วันนี้มีคำถามจากคุณโยมท่านหนึ่งมาว่า บุญที่เรามีอยู่แล้วจะมีวันหมดไหมค่ะ
คำคมสอนใจกับธรรมะใสๆ ที่ให้แง่คิดมุมมองดีๆ กับชีวิต สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น
นั่งไปซักพัก แล้วผมก็ได้พบกับแสงสว่างที่ไม่แสบตา รู้สึกเย็นตาและเย็นใจมากๆ ตอนนั้นจิตใจผม มีความสุขมากๆ ครับ เป็นสุขที่เกินบรรยายจริงๆ สุขกว่าการร้องเพลง สุขกว่าการรับประทานอาหาร สุขกว่าสุขทางโลก ทางโลกสุขชั่วประเดี๋ยวประเดียว เหมือนอิ่มแล้วก็กลับมาหิวใหม่ แต่ความสุขภายในที่ผมได้ในตอนนี้ เป็นความสุขที่ไม่มีวันหมดอายุครับ
เธอเคยแอนตี้วัด เพราะฟังจากข่าวสารต่างๆ แต่พอได้มีโอกาสมาวัดพระธรรมกายแล้วเธอกลับประทับใจในทุกๆ สิ่งทุกอย่างที่ได้เห็น แล้วเธอยังได้บอกอีกว่า "ฉันได้รับปริญญาชีวิตแล้ว เพราะ DMC" เพราะเธอได้เรียนรู้แล้ว ว่า "ชีวิตจะมีค่าได้ก็ต่อเมื่อได้เข้าถึงสิ่งที่ล้ำค่า คือองค์พระและแสงสว่างภายในเท่านั้น" อะไรทำให้เธอพูดได้อย่างนั้น
อุปมาความรักของแม่ในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหา เปรียบเทียบความรักของแม่กับธรรมชาติและสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต เรียกคืนความหมายของความรักอันยิ่งใหญ่และไม่มีวันหมดสิ้นของแม่
หากเราเข้าถึงธรรมก่อนตาย เข้าถึงดวงธรรมหรือองค์พระ เมื่อถึงวันหมดอายุขัย เราจะไม่หวาดหวั่นต่อมรณภัยอย่างบางคนทำบาปไว้มาก นอกจากจะทรมานจากการเจ็บป่วยในวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว ยังเห็นภาพกรรมนิมิตไม่ดีที่เคยทำไว้ในอดีตมากมาย จึงหวาดหวั่นต่อมรณภัย เนื่องจากไม่รู้ว่าหลังตายแล้วจะไปไหน
คำถาม : กรรมมีวันหมดหรือเปล่าค่ะ หนูรู้ว่าหนูทำบาปเยอะ ไม่รู้ต้องชดใช้ไปอีกนานแค่ไหน
ในการรับปริญญาครั้งนี้ ผมว่าไม่ใช่เป็นการจบการศึกษาที่สิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาในธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างถูกต้องครับ ซึ่งการเรียนในทางโลกนั้นเป็นการเรียนแล้วตัน เรียนแล้วหมด แต่ในการศึกษาที่ DOU เป็นการเรียนที่ ยิ่งเรียนยิ่งรู้ ยิ่งลึก ไม่มีวันหมด
เพราะแม้นว่าถ้าผมเป็นมหาเศรษฐีที่รวยขนาดไหน แต่จะช่วยคนทั้งโลกนั้น คงช่วยได้ยาก เอาอะไรไปให้ก็ไม่เพียงพอ สักวันก็หมด แต่ถ้าเอาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปมอบให้เขา เราให้ได้ทั้งโลก ให้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด ให้อริยทรัพย์ดีกว่าให้โลกียทรัพย์ งานของนักบวชจึงเป็นงานที่แท้จริงของชีวิต