พระนางปชาบดีโคตมีทรงรู้สึกเสียพระทัยเป็นอย่างมาก เพราะผู้ที่ได้รับผ้าสาฎกใหม่เนื้อดีนั้น กลับกลายเป็นพระภิกษุที่เพิ่งบวชใหม่ชื่อว่า "พระอชิตะ"
เมื่อพระอชิตะได้รับพุทธพยากรณ์ในความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากพระบรมศาสดาแล้ว ความปลื้มปีติโสมนัสอย่างหาที่สุดมิได้ ก็พลันบังเกิดขึ้น
พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานพุทธพยากรณ์แก่พระอชิตะว่า “ท่านอชิตภิกษุรูปนี้ จักได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์สุดท้ายของภัทรกัปนี้
อายุของมนุษย์มีน้อย คนดีพึงดูถูกอายุนั้นเสีย พึงประพฤติตน ดุจคนมีศีรษะถูกไฟไหม้ มฤตยูที่จะไม่มาถึงย่อมไม่มี
ความชั่วทางกาย วาจา และใจของบุคคลใดไม่มี เราเรียกบุคคลนั้น ผู้สำรวมแล้วโดยฐานะ ๓ ว่า เป็นพราหมณ์
เหลืออีก 4 วัน จะออกพรรษาแล้ว พรรษาแห่งการบรรลุธรรม ซึ่งมีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุก ๆ คนในโลก ไม่ว่าจะเชื้อชาติศาสนาและเผ่าพันธุ์ใดจะเชื่อหรือไม่เชื่อ รู้หรือไม่รู้ก็ตาม ล้วนมีหมด ไม่เชื่อก็มาพิสูจน์ดู ทำให้ถูกหลักวิชชา เดี๋ยวก็เข้าถึง
ประวัติพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน รูปภาพพระพุทธเจ้า การประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน สรุปประวัติพระพุทธเจ้า
พระพุทธองค์จึงทรงเข้าพระทัยว่า ทำไม...พระน้านางจึงทรงรู้สึกน้อยใจเช่นนั้น และทำไม...ท่านอชิตภิกษุจึงเป็นผู้ได้รับผ้าสาฎกของพระน้านางในครั้งนี้
ปาฏิปุคคลิกทาน (การถวายทานที่เฉพาะเจาะจง) จะมีอานิสงส์น้อยกว่าการถวายทานแบบสังฆทานเป็นอย่างมาก