เรื่องราวของพระผู้ทรงคุณวิเศษ ทรงอภิญญา...จากความทรงจำของคุณครูไม่ใหญ่
“คุณสมบัติ.. ไปบอกคุณเชื่อมเถิดนะว่า ตาแป๊ะน่ะ ตกน้ำตายเอง ไม่มีใครฆ่าหรอก เพราะยายไปถามตาแป๊ะมาแล้ว เชื่อยายเถอะ”
ไม่กี่วันก่อน หลวงพ่อไปหาคุณยายที่กุฏิ แล้วก็ถามคุณยายว่า “คุณยาย..วันๆ ยายคิดอะไร” ซึ่งคุณยายก็ตอบว่า “ยายคิดว่า..ทำอย่างไรจะปราบไอ้ดำให้ถึงที่สุดให้ได้” ซึ่งพอผมได้ฟังประโยคนี้..รู้สึกเปรี้ยง.!!ทันทีเลยครั
ลวงพ่อครับ ในฐานะผมเรียนจบสายวิทยาศาสตร์ ปกติแล้วคนเรียนจบสายนี้ เขาไม่ค่อยเชื่ออะไรที่ไม่มีเหตุผลหรือสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้หรอกครับ แต่เมื่อผมมาเจอคุณยายฯอาจารย์ ผมก็ขอยืนยันว่า “ท่านเป็นบุคคล..อจินไตย ที่วิทยาศาสตร์ตามหลังท่านไม่ทัน...
ขนาดลูกศิษย์รุ่นจิ๋วของหลวงปู่ยังทรงอภิญญา สามเณรน้อย..ทำแผ่นดินไหว สามเณรน้อย..ตาทิพย์
หลวงพ่อครับ..ผมมีเรื่องเกี่ยวกับความทรงอภิญญาของคุณยายที่ผมเจอกับตัวเองจะๆ มาเล่าให้ฟังเป็นซีรีย์ยาวเลยครับ แต่วันนี้...จะขอนำเสนอตอนแรกก่อน โดยย้อนไปเมื่อ 26 ปีที่แล้ว หรือในปี พ.ศ. 2531 ในช่วงนั้นหลวงพ่อเมตตาให้ทีมงานกลุ่มหนึ่ง ไปดูแลพื้นที่วัดเก่าแก่แห่งหนึ่ง เพื่อทำการปฏิสังขรณ์ครับ ซึ่งวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาใน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และหนึ่งในทีมงานนั้น นอกจากจะมีหลวงพี่สีลวัณโณ มีผม และก็ยังมีเจ้าหน้าที่ผู้ชายคนหนึ่ง
ตระกูลหนึ่ง มีเรื่องราวเล่าสืบกันมาว่า ในสมัยอยุธยาเมื่อครั้งที่พม่าเข้าโจมตีพระนคร บรรพบุรุษของตระกูลเกรงว่าสมบัติจะสูญหาย จึงได้ฝังดินไว้ พร้อมกับก่อสร้างสถูปไว้เพื่อเป็นเครื่องหมาย …คนรุ่นหลัง หลายต่อหลายคนพยายามจะไปขุดสมบัติ แต่ก็ไม่มีใครได้ไปสักคน …เรื่องนี้ จริงหรือไม่ …และเรื่องราวของนักรบแห่งกองทัพธรรม ผู้สละชีวิตทางโลก เพื่อจะเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา…
การให้ประทีป ชื่อว่าให้จักษุ คนเราแม้ตาดีแต่ถ้าอยู่ในที่มืดก็ไม่เห็นอะไร ต่อเมื่อมีประทีปส่องสว่างขึ้นจึงสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจน
วันมาฆบูชา ในปีนี้ตรงกับวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2558 วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 พระบรมศาสดาทรงประชุมพระสาวก ณ พระวิหารเวฬุวัน ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ประกอบด้วยองค์ 4 ดังนี้