ทำมาค้าขาย ฟิลิปปินส์เป็นประเทศเกษตรกรรม ประชากรร้อยละ 60 ประกอบอาชีพเกษตรกร แต่เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะ ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกมีน้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณที่ราบต่ำและเนินเขาที่ปรับให้เป็นขั้นบันไดบนเกาะลูซอน พืชสำคัญ ได้แก่ ข้าวเจ้า ข้าวโพด มันเทศ ผัก ผลไม้ ส่วนพืชที่ปลูกเพื่อการค้าและเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศคือ มะพร้าว นอกจากนี้ยังมีอ้อย สับปะรด ยาสูบ
ทำมาค้าขาย อินโดนีเซียมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีดินภูเขาไฟซึ่ง เหมาะแก่การเพาะปลูก อาชีพหลักของชาวอินโดนีเซียจึงได้แก่การเพาะปลูก โดยเฉพาะบนเกาะชวาและเกาะสุมาตรา ผลผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ถั่วเหลือง มะพร้าว น้ำตาล เครื่องเทศ ยางพารา ยาสูบ ชา กาแฟ ปาล์ม พริกไทย อ้อย
ทำมาค้าขาย เวียดนามเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่น่าจับตามองประเทศหนึ่ง ชาวต่างชาติจำนวนมาก รวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียนด้วนกันจึงให้ความสนใจและความมั่นใจที่จะเข้าไปลงทุนในเวียดนาม ทั้งด้านอุตสาหกรรมทอผ้า เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศที่เป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก
ทำมาค้าขาย พม่าได้เปรียบในเชิงเศรษฐกิจตรงที่เป็นประเทศขนาดใหญ่ อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีพรมแดงติดแหล่งค้าขายสำคัญคืออินเดียและจีน และยังมีท่าเรือทั้งทางฝั่งมหาสมุทรอินเดีย (อ่าวเบงกอล) และฝั่งทะเลอันดามัน
ทำมาค้าขาย อาชีพหลักของชาวลาวคือ เกษตรกร รวมถึงประมงและป้าไม้ รองลงมาคือ งามบริการละงานอุตสาหกรรม ตามลำดับ
อาชีพ ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทย ประกอบอาชีพเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทยมาช้านา อาชีพเกษตรกรมีความหมายรวมๆ ถึง อาชีพเพาะปลูก พืชสวน พืชไร่ ทำยาพารา เลี้ยงสัตว์ ทำประมง รองลงมาคืออาชีพด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม นอกจากนี้เป็นการประกอบอาชีพอื่นๆ ได้แก่ อุตสาหกรรม บริการ รับราชการ รัฐวิสาหกิจ การเมือง แพทย์ ทนายความ ตลอดจนผู้ใช้ฝีมือแรงงาน ผู้ที่มีอาชีพทำนา เราเรียกว่า ชาวนา
ประเทศมาเลเซีย ได้เปลี่ยนจากประเทศที่พึ่งพาการเหมืองแร่และการส่งออกสินค้าเกษตร เป็นประเทศที่มีรายได้หลักจากการผลิตสินค้าและบริการ โดยในปี พ.ศ. 2554 มาเลเซียได้รับจัดอันดับให้ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงเป็นอันดับที่ 16 ของโลก
ปกบ้านครองเมือง ในอดีตบรูไนมีกำลังอำนาจมาก มีสุลต่านเป็นผู้ปกครองรัฐ ซึ่งมีอาณาเขตครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะบอร์เนียวและส่วนหนึ่งของหมู่เกาะซูลู (Sulu) เมื่อเริ่มมีชาวยุโรปเดินเรือมาค้าขาย บรูไนก็เฟื่องฟูทางการค้า สินค้าส่งออกที่สำคัญในสมัยนั้น คือ การบรุ พริกไทย และทองคำ
หลวงพ่อครับ ผมเกิดในครอบครัวฐานะปานกลางค่อนข้างไปทางยากจนครับ เพราะที่บ้านเปิดร้านขายของชำเล็กๆ ที่ยังต้องกู้หนี้ยืมสิน เข้าโรงจำนำ เปียแชร์มาเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆเป็นกิจวัตร แต่แม้ครอบครัวผมจะไม่รวย แต่แม่ก็พาผมเข้าวัดพระธรรมกายตั้งแต่ผมอยู่ชั้น ป.5 นะครับ ทำให้ผมมีโอกาสเข้ามาเป็นอาสาสมัคร และมาบวชธรรมทายาท ณ วัดแห่งนี้ครับ
ทำมาค้าขาย ชาวบรูไนนิยมทำงานราชการหรือทำงานในบริษัทใหญ่ๆ และเนื่องจากการเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีจำนวนคนอาศัยอยู่น้อย บรูไนจึงมีปัญหาขาดแคลนแรงงานและช่างฝีมือ จึงรับจ้างแรงงานจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย หรือคนไทย เข้าไปทำงานในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ตัดเย็บเสื้อผ้า ก่อสร้าง