คุณตาเป็นลูกคุณพระสมัยรัชกาลที่ ๖ มีฐานะดีมาก ท่านชอบยิงนกตกปลาตั้งแต่วัยหนุ่มเมื่อ แต่งงานกับคุณยาย ท่านมีความสุขกันมาก แต่ความสุขนั้นมีระยะเวลาสั้นนักเนื่องจากคุณตาได้ล้มป่วยลงอย่างกะทันหันด้วยวัณโรค และเสียชีวิตด้วยวัยเพียง ๒๕ ปี
“บุญที่ได้สร้างพระธรรมกายประจำตัว และบุญอื่นๆที่ได้ทำที่วัดพระธรรมกาย ช่วยหนูไม่ได้เลยเหรอ” พอพูดเสร็จร่างของลูกก็ลอยวืดขึ้นมาจากหลุมนั้น พร้อมๆกับเสียงของชายร่างดำที่นุ่งหยักรั้งนั้นก็พูดขึ้นว่า “เพราะบุญตรงนี้แหละถึงยังเอาไปไม่ได้”
คุณแม่เป็นลูกกำพร้าพ่อมาตั้งแต่เล็กและป่วยเป็นโรคตา มีอาการตามัว มองภาพไม่ชัดเจน คุณหมอบอกว่า เป็นต้อหิน ต่อมาเป็นต้อกระจก ต้องผ่าตัด ต่อมาประสาทตาจอตาอักเสบ ต้องผ่าตัดใหญ่อีก ๑ ครั้ง ขณะที่ผ่าตัด ยาชาเข้าไปไม่ถึงทำ ให้คุณแม่รู้ตัวตลอดเวลาว่าตัวเองเจ็บ
โรคเกี่ยวกับตาและการเห็น ประกอบด้วย ตาบอด ต้อหิน ต้อกระจก ต้อลม ตาเข ตาเอียง สายตาสั้น / ยาว สายตาเอียง ตาบอดสี จอประสาทตาเสื่อม ไอจนเส้นเลือดฝอยในตาแตก ท่อน้ำตาอุดตัน หยอดยาต
คุณพ่อ คุณแม่ เข้าวัดตั้งแต่เป็นทุ่งนาฟ้าโล่ง คุณพ่อเล่าว่า ไปช่วยกันขุดดิน ถางหญ้า ดินแข็งมากๆ ขุดจนมือไม้พองกันเลย คุณพ่อคือกัลยาณมิตรท่านแรกที่พาครอบครัวเข้าวัดหมดทุกคน ท่านพาคุณแม่ไปปฏิบัติธรรมที่บ้านธรรมประสิทธิ์ โดยการชักชวนของคุณป้าถวิล วัติรางกูร