สามีของลูกมีอาชีพครู เป็นคนดี ใจกว้าง ชอบช่วยเหลือคน ใครเดือดร้อนก็จะช่วยหมด แต่เขามีงานอดิเรก คือ เป็นนายพราน พอถึงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เขาจะไปล่าหมูป่า เก้ง ไก่ป่า แต่ปัจจุบันเขาเลิกแล้วค่ะ เพราะดู DMC ได้ศึกษาความจริงของชีวิตจากคุณครูไม่ใหญ่
อันชื่อว่ามนุษย์ย่อมมีทั้งดีและร้าย เมื่อมีคนที่ทำกรรมดีก็มีคนที่ทำกรรมชั่วเช่นกัน ครั้งหนึ่งเมื่อพระบรมศาสดาเสด็จจาริกไปในหมู่ชนชาวมคธได้เกิดเรื่อพิสดารขึ้น
สำหรับกลุ่มเพื่อนๆ ของภรรยาของตัวลูก ในภพชาตินั้น ก็จะเป็นกลุ่มลูกๆ ของผู้ที่มีฐานะดีที่อยู่ภายในเมืองหลวงของแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชในภพชาตินั้นไม่ว่าจะเป็นลูกๆ ของเหล่าคฤหบดีและลูกๆ ของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
เมื่อยามอรุโณทัย พระโพธิสัตว์จะตื่นแต่เช้าตรู่ รีบลุกจากที่นอนโดยไม่อิดออด เก็บกวาดที่อยู่อาศัยของบิดามารดาจนสะอาดเรียบร้อย จากนั้น พระโพธิสัตว์จะเข้าไปกราบเท้าบิดามารดาทั้งสอง เพื่อไปตักน้ำยังแม่น้ำมิคสัมมตา
นักชีวะวิทยาชาวอังกฤษ จับงูอนาคอนดายักษ์ หนักร่วม 100 กิโลกรัม ด้วยมือเปล่า ระหว่างออกสำรวจริมแม่น้ำเรวา ในประเทศกายอานา...
เรื่องราวมีอยู่ว่า แพะนั้นเข้าไปในโรงช้าง เห็นหญ้าที่คนเลี้ยงช้างวางไว้สำหรับช้าง ก็ยากที่จะอดใจได้ เพราะหญ้าเป็นอาหารโปรดของแพะ มันจึงแอบกินหญ้านั้นเรื่อยมา แต่ต่อมาพวกคนเลี้ยงช้างเห็นเข้า จึงคว้าไม้ไล่ตะเพิดแพะ คนเลี้ยงช้างอีกคนหนึ่งคว้าไม้พลองได้ ก็หวดไม้ลงไปกลางหลังอย่างเต็มเหนี่ยว จนแพะหลังแอ่น
อีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา มันก็จะสานต่อ “วงกลม” ที่ว่านั้น ให้เป็น “เสาเรือน” ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ใครเป็นคนสอน...ไม่เห็นต้องไปเรียน วิศวกรรมศาสตร์ หรือ สถาปัตยกรรมศาสตร์ ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม ไม่ต้องเข้ามหาวิทยาลัย...แล้วสิ่งที่ “นกช่างสาน” กำลังจะทำต่อไปนี้ เป็นสิ่งอัศจรรย์ ของโลกสถาปัตย์ ก็ว่าได้ เพราะ “เสาเรือน” ที่ว่านั้น ที่แท้จริงก็คือ...จั่ว “หลังคา” นั่นเอง
เจ้ากระต่ายตัวหนึ่งมีความคิดที่ว่าหากแผ่นดินเกิดถล่มขึ้นมาตนควรจะทำอย่างไรดี จู่ ๆ ผลมะตูมลูกหนึ่งก็หล่นจากต้นตกใส่บนหลังคาใบตาลอันเป็นรังของเจ้ากระต่ายเข้าเต็มเปา เสียงดังจากการตกกระทบบวกกับความคิดจดจ่อของมันสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับเจ้ากระต่ายเป็นยิ่งนัก มันเลยวิ่งหนีสุดชีวิต ทำให้บรรดาสัตว์ป่าทั้งหลายแตกตื่นพากันวิ่งตามๆ กันไปจนเกือบจะตกจากหน้าผาที่สูงชัน
วัดพระธรรมกายออเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จัดพิธีกล่าวคำปล่อยสัตว์ปล่อยปลา เพื่อให้ชีวิตสัตว์เป็นทาน
เมื่อก่อน กระผมเป็นพรานเนื้อ เป็นผู้มีฝ่ามือเปื้อนโลหิต เป็นคนหยาบช้าทารุณ มีใจประทุษร้ายในสัตว์เป็นอันมาก เพราะอาศัยอุบาสกเป็นกัลยาณมิตร กระผมจึงฆ่าสัตว์เฉพาะกลางวัน กลางคืนเป็นผู้สำรวมงดเว้นจากปาณาติบาต เพราะฉะนั้นกลางคืนกระผมจึงได้รับความสุข กลางวันได้เสวยทุกข์ ถูกสุนัขมีจิตเดือดดาลพากันห้อมล้อม กัดกินกระผมรอบด้าน