พระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติอยู่ ณ กรุงพาราณสี พระองค์ทรงชอบการกลั่นแกล้งทรมานคนแก่ชราและสัตว์ที่แก่ไร้เรี่ยวแรง นำมากลั่นแกล้งในรูปแบบต่าง ๆ จนท้าวสักกะทนไม่ไหวจำต้องเสด็จลงมาใช้อุบายทำการสั่งสอนให้พระองค์ได้ทรงสำนึกในการกระทำที่ไม่สมควร
สิ่งที่ฉันทำเป็นประจำ และรู้สึกแย่เวลาที่ไม่ได้ทำ คือ ทุกครั้งที่ฉันขับรถ ผ่านคนแก่หรือเด็กๆที่กำลังเดินไปไหนสักแห่ง ถ้าฉันไม่ชวนไปด้วย ฉันจะรู้สึกแย่มากๆ ในบางครั้งฉันเองอยากจะชวน อยากจะทัก แต่อาจด้วยไม่รู้จัก ทำให้บางครั้งก็ไม่ได้ชวน ฉันเองก็รู้สึกแย่อีกเช่นกัน ทุกครั้งที่ฉันได้มีโอกาสช่วยเหลือคนอื่น ฉันจะรู้สึกดีมากๆ อย่างบอกไม่ถูก
ภาพคนแก่ คนเจ็บ คนตายเหล่านี้ เป็นภาพที่มนุษย์ทั้งหลายเห็นกันอยู่เป็นปกติ เห็นแล้วรู้สึกเฉยๆ เห็นแล้วไม่คิดต่อ แต่พระองค์คิดหาหนทางที่จะออกจากความทุกข์ อีกทั้งมีความเชื่อมั่นอยู่ในใจลึกๆ ว่า หนทางที่จะพ้นจากความทุกข์นั้นต้องมี ท่านคิดอย่างนั้นแล้วจึงแสวงหาหนทางแห่งความพ้นทุกข์เรื่อยมา
พอพวกเขาได้เห็นโคมขึ้นฟ้าเท่านั้น ทุกคนต่างโห่ร้อง ตบมือกันลั่นสนาม ด้วยความตื่นตาตื่นใจ คนเฒ่าคนแก่บางคนถึงกับยกแขนสองข้างขึ้นกางออก แหงนหน้าดูโคมลอยซึ่งค่อยๆกลายเป็นทะเลแห่งดวงดาว ดารดาษเต็มท้องฟ้า และค่อยๆเคลื่อนตามแรงลมไปในทิศทางที่มีพระจันทร์อย่างไม่น่าเชื่อ น้ำตาแห่งความปลื้มปีติและศรัทธาในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว
เรื่องราวของเด็กผู้หญิงอายุ 10 ปี แต่เธอกลับมีหน้าตาเหมือนคนอายุ 80 ปี มีสภาพร่างกายเหมือนคนแก่มาตั้งแต่เกิด เธอเคยมีฝาแฝดคนหนึ่ง มีลักษณะเหมือนกับที่เธอเป็น และได้เสียชีวิตไปแล้ว ตั้งแต่ได้เข้าเรียนในชั้นอนุบาล แต่พี่อีกสองคนปกติดี...แม้เธอจะมีร่างกายที่ไม่ปกติ แต่เธอกลับมีผลการเรียนที่ดี ได้เกรด 3-4 เป็นประจำ และมีความปรารถนาที่จะเป็นหมอ เธอเล่นกีฬาเก่ง ชอบแสดงออก เป็นคนมีน้ำใจ จึงเป็นที่รักของเพื่อนๆ...เพราะเหตุใด เธอจึงต้องเป็นอย่างนี้...
วันวิสาขบูชา Visakha Puja วันวิสาขบูชาวันสำคัญสากลโลก วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 วิสาขบูชา ย่อมาจากคำว่า “วิสาขปุรณมีบูชา” แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ (คือเดือน 6) ประวัติ ความเป็นมาของวันวิสาขบูชา
วันเข้าพรรษา 2569 วันเข้าพรรษาปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2569 แรม 1 ค่ำ เดือนแปด ซึ่งมีประวัติความเป็นมาอย่างไรมาติดตามกันได้เลยค่ะ
" ธรรมะคงตายไปจากโลกนี้แล้ว ไม่อย่างนั้นคนจิตใจชั่วอย่างสะใภ้ของเราคงไม่มีลูก และคงไม่มีความสุขเช่นนี้ ” วันหนึ่งหญิงชราได้นำข้าวของได้แก่ งา แป้ง ข้าวสาร ทัพพี ถาด และศีรษะมนุษย์ที่ตายแล้ว ๓ ศีรษะมาทำเตาไฟ เพื่อทำพิธีถวายมตกภัตแก่ธรรมในป่าช้า ด้วยเข้าใจว่าธรรมได้ตายไปแล้ว นางเริ่มก่อไฟแล้วลงน้ำสระผม บ้วนปาก สยายผม จากนั้นจึงเริ่มซาวข้าวเพื่อถวายมตกภัตแก่ธรรม
จะไม่แคร์โลกอย่างไรให้อยู่อย่างมีความสุข
“ มหาบพิตรในบัดนี้พระองค์จะทรงเชื่อได้อย่างไร แม้ในครั้งก่อน ครั้งหม่อมฉันเกิดเป็นมหธัมมปาลกุมาร เมื่ออาจารย์ทิศาปาโกเอากระดูกแพะมาแสดง บอกว่าบุตรของท่านตายเสียแล้ว นี่กระดูกบุตรของท่าน พระองค์ก็มิได้ทรงเชื่อ กล่าวกับอาจารย์ว่า ในตระกูลของเรานี้จักตายตอนกำลังหนุ่มนั้นเป็นไม่มี ก็เหตุไรในบัดนี้ พระองค์จักทรงเชื่อเล่า ”