กรรมของผู้พูดเท็จและหลอกลวง - พุทธพจน์เตือนใจ
อ่านบทความเกี่ยวกับกรรมของผู้ที่พูดเท็จ พูดส่อเสียด และหลอกลวงผู้อื่น พร้อมทั้งคำสอนจากพุทธพจน์ที่เตือนใจเกี่ยวกับธรรมะเพื่อประชาชน
66
ผู้ใดพูดเท็จ พูดส่อเสียด และหลอกลวงผู้อื่น
ย่อมได้รับผลกรรมเช่นเดียวกับกระผม
เพจ พุทธพจน์เตือนใจ
ธรรมะเพื่อประชาชน
กรรมของเปรต
อรุณสว่างยามเช้า กับ พุทธพจน์เตือนใจ ตอนที่ 3,770
ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสารทรงรักษาอุโบสถศีลเป็นประจำ และชักชวนให้ชาวเมืองปฏิบัติธรรมตาม พระองค์มักตรัสถามเหล่าอำมาตย์ว่า “รักษาอุโบสถศีลกันหรือไม่”
มีผู้พิพากษาคนหนึ่ง แม้ตนเองจะพูดเท็จ พูดส่อเสียด และรับสินบนเป็นประจำ แต่กลับโกหกพระราชาว่าได้รักษาศีล เมื่อเพื่อนเตือน เขาจึงตัดสินใจรักษาอุโบสถศีลเพียงครึ่งวัน
คืนนั้น เขาปวดท้องอย่างหนัก แต่ก็ไม่ยอมผิดศีล และเสียชีวิตลง ต่อมาได้ไปเกิดเป็นเวมานิกเปรต มีวิมานและสมบัติทิพย์จากผลบุญที่รักษาศีล แต่เพราะกรรมจากการพูดเท็จและตัดสินคดีไม่เป็นธรรม ทำให้ทุกคืนต้องจิกเนื้อหลังของตนเองกินด้วยความทุกข์ทรมาน
เมื่อพระนารทเถระถามถึงเหตุแห่งกรรม เปรตจึงกล่าวว่า
“ผู้ใดพูดเท็จ พูดส่อเสียด และหลอกลวงผู้อื่น ย่อมได้รับผลกรรมเช่นเดียวกับกระผม”
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า กรรมทุกอย่างไม่สูญหาย บุญย่อมให้ผลเป็นสุข บาปย่อมให้ผลเป็นทุกข์ ดังพุทธพจน์ที่ว่า
“ยํ กมฺมํ กริสฺสนฺติ กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา ตสฺส ทายาทา ภวิสฺสนฺติ”
“สัตว์ทั้งหลายทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม ย่อมต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น”
เพราะฉะนั้น เราจึงควรสำรวมกาย วาจา ใจ ไม่ประมาทในบาป และหมั่นสร้างบุญกุศลไว้เสมอ
"จากส่วนหนึ่ง ของรายการธรรมะเพื่อประชาชน โดย หลวงพ่อธัมมชโย"
#เพจพุทธพจน์เตือนใจ
Facebook|https://www.facebook.com/Ven.Apirak/