ลูกรู้ตัวว่าลูกไม่มีโสรัจจะ คือเวลาปรนนิบัติคุณแม่ที่ป่วยนานๆ จิตใจมักเศร้าหมอง เบื่อ รำคาญ เพราะคุณแม่ทั้งบ่นทั้งจู้จี้สารพัด ลูกจะเอาธรรมะข้อโสรัจจะนี้ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นจะได้ไหม
ในสมัยหนึ่งครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตะวันเมืองสาวัตถี ได้เกิดเรื่องราวถกเถียงกันในหมู่สงฆ์ ถึงเรื่องวินัยสงฆ์ของภิกษุผู้เลี้ยงมารดารูปหนึ่ง ภิกษุที่ว่านี้เมื่อออกบวชในพุทธศาสนาก็ไม่สามารถปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังได้ เพราะต้องคอยมาปรนนิบัติผู้เป็นมารดาที่อาศัยอยู่ในบ้านตามลำพัง
การดูแลปรนนิบัติบุพการีเป็นหน้าที่ที่บุตรทุกๆคนควรกระทำ เพราะจะได้บุญใหญ่ติดตามตัวไปข้ามภพข้ามชาติ
การที่เราทะเลาะกับพ่อแม่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น หรือพูดไม่เพราะ จะบาปไหมคะ และถ้าขออโหสิกรรมท่านแล้วบาปนั้นจะหายไปไหมคะ
คำถาม : ทำตัวแบบใด พ่อแม่สามีจึงจะยอมรับเราคะ?
เกิดมาสวย ผิวพรรณดี เพราะในอดีตชอบทำบุญด้วยของสวยงาม เช่น นำดอกไม้บูชาพระรัตนตรัย แล้วอธิษฐานจิตขอให้ชาติต่อไปเป็นคนผิวพรรณดีและสวย มารวมส่งผล
ครอบครัวอบอุ่น ประกอบด้วย ได้พ่อแม่ดี ได้ลูกดี ได้สามี – ภรรยาดี ซึ่งอาจเคยทำบุญร่วมกันมา เคยเกื้อกูลกันมา หรืออธิษฐานให้มาพบกันอีก
ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดอัญชนวัน เมืองสาเกต เช้าตรู่วันหนึ่ง พระพุทธองค์พร้อมหมู่ภิกษุสงฆ์ได้เข้าไปบิณฑบาตในเมืองสาเกต พบพราหมณ์ผู้หนึ่งเดินสวนไปนอกเมือง จู่ๆ พราหมณ์ผู้นั้นก็เข้ามาหมอบแทบเท้า จับข้อเท้าไว้แน่น “ ลูก ธรรมดาบุตรต้องปรนนิบัติบิดามารดาในยามแก่ชรามิใช่หรือ ทำไมลูกจึงไม่มาเยี่ยมเราเลย
น้องชายคอยปรนนิบัติดูแลแม่ที่ป่วยเป็นอย่างดี ส่วนน้องสาวทำงานหาเงินเป็นหลัก และส่งเงินมาให้แม่เป็นค่ารักษา ค่าใช้จ่าย และทำบุญ แต่ไม่มีเวลามาดูแลแม่ใกล้ชิดมากนัก น้องสาวและน้องชายจะได้รับอานิสงส์แตกต่างกันอย่างไร ?
อานุภาพของการบำรุงบิดามารดาไม่ใช่ เรื่องธรรมดา ผู้ที่เลี้ยงดูบิดามารดา แม้ยักษ์ผู้มีใจเหี้ยมโหดก็ยังอ่อนโยนได้ แล้วเกิดความเลื่อมใส จนเปลี่ยนจากยักษ์ที่เหี้ยมโหดกลายมาเป็นยักษ์ใจดี มีศีลมีธรรม พระพุทธองค์ถึงได้ตรัสว่า เพราะการปรนนิบัติในบิดามารดา