ผมเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์จาก ม.เกษตร และจบ MBA จากจุฬาฯ เริ่มเข้าวัดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ.2535 (อายุ 17 ปี ชั้น ม.5) ผมเชื่อคำพูดที่ว่า สิ่งที่มองไม่เห็นอย่าเพิ่งคิดว่าไม่มีจริง เพราะคุณแม่ของผม มีประสบการณ์เหตุการณ์เร้นลับชวนเสียวสันหลังอยู่บ่อยครั้ง
เมื่อขับรถออกมา ได้เพียง 5 นาที รถที่ขับมาก็เสียหลักปีนฟุตบาท และพลิกคว่ำ หลังคารถครูดไปกับท้องถนน กระจกหน้ารถและรอบรถแตก กระโปรงรถบี้เข้ามาถึงตัวรถที่เรานั่งอยู่ ลูกกับพี่สาวคนโตก็ยังติดอยู่ในรถมองเห็นแต่เท้าคนเพราะรถเราหงายท้องอยู่กลางถนน ผู้คนที่มามุงดู ก็ถามกันใหญ่ว่า มีพระอะไรอยู่ในรถ เราก็บอกว่า ก็รูปหล่อหลวงปู่สด วัดปากน้ำภาษีเจริญ
บ่อยครั้งลูกนึกยอมแพ้และไม่ เข้าใจว่าทำไมยิ่งสร้างบุญ ชีวิตยิ่งตกต่ำจนไม่เหลืออะไรเลย รู้สึกมืดมนไปหมดเหมือนกับท้องฟ้าที่ดำสนิท แม้ลูกท้อแท้อย่างถึงที่สุดแต่ก็ยังไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตากรรม และเลือกที่จะสู้ตาย เปลี่ยนความท้อแท้เป็นความท้าทาย สุดท้ายลูกก็พบว่าวิธีแก้ไขความท้อแท้ที่ดีที่สุด คือ เลิกคิดถึงมัน และปลุกกำลังใจให้ลุกโชติช่วงขึ้นขึ้นมาแล้วมุ่งหน้าทำบุญต่อไป ด้วยความเชื่อมั่นว่าสักวันบุญจะต้องส่งผลอย่างแน่นอน
我母亲从小就很辛苦了,因为外公外婆很早就分手了,而母亲就交由姨妈抚养。所以母亲从两岁开始就成了孤儿,当长大能工作后,母亲被姨妈差遣做家务,如奴隶一样。一天要扛十公斤的稻米用来煮饭,每天要从远处挑水来装满家里的大器皿。虽然母亲工作多累,但都没获得他人的同情,甚至如果做事让姨妈不顺心的话,母亲还会被姨妈用大木条打,被用水桶敲打头部。有时候因此而流血,让母亲哭泣。
คนที่เชื่อว่าคุณพ่อเป็นลูก ตัวจริง มีเพียงคุณพ่อของพ่อเพียงคนเดียว ส่วนคุณแม่ของพ่อ และน้องๆทั้งหมด รู้สึกไม่ยอมรับในตัวท่าน และรู้สึกคลางแคลงใจตลอดมา จึงทำให้พ่ออยู่กับครอบครัวด้วยความรู้สึกอึดอัด กดดัน และไม่มีความสุขเลย
เมื่อก่อนลูกจะชอบเรื่องการทำนายทายทัก แต่หลวงพ่อบอกว่าเป็นสิ่งไม่ดีลูกจึงเลิกศึกษา และพอลูกตัดสินใจเข้ามาช่วยงานในวัด คนที่อยู่ภายนอกก็จะว่า ลูกเป็นโรคคลั่งศาสนา ขี้เกียจ ไม่มีปัญญาหางานทำ ต้องมาอยู่วัด แต่คำพูดเหล่านั้นไม่ได้สะเทือนใจลูกแม้แต่เล็กน้อย เพราะลูกรู้ว่า บุญทุกบุญที่ลูกได้ทำ มีเงินเป็นพันล้านก็หาซื้อไม่ได้
คุณแม่ของผม เกิดมาในฐานะที่ร่ำรวย เกิดที่กรุงเทพฯแถวโบ้เบ้ คนแถวนั้นมักจะเล่าเรื่องคุณแม่ตอนสาวๆให้ผมฟังว่า คุณแม่เหมือนนางฟ้า มีความสง่างามภูมิฐานมาก รอยยิ้มของคุณแม่นั้นงดงามมากๆ แต่หลังจากแต่งงานกลับไม่ได้ใช้สมบัติเหล่านั้น เพราะไม่มีความปีติยินดีในบุญ เรื่องมีอยู่ว่า
我爷爷是位很有名的区长,很多人都受过他的恩惠,包括在佛教里,爷爷也曾帮助建设寺院。每逢佛日的前一天和当天,爷爷总是教导孩子们有关道德的事。但爷爷的个性凶悍,很会捉盗贼,当捉到了就用锁链拴住他送交警察局。如果孩子们争吵,爷爷也会用拴盗贼的锁链来拴着孩子的脚,然后带去市场示众,他叫属下鸣锣告示说“来啊,来啊,来看兄弟姐妹之间吵架”。
ศีรษะของเขาจะมีกลิ่นฉุนมาก เหมือนคนไม่ได้สระผมมาเป็นอาทิตย์ ต้องสระผมทุกวัน แต่พอสระผมผ่านไปได้ประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง ผมก็จะมีกลิ่นเหม็นสาบ เหมือนไม่ได้สระผมเป็นอาทิตย์กลับมาอีก
ฝ่ายแม่สามียังไม่สะใจบอกให้สามีมาตบตีลูกซ้ำอีก บอกว่า “เอามันเลย ตบให้ตายเลย” เอากันอย่างนี้เลยเหรอ ได้คราวนี้ลูกได้สติจึงคว้ารองเท้าส้นสูงของลูก ตีกลับไปที่หน้าสามี อย่างไม่ยั้งจนดั้งหัก แล้วก็หันไปจะเล่นงานแม่สามี ลูกชี้หน้าแล้วบอกว่า “คราวนี้...ตัวแกแล้วล่ะ”