ดูก่อนราหุล สมณธรรมของบุคคลผู้ไม่มีความละอายในการกล่าวมุสาทั้งรู้อยู่ก็เป็นของที่คว่ำเสียแล้วเหมือนกันฉะนั้น
คำถาม : ดิฉันทำผิดศีล 5 เรื่องมุสา คือไปรับรู้เรื่องโกหกของน้องชายและช่วยปกปิด คือน้องชายดิฉันคบผู้หญิง 2 คน พร้อมกัน ดิฉันรู้เห็นทุกอย่างโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แบบนี้ดิฉันจะผิดศีลหรือเปล่าคะ ดิฉันกลัวเวรกรรมตามทันแล้วต้องเจอเรื่องแบบที่ผู้หญิงสองคนนั้นเจอ ?
ความวุ่นวายที่เกิดบนโลก โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากการพูดจาโกหก หลอกลวง กลับกลอกกลับไปกลับมา เรามักจะพบเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่เว้นเด็กเว้นผู้ใหญ่ มีหน้าตาฐานะทางสังคมอย่างไรและไม่มีกำแพงชนชาติมากีดกัน ซึ่งมักจะใช้คำสั้น ๆ ว่า “ เด็กเลี้ยงแกะ ” เป็นข้อความที่บ่งชี้ให้เห็นว่าบุคคลนั้น ๆ ที่ถูกประณามเป็นคนพูดโกหก พูดหลอกลวง ทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อ ซึ่งถือว่าผิดศีลห้าในข้อที่ ๔ นั่นเอง ที่มีชื่อว่า มุสาวาท
นักเรียนโรงเรียนบ้านขุนแม่บง ตชด. จังหวัดเชียงราย ได้เข้าค่ายอบรมศีลธรรม ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมเชียงราย
วันหนึ่ง ประชาชนเข้ามาขอร้องนายอำเภอว่า ข้าแต่นาย ในงานมหรสพประจำปี ซึ่งจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ทุกๆ ปีตั้งแต่โบราณกาล ชาวบ้านต่างพากันดื่มสุราเลี้ยงฉลองกันใหญ่โตเป็นที่สนุกสนาน เวลาอื่นท่านห้ามขายสุรา พวกเราก็ไม่ว่า แต่พรุ่งนี้เป็นงานประจำปี ซึ่งทำกันเป็นประเพณีมานาน เพราะฉะนั้น ขอท่านนายอำเภอ จงอนุญาตให้ซื้อขาย และดื่มสุรากันสักวันหนึ่งเถิด
อยู่มาวันหนึ่ง เศรษฐีกรุงพาราณสีได้เกิดความคิดอย่างนี้ขึ้น ด้วยความรักและความคุ้นเคยในพระโพธิสัตว์ว่า "ชื่อว่าการบวชเป็นทุกข์ เรายังปริพาชกชื่อว่า วัจฉนขะ ผู้เป็นสหายของเราให้สึก แล้วแบ่งสมบัติทั้งหมดให้แก่ปริพาชกไปครึ่งหนึ่ง เราทั้งสองก็จักอยู่ด้วยความปรองดองกัน"
่ท่านชอบตั้งวงเล่นไพ่กับเพื่อน ๆ ของท่าน มีอยู่ครั้งหนึ่งขณะที่คุณแม่และขาไพ่ทั้งหลายกำลังตั้งวงกันอยู่ ลูกถูกใช้ให้ไปซื้อโอเลี้ยง ขากลับนึกสนุก พอมาถึงข้างบ้านจึงตะโกนจนสุดเสียงว่า “ตำรวจมา” ปรากฏว่าได้ผลค่ะ คือวิ่งกันอย่างไร้ทิศทาง บางรายที่ขาไม่ดีไปไหนไม่ได้ถึงกับฉี่ราดเลยค่ะ
หญิงคนหนึ่งเดินทางไปธุระต่างจังหวัด กับคนขับรถ …ปรากฏว่า อยู่ๆรถก็เกิดเสียกลางดึก บริเวณทางแยกเข้าหมู่บ้าน ข้างทางมีบ้านไม้หลายหลังตั้งเรียงรายตลอดแนวถนนทั้ง 2 ฝั่ง…เด็กหนุ่มคนหนึ่ง อาสาพาคนขับรถ นำแบตเตอรี่ไปชาร์ต จนสามารถเดินทางต่อไปได้จนถึงที่หมาย …วันรุ่งขึ้น ขากลับ เธอตั้งใจแวะที่เดิมเพื่อนำของฝากไปขอบคุณเด็กหนุ่มคนนั้น แต่ปรากฏว่า ไม่มีหมู่บ้านอย่างที่เคยเห็น …
ภรรยาของผมซึ่งเป็นคนอีสาน ถูกญาติพี่น้องของผมชี้หน้าด่าเป็นภาษาจีน และถูกจับกลุ่มนินทาทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งๆที่ภรรยาผมพยายามดูแลปรนนิบัติญาติฝ่ายของผมอย่างสุดความสามารถ ภรรยาผมเรียกทีมน้องๆ ผมว่า “ฉิ่ง ฉาบ ขมิ้น ปูน ค้อน ตะปู พริก เกลือ”
เพราะความประทับใจใน คุณยายอาจารย์มหารัตนะอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ทำให้เธอมุ่งมั่นสร้างบารมีอย่างเต็มที่ ต่อเนื่องมิได้ขาด …เมื่อถึงคราวเธอต้องเจ็บป่วย ล้มหมอนนอนเสื่อ อานุภาพแห่งบุญก็ช่วยให้เธอหายได้เป็นอัศจรรย์…นอกจากนี้ เธอยังทำหน้าที่ของลูกที่ดี ดูแลแม่ในยามแก่ชรา และเจ็บป่วย อีกทั้งยังทำทุกทางเพื่อให้คุณแม่ของเธอได้มีสุขคติเป็นที่ไป เมื่อสิ้นอายุขัยแล้ว…