พระนางปชาบดีโคตมีทรงรู้สึกเสียพระทัยเป็นอย่างมาก เพราะผู้ที่ได้รับผ้าสาฎกใหม่เนื้อดีนั้น กลับกลายเป็นพระภิกษุที่เพิ่งบวชใหม่ชื่อว่า "พระอชิตะ"
กรรมวิธีในการผลิตผ้าสาฎกของพระนางมหาปชาบดีโคตมีนั้น ทุกขั้นตอนในการผลิต ล้วนทำอย่างละเอียดประณีตและพิถีพิถัน
นอกจากธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว ในพระไตรปิฎกบาลียังกล่าวถึงธรรมกายของพระพุทธสาวกด้วยดังที่ปรากฏในมหาปชาบดีโคตมีเถรีอปทาน อันเป็นถ้อยคำที่พระมหาปชาบดีโคตมีเถรีกราบทูลลาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อเสด็จปรินิพพาน
ในที่ใด ไม่มีความแก่หรือความตาย ไม่มีการสมาคมด้วยสัตว์และสังขารอันไม่เป็นที่รัก ไม่มีการพลัดพรากจากสัตว์และสังขารอันเป็นที่รัก ที่นั้นนักปราชญ์กล่าวว่าเป็นอสังขตสถาน
เมื่อพระอชิตะได้รับพุทธพยากรณ์ในความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากพระบรมศาสดาแล้ว ความปลื้มปีติโสมนัสอย่างหาที่สุดมิได้ ก็พลันบังเกิดขึ้น
พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานพุทธพยากรณ์แก่พระอชิตะว่า “ท่านอชิตภิกษุรูปนี้ จักได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์สุดท้ายของภัทรกัปนี้
พระพุทธองค์จึงทรงเข้าพระทัยว่า ทำไม...พระน้านางจึงทรงรู้สึกน้อยใจเช่นนั้น และทำไม...ท่านอชิตภิกษุจึงเป็นผู้ได้รับผ้าสาฎกของพระน้านางในครั้งนี้
ปาฏิปุคคลิกทาน (การถวายทานที่เฉพาะเจาะจง) จะมีอานิสงส์น้อยกว่าการถวายทานแบบสังฆทานเป็นอย่างมาก
คำสอนในพระพุทธศาสนากล่าวว่า “ทาน” หรือ “การให้” เป็นความดีที่เป็นสัมมาทิฐิเบื้องต้นของมนุษย์ทุกคน เพราะทั้งการให้ การแบ่งปัน หรือการสงเคราะห์ ล้วนเป็นคุณธรรมที่เกื้อกูลกันระหว่างชีวิตต่อชีวิต เป็นพื้นฐานความดีที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป ดังเช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในครั้งยังสร้างบารมี กว่าพระองค์จะทรงประสบความสำเร็จขั้นสูงสุดในชีวิต คือการตรัสรู้ธรรม พระองค์ก็ทรงอาศัยการทำทานเป็นจุดเริ่มต้นของการสั่งสมความดี
พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมศาสดาเอกของโลก เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าคือใคร คุณสมบัติของพระพุทธเจ้า ความเป็นเลิศพระพุทธเจ้า