ผู้นำครอบครัว ผู้นำชุมชน ไปจนถึงผู้นำประเทศเรา ทุกองค์กรในโลกใบนี้ไม่อาจขาดผู้นำ การทำงานเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวมของผู้คนจะต้องอาศัยหลักธรรมในข้อใดเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเล็งเห็นคุณค่าของเวลาชีวิต และทรงให้แนวทางแก่พระภิกษุในพระพุทธศาสนาในการบริหารเวลา ดังนี้....
โลกปัจจุบันเป็นโลกสื่อสารไร้พรมแดนด้วยเทคโนโลยี่และอินเตอร์เน็ต สามารถทำให้คนเราซึ้งอยู่คนละมุมโลกติดต่อกันได้อย่าสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อมูล ภาพ เสียง ไฟล์ต่างๆ รวมทั้งวีดีโอคอลที่ทำให้คนที่พูดคุยกันเห็นหน้าเห็นตากันเหมือนพูดคุยกันอยู่ซึ่งๆ หน้าเลย ความสะดวก สบาย ประหยัดค่าใช้จ่าย แฝงมาด้วยอันตรายจากมิจฉาชีพ
การถวายวิหารแก่สงฆ์เพื่อหลีกเร้นอยู่ เพื่อความสุข เพื่อเพ่งพิจารณา และเพื่อให้เห็นแจ้ง พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ทรงสรรเสริญว่า เป็นทานอันเลิศ เพราะเหตุนั้นแล คนผู้ฉลาด เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน พึงสร้างวิหารอันรื่นรมย์ให้ภิกษุทั้งหลายเถิด
การเรียนนิกายหนึ่งก็ดี สองนิกายก็ดี จบพุทธวจนะคือพระไตรปิฎกก็ดี ตามสมควรแก่ปัญญาของตนแล้วทรงไว้ กล่าวบอกพุทธวจนะนั้น ชื่อว่า การศึกษาคันถธุระ ส่วนการเริ่มตั้งความสิ้นไป และความเสื่อมไปในอัตภาพ เจริญวิปัสสนาด้วยอำนาจความเพียรพยายามแล้ว บรรลุพระอรหัต ชื่อว่า วิปัสสนาธุระ
วันหนึ่งพระราชาองค์ที่จะออกบวช ทรงมีรับสั่งให้ทางส่วนกลางคัดเลือกนายทหารที่มีความรู้ความสามารถและมีหน่วยก้านดีขึ้นมาจำนวนหนึ่ง เพื่อรองรับภารกิจพิเศษที่มาจากพระราชาโดยตรง
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กาล ๔ อย่างที่บุคคลบำเพ็ญโดยชอบ ให้เป็นไปโดยชอบ ย่อมให้ถึงความสิ้นอาสวะโดยลำดับ กาล ๔ นี้คือ การฟังธรรมตามกาล การสนทนาตามกาล การสงบตามกาล และการพิจารณาตามกาล กาล ๔ อย่างนี้ อันบุคคลบำเพ็ญโดยชอบ ให้เป็นไปโดยชอบ ย่อมให้ถึงความสิ้นอาสวะโดยลำดับ
การฝึกจิตที่บุคคลข่มได้ยาก เป็นธรรมชาติแล่นไปเร็ว มักตกไปในอารมณ์ตามความปรารถนา เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าจิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมเป็นเหตุนำความสุขมาให้
บุญที่เกิดขึ้นวันนั้นถือเป็นบุญใหญ่อันจะนับจะประมาณไม่ได้ เพราะพระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยคุรธรรมคุณวิเศษและมีพระคุณอันยิ่งใหญ่ต่อมวลมนุษยชาติ
ในโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ เหตุการณ์ หรือเรื่องราวต่างๆ ล้วนมีทั้งแง่ดีและแง่ไม่ดีสลับกันไป การมองโลกในแง่ดี และเรียน