผลิตบุหรี่ยักษ์ใหญ่ของอเมริกาได้ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 15
พฤศจิกายนเรียกร้องให้ทางฮอลลีวู้ดอย่านำผลิตภัณฑ์ของบริษัทไปใช้ในภาพยนตร์
และอ้างผลการวิจัยหลายฉบับที่ชี้ว่า ภาพของการสูบบุหรี่ในภาพยนตร์สามารถชักนำให้เด็กเกิคความอยากที่จะเลียนแบบได้
โดยฟิลิป มอร์ริสกล่าวว่า บริษัทจะลงตีพิมพ์โฆษณาที่มีข้อความว่า
"กรุณาอย่านำบุหรี่ของเราไปใช้ในภาพยนตร์ของคุณ" ในหนังสือเดลี่ วาไรตี้,
เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์ตเตอร์
และสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับอื่นเพื่ออ้อนวอนต่อเหล่าผู้สร้างภาพยนตร์
ในขณะที่การกระทำดังกล่าวเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์และสร้างความกังขา
ให้กับผู้คนในวงการบางส่วน
นายเดวิด
ซัตตัน โฆษกของฟิลิป มอร์ริสกล่าวว่า
ทางบริษัทมีแผนที่จะเริ่มต้นลงโฆษณาเพื่อการรณรงค์ชิ้นดังกล่าวในสัปดาห์นี้และ
ตั้งใจจะให้ลงติดต่อกันเป็นระยะเวลามากกว่า
2 เดือน ด้านสแตนตัน แกลนทซ์
หัวหน้าศูนย์วิจัยและศึกษาเพื่อการควบคุมบุหรี่แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย
ซานฟรานซิสโก เห็นว่าเป็นเพียงแค่แผนการสร้างภาพธรรมดาๆ เท่านั้น
โดยแกลนทซ์กล่าวว่า แทนที่ฟิลิป
มอร์ริสจะออกมาขู่ว่าจะฟ้องผู้สร้างหนังที่ใช้บุหรี่ของพวกเขาในภาพยนตร์
พวกเขาเพียงออกมาบอกว่า "พวกคุณอย่าให้สินค้าของเราปรากฏบนจอเลย"
และถึงแม้ว่าในหนังที่มีฉากสูบบุหรี่จะไม่ได้เป็นยี่ห้อของฟิลิป
มอร์ริสพวกเขาก็ยังได้ประโยชน์ทางการค้าอยู่ดี
เพราะมาร์ลโบโร่เป็นบุหรี่ที่มีคนรู้จักมากที่สุดและขายดีที่สุดอยู่แล้ว
แม็ทท์
ไมเยอร์ส ประธานของกลุ่มรณรงค์เพื่อเด็กปลอดบุหรี่กล่าวว่า
ที่ผ่านมาฮอลลีวู้ดไม่สนใจว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาใหญ่
ซึ่งทำให้มีจำนวนเยาวชนที่สูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าในภาพยนตร์ใช้บุหรี่ยี่ห้อใด ทั้งนี้
ไมเยอร์สและเหล่านักเคลื่อนไหวต่อต้านการสูบบุหรี่เชื่อว่า
การจัดเรตของหนังน่าจะเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ปัญหา
โดยภาพยนตร์ที่มีฉากสูบบุหรี่มากควรจะได้รับเรต "อาร์"
เนื่องจากฉากการสูบหรี่นั้นสร้างความสูญเสียต่อเยาวชนได้มากกว่าฉากที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเพศ
ความรุนแรง หรือภาษาหยาบคายเสียอีก (เอพี)
ที่มา-