ทาง อโคจร มีอะไรบ้างครับ เห็นพูดกันเยอะเลย พอจะทราบความหมาย แต่ไม่ทราบว่ามีอะไรบ้างและรายละเอียดอย่างไรครับ
ทาง อโคจร มีอะไรบ้างครับ
เริ่มโดย ง่ายๆ, Jun 13 2006 03:15 PM
มี 11 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้
#1
โพสต์เมื่อ 13 June 2006 - 03:15 PM
หลุดพ้นจากพันธนาการ
#2
โพสต์เมื่อ 13 June 2006 - 04:25 PM
รายชื่อ ทางผ่านอเวจีในประเทศไทย อย่างย่อๆ
1. พัฒพง สีลม สาธร สวนลุม
2. พัทยา
3. RCA
4. ข้าวสาร
5. รัชดา
6. อตก.
7. ทองหล่อ สุขุมวิท
8. ฯลฯ นึกไม่ออก มีอีกเพียบ....
1. พัฒพง สีลม สาธร สวนลุม
2. พัทยา
3. RCA
4. ข้าวสาร
5. รัชดา
6. อตก.
7. ทองหล่อ สุขุมวิท
8. ฯลฯ นึกไม่ออก มีอีกเพียบ....
#3
โพสต์เมื่อ 13 June 2006 - 04:27 PM
ทางที่ไปแล้วขัดขวางการสร้างบารมีไงค่ะ
เอาง่ายๆคือ ไปแล้วเสี่ยงต่อการผิดศิล 5 น่าจะคิดออกง่ายที่สุดค่ะ
เอาง่ายๆคือ ไปแล้วเสี่ยงต่อการผิดศิล 5 น่าจะคิดออกง่ายที่สุดค่ะ
#4
โพสต์เมื่อ 13 June 2006 - 04:48 PM
ขอบคุณครับ ผมหมายถึงความหมายเต็มๆครับ และตัวอย่างโดยรวมนะครับผม รบกวนอีกนิดนะครับ
หลุดพ้นจากพันธนาการ
#5
โพสต์เมื่อ 13 June 2006 - 05:19 PM
หลักธรรมคำสอนว่าด้วยทางอโคจร
ทางอโคจร หมายถึง บุคคลและสถานที่ที่พระภิกษุไม่ควรไปมาหาสู่ เพราะเข้าไปแล้วอาจเป็นการไม่สมควร เป็นโลกวัชชะ เป็นข้อเสียหายที่ถูกชาวโลกติเตียน ถือว่าไม่เหมาะสมต่อสมณสารูปมี ๖ ประการ ดังนี้
หญิงแพศยา
หญิงหม้าย
สาวเทื้อ
ภิกษุณี
บัณเฑาะก์ (กระเทย)
ร้านขายสุรา
อนึ่ง ทางอโคจรอาจไม่เกี่ยวข้องกับการพนันโดยตรง แต่ในความเห็นของผู้เขียน เห็นว่าสามารถสงเคราะห์ เรื่องบ่อนกาสิโนเข้ากับหลักการเรื่องทางอโคจรได้ เพราะเหตุว่าบ่อนการพนันเป็นสถานที่ที่ไม่เป็นมงคล บัณฑิตไม่สมควรเข้าไปสมาคมด้วยเพราะในบ่อนการพนันย่อมต้องมีการขายสุรา และอาจมีการขายบริการทางเพศแฝงอยู่ด้วย ดังนั้น การสงเคราะห์เอาเรื่องบ่อนการพนันเป็นทางอโคจรจึงชอบด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้ว
แหล่งที่มา : www.tapwat.com/
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทว่า โคจร มีอธิบายว่า โคจร มีอยู่ อโคจร มีอยู่
ใน ๒ อย่างนั้น อโคจร เป็นไฉน
ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของหญิงแพศยา หรือ
เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของหญิงหม้าย หรือเป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของสาวเทื้อ
หรือเป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของบัณเฑาะก์ หรือเป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของภิกษุณี
หรือเป็นผู้เที่ยวไปในโรงสุรา เป็นผู้คลุกคลีกับด้วยพระราชา มหาอำมาตย์ของ
พระราชา เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์ ด้วยการคลุกคลีกับคฤหัสถ์อันไม่สมควร
ก็หรือตระกูลนั้นใด ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส ไม่เป็นที่ควรจะไปมา มักด่าและ
บริภาษ ใคร่แต่ความพินาศ ไม่ใคร่ต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่ใคร่ต่อ
ความผาสุก ไม่ใคร่ต่อความเกษมจากโยคะ แก่พวกภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก
อุบาสิกา ภิกษุ ย่อมคบหา เข้าไปหา เข้าไปหาบ่อยๆ ซึ่งตระกูลเห็นปานนั้น
นี้เรียกว่า อโคจร
โคจร เป็นไฉน
ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ ไม่เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของหญิงแพศยา ไม่
เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของหญิงหม้าย ไม่เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของสาวเทื้อ ไม่
เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของบัณเฑาะก์ ไม่เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของนางภิกษุณี
ไม่เป็นผู้เที่ยวไปในโรงสุรา เป็นผู้ไม่คลุกคลีกับด้วยพระราชา มหาอำมาตย์ของ
พระราชา เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์ ด้วยการคลุกคลีกับคฤหัสถ์อันไม่สมควร
ก็หรือตระกูลนั้นใด มีศรัทธา เลื่อมใส เป็นที่ควรไปมา รุ่งเรืองไปด้วยผ้ากาสาวะ
มีโยคีผู้ปฏิบัติเข้าออกอยู่เนืองๆ เป็นผู้ใคร่ต่อความเจริญ ใคร่ต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์
เกื้อกูล ใคร่ต่อความผาสุก ใคร่ต่อความเกษมจากโยคะ แก่พวกภิกษุ ภิกษุณี
อุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ย่อมคบหา เข้าไปหา เข้าไปหาบ่อยๆ ซึ่งตระกูลเห็น
ปานนั้น นี้เรียกว่า โคจร
ภิกษุ เป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ ประกอบแล้ว ด้วยอาจาระและโคจร
ดังกล่าวมานี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า ถึงพร้อมแล้วด้วยอาจาระและโคจร ด้วย
ประการฉะนี้
[๖๐๕] คำว่า เห็นภัยในโทษทั้งหลายอันมีประมาณน้อย มีอธิบายว่า
โทษทั้งหลายอันมีประมาณน้อย เป็นไฉน
โทษทั้งหลายนั้นใด มีประมาณน้อย เป็นอย่างต่ำ เป็นอย่างเบา ที่
สมมติกันว่า โทษเบา ที่พึงสำรวม ที่พึงระวัง ที่พึงกระทำด้วยจิตตุปบาท ที่
เนื่องด้วยมนสิการ เหล่านี้เรียกว่า โทษทั้งหลายอันมีประมาณน้อย
ภิกษุเป็นผู้เห็นโทษ เห็นภัย เห็นความชั่วร้าย และเห็นการรื้อถอน
ออกเสียให้พ้น ในโทษอันมีประมาณน้อยเหล่านี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่าเห็น
ภัยในโทษทั้งหลายอันมีประมาณน้อย
[๖๐๖] คำว่าสมาทานแล้วประพฤติอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย มีอธิบายว่า
สิกขา เป็นไฉน
ที่มา : http://www.84000.org...548&pagebreak=0
ทางอโคจร หมายถึง บุคคลและสถานที่ที่พระภิกษุไม่ควรไปมาหาสู่ เพราะเข้าไปแล้วอาจเป็นการไม่สมควร เป็นโลกวัชชะ เป็นข้อเสียหายที่ถูกชาวโลกติเตียน ถือว่าไม่เหมาะสมต่อสมณสารูปมี ๖ ประการ ดังนี้
หญิงแพศยา
หญิงหม้าย
สาวเทื้อ
ภิกษุณี
บัณเฑาะก์ (กระเทย)
ร้านขายสุรา
อนึ่ง ทางอโคจรอาจไม่เกี่ยวข้องกับการพนันโดยตรง แต่ในความเห็นของผู้เขียน เห็นว่าสามารถสงเคราะห์ เรื่องบ่อนกาสิโนเข้ากับหลักการเรื่องทางอโคจรได้ เพราะเหตุว่าบ่อนการพนันเป็นสถานที่ที่ไม่เป็นมงคล บัณฑิตไม่สมควรเข้าไปสมาคมด้วยเพราะในบ่อนการพนันย่อมต้องมีการขายสุรา และอาจมีการขายบริการทางเพศแฝงอยู่ด้วย ดังนั้น การสงเคราะห์เอาเรื่องบ่อนการพนันเป็นทางอโคจรจึงชอบด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้ว
แหล่งที่มา : www.tapwat.com/
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒
วิภังคปกรณ์
วิภังคปกรณ์
บทว่า โคจร มีอธิบายว่า โคจร มีอยู่ อโคจร มีอยู่
ใน ๒ อย่างนั้น อโคจร เป็นไฉน
ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของหญิงแพศยา หรือ
เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของหญิงหม้าย หรือเป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของสาวเทื้อ
หรือเป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของบัณเฑาะก์ หรือเป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของภิกษุณี
หรือเป็นผู้เที่ยวไปในโรงสุรา เป็นผู้คลุกคลีกับด้วยพระราชา มหาอำมาตย์ของ
พระราชา เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์ ด้วยการคลุกคลีกับคฤหัสถ์อันไม่สมควร
ก็หรือตระกูลนั้นใด ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส ไม่เป็นที่ควรจะไปมา มักด่าและ
บริภาษ ใคร่แต่ความพินาศ ไม่ใคร่ต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่ใคร่ต่อ
ความผาสุก ไม่ใคร่ต่อความเกษมจากโยคะ แก่พวกภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก
อุบาสิกา ภิกษุ ย่อมคบหา เข้าไปหา เข้าไปหาบ่อยๆ ซึ่งตระกูลเห็นปานนั้น
นี้เรียกว่า อโคจร
โคจร เป็นไฉน
ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ ไม่เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของหญิงแพศยา ไม่
เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของหญิงหม้าย ไม่เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของสาวเทื้อ ไม่
เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของบัณเฑาะก์ ไม่เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของนางภิกษุณี
ไม่เป็นผู้เที่ยวไปในโรงสุรา เป็นผู้ไม่คลุกคลีกับด้วยพระราชา มหาอำมาตย์ของ
พระราชา เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์ ด้วยการคลุกคลีกับคฤหัสถ์อันไม่สมควร
ก็หรือตระกูลนั้นใด มีศรัทธา เลื่อมใส เป็นที่ควรไปมา รุ่งเรืองไปด้วยผ้ากาสาวะ
มีโยคีผู้ปฏิบัติเข้าออกอยู่เนืองๆ เป็นผู้ใคร่ต่อความเจริญ ใคร่ต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์
เกื้อกูล ใคร่ต่อความผาสุก ใคร่ต่อความเกษมจากโยคะ แก่พวกภิกษุ ภิกษุณี
อุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ย่อมคบหา เข้าไปหา เข้าไปหาบ่อยๆ ซึ่งตระกูลเห็น
ปานนั้น นี้เรียกว่า โคจร
ภิกษุ เป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ ประกอบแล้ว ด้วยอาจาระและโคจร
ดังกล่าวมานี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า ถึงพร้อมแล้วด้วยอาจาระและโคจร ด้วย
ประการฉะนี้
[๖๐๕] คำว่า เห็นภัยในโทษทั้งหลายอันมีประมาณน้อย มีอธิบายว่า
โทษทั้งหลายอันมีประมาณน้อย เป็นไฉน
โทษทั้งหลายนั้นใด มีประมาณน้อย เป็นอย่างต่ำ เป็นอย่างเบา ที่
สมมติกันว่า โทษเบา ที่พึงสำรวม ที่พึงระวัง ที่พึงกระทำด้วยจิตตุปบาท ที่
เนื่องด้วยมนสิการ เหล่านี้เรียกว่า โทษทั้งหลายอันมีประมาณน้อย
ภิกษุเป็นผู้เห็นโทษ เห็นภัย เห็นความชั่วร้าย และเห็นการรื้อถอน
ออกเสียให้พ้น ในโทษอันมีประมาณน้อยเหล่านี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่าเห็น
ภัยในโทษทั้งหลายอันมีประมาณน้อย
[๖๐๖] คำว่าสมาทานแล้วประพฤติอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย มีอธิบายว่า
สิกขา เป็นไฉน
ที่มา : http://www.84000.org...548&pagebreak=0


คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว คนชั่วชอบทำลาย คนมักง่ายชอบทิ้ง คนจริงชอบทำ คนระยำชอบติ !!!!
#6
โพสต์เมื่อ 13 June 2006 - 08:06 PM
อโคจร = วัวมันยังไม่ไปเลย
... หลวงพ่อทัตตะท่านเคยเทศไว้
... หลวงพ่อทัตตะท่านเคยเทศไว้
#7
โพสต์เมื่อ 13 June 2006 - 08:14 PM
ขอบคุณคุณก้านกล้วยและทุกๆคนด้วยนะครับผม ขอบคุณจริงๆ สาธุ
หลุดพ้นจากพันธนาการ
#8
โพสต์เมื่อ 14 June 2006 - 09:16 AM
ที่ทำงานอยู่แถวนานา ต้องไปทำงาน ทำงัยดีค่ะ.....
แสดงว่าบุญน้อยใช่มั๊ยค่ะนี่...ที่ทำงานต้องมาอยู่แถว ๆ นี้
แสดงว่าบุญน้อยใช่มั๊ยค่ะนี่...ที่ทำงานต้องมาอยู่แถว ๆ นี้
#9
โพสต์เมื่อ 14 June 2006 - 12:50 PM
ทางที่ไม่ควรไป เพราะไปแล้วจิตจะหมองเศร้า เพราะมันมีแต่สิ่งที่ยั่วยวน
กิเลสภายในตัวให้กระเจิดกระเจิง ออกจากศูนย์กลางกาย ซึ่งปกติคนเรา
ก็มีเรื่องคิดมากมายสารพัดปัญหารอบด้านอยู่แล้ว จิตก็ไม่อยุ่ที่ศูนย์กลางกาย
เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ยิ่งถ้าไปตามแหล่งอโคจร ยิ่งไปกันใหญ่ แม้จิตจะแน่วแน่แค่ไหน
สักวันก็ถูกกลืน เพราะมีแต่แหล่งคนพาล คนทุศีล กินสุรา พาศีลข้ออื่นขาดทุกข้อ
อย่างแน่นอน อย่าไปเลย
กิเลสภายในตัวให้กระเจิดกระเจิง ออกจากศูนย์กลางกาย ซึ่งปกติคนเรา
ก็มีเรื่องคิดมากมายสารพัดปัญหารอบด้านอยู่แล้ว จิตก็ไม่อยุ่ที่ศูนย์กลางกาย
เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ยิ่งถ้าไปตามแหล่งอโคจร ยิ่งไปกันใหญ่ แม้จิตจะแน่วแน่แค่ไหน
สักวันก็ถูกกลืน เพราะมีแต่แหล่งคนพาล คนทุศีล กินสุรา พาศีลข้ออื่นขาดทุกข้อ
อย่างแน่นอน อย่าไปเลย
#10
โพสต์เมื่อ 14 June 2006 - 01:37 PM
อ แปลว่า ไม่
โคจร แปลว่า ไป, แวะเวียน
รวมความว่า สถานที่ที่ไม่ควรแวะเวียน ผ่านไป ครับ ไปแล้วจิตใจไม่ผ่องใส เป็นสถานที่ที่เอื้อหรือเสี่ยงต่อการทำบาปครับ เพราะเหตุปัจจัยสนับสนุนครับ
โคจร แปลว่า ไป, แวะเวียน
รวมความว่า สถานที่ที่ไม่ควรแวะเวียน ผ่านไป ครับ ไปแล้วจิตใจไม่ผ่องใส เป็นสถานที่ที่เอื้อหรือเสี่ยงต่อการทำบาปครับ เพราะเหตุปัจจัยสนับสนุนครับ
สิ่งอัศจรรย์ ปรากฏ บนผืนหล้า
มหาวิหาร จรัสฟ้า ค่ายิ่งใหญ่
รูปทอง ผ่องผุด ดุจยองใย
สะท้อนถึง ห้วงดวงใจ สุดบูชา
*********************
มหาวิหาร จรัสฟ้า ค่ายิ่งใหญ่
รูปทอง ผ่องผุด ดุจยองใย
สะท้อนถึง ห้วงดวงใจ สุดบูชา
*********************
รักษ์ร่างพอสร่างร้าย ..... รอดตน
ยอดเยี่ยม "ธรรมกาย" ผล ..... ผ่องแผ้ว
เลอเลิศล่วงกุศล ..... ใดอื่น
เชิญท่านถือเอาแก้ว ..... ก่องหล้าเรืองสกล
ยอดเยี่ยม "ธรรมกาย" ผล ..... ผ่องแผ้ว
เลอเลิศล่วงกุศล ..... ใดอื่น
เชิญท่านถือเอาแก้ว ..... ก่องหล้าเรืองสกล
คำสอนของเดชพระคุณหลวงพ่อ
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
#11
โพสต์เมื่อ 16 June 2006 - 02:13 PM
อโคจร - ไปแล้วเสี่ยงอันตราย แล้วยังเสี่ยงต่อชื่อเสียง และความผาสุกในการสร้างบารมี
ขออนุโมทนาบุญนะคะ สาธุ
#12
โพสต์เมื่อ 07 March 2007 - 11:46 AM
สาธุ












