อรุณสว่างยามเช้า กับ พุทธพจน์เตือนใจ ตอนที่ 3,629
พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ผู้ที่ไม่ทำชั่วทั้งทางกาย วาจา ใจ คือผู้สำรวมดีแล้ว ถือว่าเป็นพราหมณ์ในทางธรรม” ขุททกนิกาย ธรรมบท
กรรมชั่วเกิดจาก 3 ทาง
1.กาย: ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม
2.วาจา: พูดเท็จ ส่อเสียด หยาบ เพ้อเจ้อ
3.ใจ: อิจฉา พยาบาท ความเห็นผิด
บุญกุศลก็ตรงข้ามกับบาปทั้งสามด้านนี้ กรรมนั้นให้ผลตามแรงของมันเสมอ
กรรมที่แรงที่สุดเรียกว่า “ครุกรรม” ให้ผลก่อนเสมอ แบ่งเป็น 2 ฝ่าย
1. ฝ่ายอกุศล: นิยตมิจฉาทิฏฐิ และอนันตริยกรรม เช่น ฆ่าพ่อแม่ ฆ่าอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้าให้เลือดตก และทำสังฆเภท (ทำสงฆ์แตกแยก) ซึ่งเป็นกรรมหนักที่สุดในหมู่สงฆ์
2. ฝ่ายกุศล: การได้ฌานขั้นต่างๆ ทั้งรูปฌานและอรูปฌาน เป็นกุศลใหญ่ที่ส่งผลก่อนเช่นกัน
การทำสังฆเภทมีองค์ประกอบ 5 อย่าง เช่น ยุยงให้สงฆ์แบ่งฝ่าย แยกสวดปาติโมกข์ กล่าวบิดเบือนธรรมวินัย มีการลับลอบรวบรวมพวก และทำสลากเพื่อให้เกิดฝ่ายตน กรรมนี้เฉพาะพระภิกษุกระทำต่อพระภิกษุเท่านั้นจึงถือเป็นอนันตริยกรรม ส่วนคฤหัสถ์ที่ยุยง แม้ไม่ถึงขั้นอนันตริยกรรม แต่ก็เป็นบาปหนัก
ฝ่ายกุศลอย่างยิ่ง คือการเจริญสมาธิภาวนาจนเข้าถึงฌานต่างๆ ผู้ได้ฌานเรียกว่า ฌานลาภีบุคคล และเป็นทางนำไปสู่กายภายในทั้งหลาย จนถึงกายธรรม กระทั่งพระอรหันต์
ครุกรรมฝ่ายบุญเข้าถึงได้ด้วยการทำใจหยุดนิ่ง สมาธิภาวนาเป็นกุศลใหญ่ที่สุด และเป็นที่พึ่งภายในที่จะพาชีวิตให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์
สรุปคือ เราควรรู้เรื่องครุกรรมทั้งฝ่ายดีและไม่ดี เพื่อวางใจให้ถูก แล้วตั้งใจสร้างเฉพาะครุกรรมฝ่ายกุศล ห่างไกลจากสิ่งที่ดึงจิตลงต่ำ หมั่นภาวนา ทำใจหยุดนิ่ง ให้เข้าถึงธรรมกายในชาตินี้ เมื่อมีจุดเริ่มต้น ความสำเร็จก็ใกล้เข้ามา และบุญใหญ่จะติดกลางใจไปทุกภพทุกชาติจนถึงที่สุดแห่งธรรม
"จากส่วนหนึ่ง ของรายการธรรมะเพื่อประชาชน โดย หลวงพ่อธัมมชโย"
#เพจพุทธพจน์เตือนใจ
Facebook|https://www.facebook.com/Ven.Apirak/
ป้ายกำกับ :