พ่อแม่เป็นผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ของเรา สรูกโดยย่อ คือ ๑. เป็นต้นแบบทางกาย คือการที่เราเกิดมาได้ก็เพราะต้นแบบ
อนุฏฺฐานมลา ฆรา เหย้าเรือน มีการไม่ขยัน เป็นมลทิน เหย้าเรือน หมายถึง โภคทรัพย์สมบัติสิ่งของ รวมไปถึงบุคคลทั้งหมดที่มีอยู่ในครอบครัวนั้น ซึ่งมีพ่อบ้านเป็นหัวหน้าผู้ปกครอง หรือพ่อบ้านจะมอบหมายให้แม่บ้าน เป็นผู้ปฏิบัติการก็ตามที
คนผู้โกรธย่อมประพฤติในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ย่อมไม่รู้จักความเจริญ ย่อมมีภัยที่เกิดขึ้นแล้วในภายใน แต่คนผู้โกรธนั้นย่อมไม่รู้สึก เพราะคนโกรธย่อมไม่รู้อรรถ ไม่เห็นธรรม และย่อมขาดสติ จึงพลั้งพลาดไปก่อกรรมทำเข็ญ ภายหลังเมื่อหายโกรธแล้ว เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้
ลูกปรารถนาจะให้ลูกชายทั้งสามของลูก มีใจฝักใฝ่อยู่ในเส้นทางธรรม ได้บวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา ลูกจะมีวิธีปลูกฝังและเลี้ยงดูเขาอย่างไรคะ ?
ลูกเข้าวัดตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา ช่วงนั้นลูกก็เหมือนเด็กทั่วไปที่ยังไม่รู้เรื่องราวความจริงของชีวิต แต่ได้มีโอกาสเจอกับคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย ลูกเห็นคุณยายอาจารย์ฯ ตอนนั้นท่านแข็งแรงมาก ท่านมักจะเดินมาทักทาย ซึ่งท่านเป็นต้นบุญต้นแบบในการปฏิบัติธรรม และมีจิตเมตตาคอยอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ด้วยความรักความเอาใจใส่มาโดยตลอด
โทรศัพท์มือถือกลายเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เด็กสมาธิสั้น เรียนแย่ เด็กไม่เรียนหรือเรียนอ่อนมีมากขึ้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรให้ดูแลลูกหลานและอบรมสั่งสอนไม่ให้ติดโทรศัพท์ หรือใช้โทรศัพท์มากเกินไป
ครูคือผู้ที่มีความสำคัญมากต่อลูกศิษย์ และเป็นผู้ที่มีพระคุณอย่างมาก เพราะมีหน้าที่อบรมสั่งสอนศิษย์ให้ความเมตตา เปรียบเสมือนเป็นบิดามารดาคนที่ 2 ก็ว่าได้
ตัวลูกไม่ชอบการสัมผัสตัว แม้กับคุณแม่ของตนเอง เพราะชาติหนึ่งในอดีต ตัวลูกเกิดเป็นผู้หญิงมีทุกข์จากการครองเรือนมาก จึงได้หนีออกจากครอบครัวไปบวชเป็นแม่ชีโกนหัวแต่งชุดขาวเข้าวัด และได้รับคำอบรมสั่งสอนว่า ไม่ให้ยินดีในผัสสะหรือการสัมผัส
ในสมัยพุทธกาล โดยทั่วไป พระอาจารย์ใหญ่รูปหนึ่ง สามารถดูแลอบรมสั่งสอนพระลูกศิษย์ได้ทั่วถึงอย่างมาก ๕๐๐รูป ซึ่งถือเป็นยอดสูงสุด ที่ได้ทั้งคุณภาพและปริมาณ เวลาอบรมลูกศิษย์ในเวลาเดียวกัน ก็สามารถได้ยินทั่วถึงกันอีกด้วย เช่น พระอาจารย์ผู้เป็น “เจ้าคณะใหญ่” มีพระมหากัสสปะเถระ, พระโมคคัลลาน์, พระสารีบุตร เป็นต้น ล้วนมีบริวาร ๕๐๐รูปทั้งสิ้น
แต่เมื่อนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง นึกถึงภารกิจที่ท่านสู้อุตส่าห์อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ และชาวพุทธทั่วโลกขนาดนี้ ถึงแม้ว่าเราจะเหน็ดเหนื่อยขนาดไหน ก็ยังไม่เท่ากับเศษเสี้ยวของความเหน็ดเหนื่อยกับภารกิจที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองได้รับ เมื่อคิดอย่างนี้ ความเหนื่อยล้า ของลูกก็หายไป แต่กลับกลายเป็นกำลังใจ และเป็นพลังใจให้ลูกก้าวเดินต่อไปในหน้าที่ครู หน้าที่ที่คุณครูไม่ใหญ่ให้นิยามว่า “เป็นหน้าที่ของพระบรมโพธิสัตว์”