คำถาม : เมื่อตอนเป็นเด็กหนูเคยแกล้งสามเณรเอาไว้ คือความที่เรารู้จักกันอายุไล่เลี่ยกันจึงสาดน้ำเล่นกัน และความนึกสนุกหนูเลยแกล้งทำผ้าเหลืองของสามเณรเปื้อนโคลน อย่างนี้หนูจะบาปไหมคะและควรจะแก้กรรมนี้อย่างไร?
คำถาม : ผมกับลูกชายชอบเล่นกันรุนแรงด้วยการต่อยกันบ้าง เตะกันบ้าง ลูกผมใช้มือใช้เท้ากับผม ถึงแม้ว่าเราจะเล่นกัน กรณีนี้ลูกผมจะบาปไหมครับ ?
"ผมเป็นศิษย์เก่ามัธยมวัดสิงห์ครับ ตอนเรียนผมติดยาเสพติดด้วย ติดเพราะอยากลองครับ พอได้ลองก็ติด มันก็สนุกแบบเพลินๆไปกับเพื่อนๆ ผมเคยลองมาหมด ทั้งพวกกาว พวกกัญชา ลองหมดเลยแล้วก็ติด ตอนนั้นผมลองเพราะผมเห็นเพื่อนๆเขาสูบเล่นกัน ผมก็เลยลอง พอมาตอนหลังก็เลิกได้ด้วยตัวเอง เพราะหันมาเล่นกีฬาเยอะๆครับ ผมชอบเล่นกีฬามากกว่า" คุณครูท่านก็สอนว่า “เธอ เล่นกีฬาดีกว่า อย่าไปเล่นยามันไม่ดี สังคมเขาไม่ยอมรับหรอก ถ้าเราเล่นกีฬาเก่งๆแล้วได้ไปเรียนต่อที่อื่นนะ ถ้าเขารู้ว่าเราติดยา เขาคงไม่ให้เราเข้าร่วมทีม”
ผมเป็นคุณครูพิเศษ ติวคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ เด็กๆจะมาที่บ้านของผม ผมพบว่าเด็กๆบางทีไม่มีสมาธิเลย พวกเขาจะเล่นกันเสมอ บางทีก็คิดเรื่องนู่นเรื่องนี่ ผมจึงบอกพวกเขาว่า
มีลูกสุนัขตัวหนึ่งพลัดหลงกับแม่ จากนั้นมันก็เดินหลงเข้าไปในโรงช้าง จากนั้นก็ได้อาศัยอยู่กินในโรงช้างจนเป็นที่รักใคร่สนิทสนมกับช้างต้นจนมีชายคนหนึ่งมารับลูกสุนัขไปเลี้ยงจึงทำให้ช้างต้นและลูกสุนัขมีอาการซึมเศร้าเพราะคิดถึงกันและกัน
สุนทรภู่ หรือ พระสุนทรโวหาร มีนามเดิมว่า ภู่ เกิดในวังหลัง ปากคลองบางกอกน้อย) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2329 ท่านเป็นกวีเอกคนหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์
กฏาหกผู้เป็นบุตรของทาสในเรือนพาราณสีเศรษฐี เขาได้แอบหนีไปพักอาศัยอยู่กับปัจจันตเศรษฐีแถบชนบทโดยการโกหกว่าตนเองเป็นบุตรของพาราณสีเศรษฐี จนปัจจันตเศรษฐีไว้วางยกลูกสาวของตนให้เป็นภรรยาของชายหนุ่ม
นักเลงสกาเมื่อจนมุมก็ใช้แผนเดิม เอาลูกสกาเข้าปากแล้วแกล้งปัดกระดานจนพลิกคว่ำ ลูกสกาหล่นลงบนพื้นกระจัดกระจาย “ อ้าว ลูกสกาหายไปไหนตัวหนึ่งเนี่ย ช่วยกันหาหน่อย อ้าวตายล่ะ มือเผลอไปโดนกระดานเข้า ตาย ตาย ตาย จำไม่ได้แล้วสิ ว่าตัวเล่นอยู่ตรงไหนบ้าง ” ชาวบ้านต่างรู้ว่านั้นเป็นแผนของนักเลงสกาที่ไม่ยอมแพ้ลูกเศรษฐี แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
ดาบสน้อยกำลังจะเอื้อมมือเปิดประตูให้แขกผู้มาขอพักหนาว ทันใดนั่นเองพระฤาษีผู้เป็นบิดาก็คว้าคบไฟชิงก้าวตัดหน้าออกไปก่อน “ ช้าก่อนดาบสน้อยของพ่อ อาคันตุกะตัวนี้มิใช่ฤาษีที่ไหนหรอกลูก หากแต่เป็นผู้หลอกลวงเรา ด้วยเอาหนังเสือและชฎาจากซากศพฤาษีที่ตายแล้วมาห่ม หวังพักผิงไฟแก้หนาวก็เท่านั้น ”