ตอนเจอ เลส-ขะ ครั้งแรกสุด ผิวของเขาก็ดูดำขลับเหมือนมาไซคนอื่นๆ แต่หลังจาก เลส-ขะ เห็นองค์พระ และนั่งสมาธิต่อเนื่องทุกวัน พอมาเจออีก ก็รู้สึกหน้านวลขึ้น หน้าตาดูแจ่มใสกว่าแต่ก่อน ตอนเจอแรกๆดำ ตอนนี้ดำจางลง เลส-ขะ บอกว่า ตั้งแต่นั่งสมาธิแล้ว เวลาเขาเดินไปไหนมาไหน รู้สึกเดินสบายขึ้นกว่าเดิม
นึกถึงมาไซ ที่อยู่ในบ้านโครงไม้แล้วมีมูลวัวมาปะแห้ง ส่งกลิ่นให้ผู้มาเยือนต้องผงะ ภายในบ้านก็ปูด้วยมูลวัวเอามาทำเป็นแผ่นๆ ปูเป็นพื้น และมีแหล่งน้ำไกลบ้านต้องเดินเท้าถึงหนึ่งวัน ไม่มีไฟฟ้า อยู่ท่ามกลางดงสิงโต และโรคภัยไข้เจ็บมากมายที่มีในป่า และกว่ามาไซจะได้เงินมาแต่ละ ชิลลิ่ง ก็ลำบาก 5ปีถึงได้เงินครั้งหนึ่ง 5ปีถึงมีอาหารกินอิ่ม
เขาวาดรูปไม่ถึง 3นาที ยอดกัลยาณมิตร จึงหยิบกระดาษมาดู เห็นเป็นรูป คน ในท่านั่งสมาธิ วาดสวยและเห็นรายละเอียดชัดเจน คือ ขาขวาทับขาซ้าย และบนศีรษะ มีปุ่มโค้งๆ เป็นรูปลักษณะดอกบัว...ภาพที่เห็น ทำให้ยอดกัลยาณมิตร ตะลึงมาก เขาพยายามพูดอีกว่า “เป็นคน sit and sleep” (หมายถึง คนนั่งหลับตา)
สมาธิเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนเคนย่า แต่พวกเขากลับให้ความสนใจและมีประสบการณ์ภายในอย่างเหลือเชื่อ คือสัมผัสได้ถึงแหล่งพลังงานแห่งสันติภาพที่แผ่ขยายมาจากกลางกาย และเชื่อว่าสมาธิคือหนทางแห่งการสร้างสันติภาพโลก
สัตบุรุษทั้งหลายบรรเทาความทุกข์อันยากที่จะอดทนได้ด้วยความสุข เพราะเป็นผู้มีจิตเยือกเย็นยิ่งนัก ในความสุข และทุกข์ทั้ง ๒ อย่าง ย่อมเป็นผู้มีจิตเป็นกลาง ทั้งในความสุขและทุกข์
คืนนั้น ลูกนั่งด้วยความสดชื่นมากๆไม่คิดเรื่องอะไร บอกตัวเองว่า “ให้วาง ให้ว่าง ให้วาง ว่างๆ” นึกภาพองค์พระมาไว้ในกลางกายแล้วมองไปเรื่อยๆ อย่างสงบ ไม่นานต่อมา รูปที่ลูกตรึกอยู่นั้น ก็ใสมีประกายขึ้นมาเอง ชัดขึ้นๆ แล้วองค์พระก็ผุดขึ้นมามากมาย มาแบบมีชีวิตชีวามากๆ