ความเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้วัดแค่การเกิดก่อน หรือมีร่างกายเติบใหญ่ การรู้จักกาล รู้จักพูด รู้จักควรไม่ควร รู้จักให้อภัย ไม่มีอคติลำเอียง มีดวงปัญญาทำกิจต่าง ๆ ได้สำเร็จลุล่วง
ลูกเคยทำหน้าที่อบรมบุคลากรช่วยงานพระพุทธศาสนา บางครั้งเห็นว่ามีผู้ไม่เหมาะสมก็ต้องคัดออก ซึ่งทำไปตามหน้าที่โดยไม่มีอคติ และยึดประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก จะมีผลบุญหรือบาปอย่างไร และจะมีวิบากกรรมหรือไม่อย่างไรคะ
ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิต ผู้รู้ ผู้มีปัญญา ต้องดำรงตนเป็นทูตสันติภาพได้ด้วย นอกจากจะมีปฏิภาณที่ยอดเยี่ยมแล้ว ต้องไม่มีอคติความลำเอียง และต้องรู้จักแสวงจุดร่วมสมานจุดต่าง คอยประสานรอยร้าวเหมือนเป็นกาวใจ
“เรารักษาศีล 5 บริบูรณ์แล้ว ทำให้ไม่ต้องตกอบายภูมิอีกเลย การที่เรารักษาศีล 5 ย่อมได้อานิสงส์ 3 ประการ คือ เป็นผู้มีอายุยืน มีโภคสมบัติมาก มีปัญญาคมกล้า”
ผู้ไม่คดโกง ไม่พูดเพ้อ มีปรีชาสามารถ ไม่เย่อหยิ่ง มีใจมั่นคง ย่อมงดงามในธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว
ผู้ใดไม่ละเมิดความยุติธรรม เพราะความรัก ความชัง ความกลัว และความหลง ยศของผู้นั้น ย่อมเต็มเปี่ยมดุจดวงจันทร์ เปล่งแสงสว่างในข้างขึ้นทุกค่ำคืน
ความศรัทธา เป็นทางมาแห่งความดีทั้งหลาย ผู้มีความศรัทธาเลื่อมใสในสิ่งที่ควรบูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลื่อมใสในพระรัตนตรัย จะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีทรัพย์อันประเสริฐ ถ้าหากว่ามีศรัทธาตั้งมั่นไม่หวั่นไหว บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นผู้ไม่ขัดสน ปรารถนาสิ่งใดจะสำเร็จประโยชน์ทุกเรื่อง จะเป็นผู้ที่เจริญอยู่ในกุศลธรรม และสามารถข้ามพ้นห้วงน้ำคือกิเลสอาสวะทั้งหลาย ไปสู่ฝั่งพระนิพพานได้
กรรมที่บุคคลใดไม่พินิจพิเคราะห์ ไม่คิดให้ถ้วนถี่เสียก่อน แล้วทำลงไป ผลที่เลวร้ายย่อมมีแก่บุคคลนั้น เหมือนความวิบัติแห่งการใช้ยาพิษฉะนั้น
บุคคลพึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้ พึงชนะคนพูดเหลาะแหละด้วยคำสัตย์
ชนเหล่าใด ชอบเชื่อตามเสียงคนอื่น โดยยังไม่ทันได้รู้ความเป็นจริง ชนเหล่านั้นนับว่าเป็นพาล มีความประมาทเป็นอย่างยิ่ง ส่วนชนเหล่าใดสมบูรณ์ด้วยศีล มีปัญญา ย่อมไม่เชื่อต่อคำเล่าลือ ชนเหล่านั้นนับว่าเป็นนักปราชญ์บัณฑิต เป็นผู้งดเว้นความชั่ว ยินดีในความสงบระงับ