ในสมัยพุทธกาลมีสามเณร น้อยองค์หนึ่งชื่อติสสะ อายุ ๗ ปีมาบวชเพื่อศึกษาเล่าเรียน และปฏิบัติธรรมอยู่ในสำนักพระสารีบุตรเถระอัครสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นระยะเวลาหนึ่งปี
พุทธประเพณี คือ ประเพณีของผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นระเบียบแบบแผนและเอกลักษณ์ของชาวพุทธ ที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล พุทธประเพณีที่เกิดขึ้นในสมัยพุทธกาลนั้นมีหลายอย่าง เช่น พุทธประเพณีการบวช พุทธประเพณีการตักบาตร พุทธประเพณีการถวายสังฆทาน พุทธประเพณีการปฏิบัติธุดงควัตร เป็นต้น
จากความเมตตาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่ได้ให้ลูกๆ MMC ได้มาเข้าอบรมเรียนรู้วัฒนธรรมชาวพุทธ ได้ไปร่วมงานโปรยกลีบกุหลาบต้อนรับพระธุดงค์ ได้ต้อนรับเด็กดีวีสตาร์ และได้ไปพัฒนาวัดร้างให้เป็นวัดรุ่งที่ อ.ออมก๋อย จ.เชียงใหม่
คำคมสอนใจกับธรรมะใสๆ ที่ให้แง่คิดมุมมองดีๆ กับชีวิต สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น
บุคคลใดมีความเพียร ข่มขี่มาร ครอบงำมัจจุราชได้แล้ว ได้ถูกต้องธรรมอันเป็นที่สิ้นการเกิด บุคคลเช่นนั้นย่อมเป็นผู้รู้แจ้งโลก เป็นผู้มีปัญญาดี เป็นมุนี ผู้หมดความทะยานอยากในธรรมทั้งปวง
เราเป็นผู้ครอบงำธรรมทั้งปวง รู้ธรรมทั้งปวง อันตัณหา และทิฏฐิไม่ฉาบทาแล้ว ในธรรมทั้งปวง ละธรรมเป็นไปในภูมิสามได้หมด พ้นแล้วเพราะ ความสิ้นไปแห่งตัณหา เราตรัสรู้ยิ่งเองแล้ว จะพึง อ้างใครเล่า อาจารย์ของเราไม่มี คนเช่นเรา ก็ไม่มี บุคคลเสมอเหมือนเราก็ไม่มี ในโลกกับ ทั้งเทวโลก เพราะเราเป็นพระอรหันต์ในโลก
ในอดีตกาล ที่เกาะตัมพปัณณิทวีป มีเมืองยักษ์ชื่อ สิริสวัตถุ เป็นที่อยู่อาศัยของพวกนางยักษิณี เมื่อเรือของพ่อค้าอับปางลง พวกนางยักษิณีรู้ว่า เหยื่ออันโอชะกำลังมาถึง จึงพากันประดับตกแต่งร่างกาย ถือของขบเคี้ยวของบริโภค พวกนางต่างเล้าโลมเหล่าพ่อค้าด้วยมารยาหญิง และพาพ่อค้าไปเมืองยักษ์ทันที เหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไรนั้น
ปกติการทำวิชชาปราบมารจะต้องอยู่ในอิริยาบถนั่งบนแผ่นฌาน ซึ่งแผ่นฌานจะเป็นประดุจอวัยวะหนึ่งของร่างกาย เหมือนแขน เหมือนขา ไม่ว่าจะเป็นพระนิพพานที่ละเอียด ๆ ท่านก็จะนั่งอยู่บนแผ่นฌานหรือแม้แต่เวลาเข้าถึงพระนิพพานในตัวแล้ว เราก็จะเห็นว่าพระธรรมกายท่านนั่งอยู่บนแผ่นฌาน อยู่ในอิริยาบถของพระผู้พิชิตมารหรือปราบมาร
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บรมครูของมนุษย์และเทวดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ ท่านผู้รู้ดีรู้ชอบด้วยพระองค์ก่อน แล้วสอนให้ผู้อื่นรู้ตามด้วย ได้แก่สอนให้ประชุมชนเว้นชั่ว ประพฤติชอบประกอบตนไว้ในทางที่สมควร
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ เป็นบัณฑิต ฉลาด เป็นสัตบุรุษ ครองตนอันไม่ขาดจากแก่นสาร ไม่ถูกประหารจากคุณธรรม เป็นผู้ไม่มีโทษ ผู้รู้ไม่ติเตียน และได้บุญมากด้วยธรรม ๓ ประการคืออะไรบ้าง คือ กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล เป็นบัณฑิต