ทุกคนในที่ประชุมต่างก็รู้สึกแปลกใจ ตกใจว่า “ทำไมพระราชาถึงได้ทรงตัดสินพระทัยสละราชสมบัติอันยิ่งใหญ่ออกผนวช เพื่อถือครองเพศสมณะเช่นนี้
เมื่อพระราชาทรงตัดสินพระทัยแน่แล้วว่า “พระองค์จะทรงสละราชสมบัติทั้งหมดแล้วก็เสด็จออกผนวช” พระองค์ก็ทรงนำราชสมบัติส่วนพระองค์ทั้งหมด มาแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน
หลังจากที่พระราชาได้ตัดสินพระทัยสละราชสมบัติออกผนวชแล้ว ตัวลูกก็รู้สึกดีใจและปลาบปลื้มปีติใจไปกับพระองค์ด้วย แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงอยู่ว่า พระองค์จะทรงลำบากเรื่องภัตตาหารหรือไม่
ต่อจากตอนที่แล้ว......ภายหลังจากที่มหาสงครามระหว่างแคว้นได้สงบลงแล้ว พระราชาก็ได้ตัดสินพระทัยสละราชสมบัติออกผนวช ซึ่งข่าวการเสด็จออกผนวชของพระองค์นั้นก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งแคว้น
พระอาจารย์หัวหน้างานของลูกเกิดความสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า ทำไมพระราชาผู้เพียบพร้อมในทุกสิ่งจึงตัดสินพระทัยสละราชสมบัติเพื่อออกบวช
“มะม่วงอีกต้นยังคงความสดเขียวเหมือนเดิม ไม่มีใครมารุกราน เพราะไม่มีผล แต่ต้นนี้ถูกหักกิ่งรานใบ เพราะอาศัยผลเป็นเหตุ แม้ราชสมบัตินี้ก็เช่นกับต้นไม้มีผล ส่วนบรรพชาเป็นเช่นกับต้นไม้ที่ไร้ผล ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการของใคร ภัยย่อมมีแก่ผู้มีความกังวล แต่ไม่มีแก่ผู้ไม่มีความกังวล ตัวเรานี่แหละ จะเป็นเหมือนต้นไม้ที่ไร้ผล เราจักสละราชสมบัติออกบวช”
พระโอรสสังวรกุมารเป็นพระโอรสองค์ที่ ๑๐๐ แห่งพระราชาเมืองพาราณสี ซึ่งเป็นผู้ที่เคารพรักใคร่ ของเหล่าปวงประชา เหตุเพราะพระองค์เป็นผู้ที่มีศีลาจารวัตรงดงาม เป็นผู้ไม่ความริษยา เคารพนบนอบในผู้มีคุณ มีความยินดีในธรรม ทำให้พระองค์เป็นผู้ที่ถูกเลือกให้ครองราชสมบัติแทนพระราชบิดาของตน
เมื่ออำมาตย์ผู้หนึ่งได้มีโอกาสไปเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา พระพุทธองค์จึงตรัสถามถึงเรื่องการถูกใส่ร้ายจนต้องราชทัณฑ์ “ แม้หม่อมฉัน จะถูกจองจำใส่โซ่ตรวน แต่สิ่งนี้กลับทำให้หม่อมฉันได้รับประโยชน์ คือได้โอกาสปฏิบัติธรรม จนได้เห็นดวงตาแห่งธรรมพะยะค่ะ ”
พระพุทธศาสนากับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์