ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

**พระจำวัด ทำไมไม่พูดว่าพระนอน**


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 10 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 สาคร

สาคร
  • Members
  • 764 โพสต์

โพสต์เมื่อ 15 January 2007 - 12:41 PM

คือสงสัยอ่ะครับ ว่ามีที่มายังไงถึงใช้คำว่า พระจำวัด แทนการพูดว่า พระนอนหลับ จนคนทั่วไปสงสัยว่า เวลาถามหาเจ้าอาวาส ว่าอยู่ใหม เด็กวัดบอกว่า อาจารย์จำวัดอยู่ เด็กๆก็สงสัยว่า โห.....บวชมาตั้งหลายพรรษายังจำวัดไม่ได้อีกหรือ ช่วยอธิบายหน่อยครับ nerd_smile.gif
ความรักความเมตตาและการให้อภัยเป็นสิ่งที่คนดีเขามีกัน


[email protected]

#2 บุญเย็น

บุญเย็น
  • Members
  • 812 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:thailand

โพสต์เมื่อ 15 January 2007 - 04:10 PM

เคยได้ยินพระอาจารย์ท่านเล่าให้ฟังเหมือนกันครับว่า
ถ้าพระท่านพักผ่อนตอนกลางวัน เราเรียกว่าพระจำวัด
แต่ถ้าเป็นตอนกลางคืน ก็เรียกว่านอนเหมือนกันนั้นเหละครับ เป็นคำที่ใช้กันมาแต่โบราณ ความหมายคือ ถ้าจำวัดหมายถึงใช้เวลาสักครู่หนึ่ง แล้วจะตื่นขึ้นมาใหม่ แต่ถ้านอน ก็คือ ยาวเลยครับ หลายชั่วโมง
สรุปก็คือ จำวัดหมายถึง ผักผ่อนสักครู่ไม่นาน ส่วนนอนก็คือ ผักผ่อนแบบยาวเลยแต่ในยุคนี้ภาษามันเปลี่ยนและเพี้ยนไปเรื่อย จนกลายเป็นว่าคำว่าจำวัดหมายถึงการนอนของพระท่านเพียงอย่างเดียว ความจริงไม่ใช่น่ะครับ

นำมอ ตี่ จ่าง อ้วง ผู่ สัก

#3 เด็กกะปิ

เด็กกะปิ
  • Members
  • 130 โพสต์

โพสต์เมื่อ 15 January 2007 - 04:33 PM

ถ้าภาษาอังกฤษก็ remember temple !!!

#4 เพียงพอ

เพียงพอ

    I |\|EE|) S()|\/|E |3()DY |_()\/E.

  • Members
  • 724 โพสต์
  • Location:ไม่มีข้อมูล
  • Interests:ไม่มีข้อมูล

โพสต์เมื่อ 15 January 2007 - 05:28 PM

จำเจ ทำอะไรที่ซ้ำๆซาก
จำพรรษาก็คือพรรษานี่พระท่านจะอยู่ที่ไหน
จำวัด ^^ อื้มนั่นสิครับน่าคิดๆ เพี้ยนมาจากจำวัตรรึปล่าว
รบกวนผู้รู้ช่วยตอบหน่อยสิครับ
-----------------------------
เพียง. . .เพื่อดำรงชีวิตอยู่ให้มีคุณค่า
พอ. . .แล้วกับความรู้สึกที่ว่าอยากมีอยากเป็น
One word will suffice.

เพียงพอ


#5 koonpatt

koonpatt
  • Members
  • 616 โพสต์
  • Gender:Female

โพสต์เมื่อ 16 January 2007 - 10:54 AM

อันนี้ได้มาจาก ประวัติของ หลวงปู่ขาวนะคะ มีอยู่ตอนหนึ่งที่ ท่านเล่าว่า

"ท่านเล่าว่า เพียงนอนตื่นผิดเวลาบ้างเล็กน้อย ท่านพระอาจารย์มั่นยังมาเตือนว่า

อย่าเชื่อตัวเองยิ่งกว่าธรรมตัวเองคือวัฏฎะ ธาตุขันธ์เป็นผลของวัฏฏะมาดั้งเดิม ควรอนุโลมให้เขาเท่าที่อนุโลมได้ อย่าปล่อยตามขันธ์จนเกินไป ผิดวิสัยของพระที่เป็นเพศไม่นิ่งนอนใจ การหลับนอนของนักปราชญ์ ท่านเพียงเพื่อบรรเทาธาตุขันธ์ไปชั่วระยะเท่านั้น ไม่ได้หวังความสุขความสำราญอะไร จากการระงับความอ่อนเพลียทางธาตุขันธ์นั้นเลย พระนอนตามแบบพระจริง ๆ ต้องระวังตัวเพื่อจะตื่นเหมือนแม่เนื้อนอน ซึ่งมีสติระวังตัวดีกว่าปกติเวลาเที่ยวหากิน

คำว่าจำวัด ก็คือความระวังตั้งสติหมายใจจะลุกตามเวลาที่กำหนดไว้ตอนก่อนนอน มิได้สอนแบบขายทอดตลาด ดังสินค้าที่หมดราคาแล้ว ตามแต่ลูกค้าจะให้ในราคาเท่าไร ตามความชอบใจของตน พระที่นอนปล่อยตัวตามใจชอบ มิใช่พระศากยบุตรพุทธบริษัท ผู้รักษาศาสนาให้เจริญในตนและผู้อื่น แต่เป็นพระประเภทขายทอดตลาด ตามยถากรรม จะตีราคาเอาเอง

การจำวัดของพระที่มีศีลวัตร ธรรมวัตรต้องมีกำหนดกฎเกณฑ์บังคับตัว ในเวลาก่อนหลับ และระวังตัวอยู่ตามวิสัยของพระผู้กำลังจำวัดคือหลับนอน พอรู้สึกตัวต้องรีบลุกขึ้นทันที ไม่ซ้ำซากอันเป็นลักษณะคนขี้เกียจนอนตื่นสาย และตายจมอยู่ในความประมาทไม่มีวันรู้สึกตัว การนอนแบบนี้ เป็นลัทธิของสัตว์ตัวไม่มีความหมายในชีวิตของตัว และเป็นนิสัยของคนเกียจคร้านผลาญสมบัติ ไม่มีงอกเงยขึ้นมาได้ ไม่ใช่ทางของศาสนา จึงไม่ควรส่งเสริม จะกลายเป็นกาฝากขึ้นมาในวงศาสนาและพระธุดงค์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นเรื่องทำลายตัวเอง ดังกาฝากทำลายต้นไม้ที่มันอาศัยนั่นแล

ท่านควรขบคิดคำว่า จำวัด กับคำว่า นอน ซึ่งเป็นคำทั่ว ๆ ไปเทียบกันดู จะเห็นว่าผิดกันและมีความหมายต่างกันอยู่มาก ระหว่างคำว่า จำวัด ของพระศากยบุตร กับคำว่านอน ของคนและสัตว์ทั่วไป ดังนั้นความรู้สึกของพระศากยบุตรที่จะปลงใจจำวัดแต่ละครั้งจึงควรมีความสำคัญติดตัวในขณะนั้นและเวลาอื่น ๆ จะสมชื่อว่าผู้ประคองสติ ผู้มีปัญญาคิดอ่านไตร่ตรองในทุกกรณี ไม่สักว่าคิด สักว่าพูด สักว่าทำ สักว่านอน สักว่าตื่น สักว่าฉัน สักว่าอิ่ม สักว่ายืน สักว่าเดิน สักว่านั่ง สักเป็นอาการปล่อยตัวเกินเพศเกินภูมิของพระศากยบุตรที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

ในวงปฏิบัติโดยมากมักเข้าใจกันว่า พระพุทธเจ้าและสาวกอรหันต์ทั้งหลายนิพพานไปแล้ว สาบสูญไปแล้ว ไม่มีความหมายอะไรเกี่ยวกับท่านและตนเองเสียแล้ว ก็พระธรรมอันเป็นฝ่ายเหตุที่สอนกันให้ปฏิบัติอยู่เวลานี้ เป็นธรรมของท่านผู้ใดขุดค้นขึ้นมาให้โลกได้เห็น และได้ปฏิบัติตามเล่า? และพระธรรมตั้งตัวอยู่ได้อย่างไร ทำไมจึงไม่สาบสูญไปด้วยเล่า? ความจริง พุทธะ กับสังฆะก็คือ ใจดวงบริสุทธิ์ที่พ้นวิสัยแห่งความตายและความสาบสูญอยู่แล้วโดยธรรมชาติ จะให้ตายให้สาบสูญให้หมดความหมายไปได้อย่างไร เมื่อธรรมชาตินั้นมิได้เป็นไปกับสมมติ มิได้อยู่ใต้อำนาจแห่งความตาย มิได้อยู่ใต้อำนาจแห่งความสาบสูญ มิได้อยู่ใต้อำนาจแห่งการหมดความหมายใด ๆ พุทธะจึงคือพุทธะอยู่โดยดี ธัมมะจึงคือธัมมะอยู่โดยดี และสังฆะจึงคือสังฆะอยู่โดยดี มิได้สั่นสะเทือนไปกับความสำคัญใด ๆ แห่งสมมุติที่เสกสรรทำลายให้เป็นไปตามอำนาจของตนฉะนั้น การปฎิบัติด้วยธัมมานุธัมมะจึงเป็นเหมือนเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ตลอดเวลาที่มีธัมมานุธัมมะภายในใจ เพราะการร้พุทธะ ธัมมะ สังฆะ โดยหลักธรรมชาติจำต้องรู้ขึ้นที่ใจ ซึ่งเป็นที่สถิตแห่งธรรมอย่างเหมาะสมสุดส่วนไม่มีภาชนะใดยิ่งไปกว่าดังนี้

นี้เป็นโอวาทที่ท่านอาจารย์มั่นมาเตือนท่านในสมาธิภาวนา ในเวลาท่านเห็นว่าหลวงปู่ขาวอาจทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง เช่นการปฎิบัติธุดงควัตรไม่ถูกไม่สนิทกับธรรมเป็นบางข้อหรือบางประการ และการจำวัดตื่นผิดเวลา ความจริงท่านว่า ท่านอาจารย์มั่นมิได้เตือนด้วยความมั่นใจว่า ท่านทำผิดโดยถ่ายเดียว แต่ท่านเตือนโดยเห็นว่า หลวงปู่ขาวจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับหมู่คณะ ทั้งพระเณรและประชาชนจำนวนมากในวาระต่อไป ท่านจึงเตือนไว้เพื่อหลวงปู่ขาวจะได้ตระหนักในข้อวัตรต่าง ๆ ต่อไปด้วยความเข้มแข็ง เพื่อถ่ายทอดแก่บรรดาประชาชนพระเณร ที่มาอาศัยพึ่งร่มเงา จะได้ของดีไปประดับตัว ดังองค์ท่านอาจารย์มั่นเคยพาหมู่คณะดำเนินมาแล้ว "

ดังนั้น koonpatt คิดว่า คำว่า นอน ที่คนทั่วไปทำกันอยู่ ต่างกับ การจำวัดของพระ ตรงที่

การจำวัดคือการนอนอย่างมีสติ คือ ประคองสติอยู่ตลอดเวลาน่ะค่ะ

ไม่ทราบว่าถูกต้องหรือเปล่านะคะ


จึงยังคง เชื่อมั่นและศรัทธาใน "รัก" เหมือนอย่างที่เคย...เสมอมา...และจะตลอดไป
แด่
เธอ...ผู้นำแสงสว่างสู่...กลางใจ

#6 มองอย่างแมว

มองอย่างแมว
  • Members
  • 722 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:NYC

โพสต์เมื่อ 16 January 2007 - 02:08 PM

ถ้าบอกว่า พระนอน นี่ผมนึกถึงพระพุทธรูปปางไสยาสน์นะ
"ฉุดมันเอาไว้ หยุดมันเอาไว้ ไม่ให้มันรวนเร ต้องหยุดนิ่งสุดใจ หยุดมันเอาไว้ ฉุดมันเอาไว้ ไม่ให้มันซวนเซ ต้องฉุดให้ใจหยุด"
- ไมโคร (เพลง หยุดมันเอาไว้)
"แค่หลับตา... (ลบเลือนทุกสิ่ง เหลือเพียงหนึ่งเดียว) เธอจะเห็นยามเธอหลับตา... (ใช้ใจสัมผัสและมองสิ่งนั้น) เธอจะเห็นตัวฉันเป็นอย่างที่เป็น"
- อุ๊ หฤทัย (เพลง แค่หลับตา)

#7 Dsu

Dsu
  • Members
  • 30 โพสต์

โพสต์เมื่อ 16 January 2007 - 08:17 PM

กัปปิยโวหาร
กัปปิยโวหาร แปลว่า โวหารที่สมควรแก่ภิกษุ, คำพูดที่สมควรแก่ภิกษุ
กัปปิยโวหาร หมายถึงภาษาและคำพูดที่เหมาะสมแก่ภิกษุ เป็นทั้งภาษาและคำพูดที่ชาวบ้านใช้กับภิกษุและที่ภิกษุใช้กับชาวบ้าน ที่ชาวบ้านใช้กับภิกษุ เช่นเรียกเงินตราว่า กัปปิยภัณฑ์ เรียกการกินว่า ฉัน เรียกการนอนว่า จำวัด เรียกการป่วยว่า อาพาธ เรียกภิกษุว่า พระคุณเจ้า เป็นต้น (ดูเรื่องคำพระ)


คำพระ
คำพระ หมายถึงคำที่ใช้กับพระสงฆ์โดยเฉพาะ ถือว่าเป็นคำสุภาพและถูกต้องตามธรรมเนียมที่ใช้มาแต่โบราณ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กัปปิยโวหาร เช่นคำว่า
กิน, ดื่ม ใช้ว่า ฉัน
นอน ใช้ว่า จำวัด
อาบน้ำ ใช้ว่า สรงน้ำ
โกนหัว ใช้ว่า ปลงผม
จดหมาย ใช้ว่า ลิขิต
สึก ใช้ว่า ลาสิกขา
ให้ ใช้ว่า ถวาย
เชิญ ใช้ว่า นิมนต์ หรือ อาราธนา
ป่วย ใช้ว่า อาพาธ
ตาย ใช้ว่า มรณภาพ

จำวัด
จำวัด หมายถึงการนอนพักผ่อน, การนอนหลับของภิกษุสามเณร เป็นคำเฉพาะ
จำวัด ปกติใช้ในกรณีการนอนพักผ่อนในตอนกลางวัน ถ้าเป็นการนอนตอนกลางคืนตามปกติก็ใช้ว่า ?นอน? ธรรมดา เช่นใช้ว่า
?เจ้าอาวาสกำลังจำวัด อย่าไปรบกวนท่าน? หมายความว่าท่านนอนพักผ่อนอยู่
?เวลานี้ท่านนอนแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่? หมายความว่าท่านเข้านอนตามปกติแล้ว
จำวัด มักใช้ในความหมายผิดไป คือใช้ในความหมายว่า ?พักอยู่ ประจำอยู่? เช่นต้องการทราบว่าเป็นพระวัดไหน แต่ไปถามว่า ?ท่านจำวัดอยู่ที่ไหน?
กลายเป็นต้องการทราบว่า ?ท่านนอนอยู่ที่ไหน? ไป

ที่มาจากหนังสือคำวัด

#8 บุญเย็น

บุญเย็น
  • Members
  • 812 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:thailand

โพสต์เมื่อ 16 January 2007 - 10:39 PM

คุณDsu ตอบได้ชัดเจนครับ
สาธุ อนุโมทนา
นำมอ ตี่ จ่าง อ้วง ผู่ สัก

#9 สาคร

สาคร
  • Members
  • 764 โพสต์

โพสต์เมื่อ 17 January 2007 - 07:33 AM

ดีมากๆเลยครับ คุณDsu แต่ผมอยากจะให้พี่ช่วยหาข้อมูลที่มาของคำพระหน่อยได้ใหมครับ ว่ามีที่มายังไง เพราะก่อนที่จะแปลเป็นภาษาไทย ก็เป็นภาษามคธ มาก่อน ก็เลยทำให้ งง ว่าทำไมผู้แปลต้องแปล แล้วใช้คำอย่างนี้ด้วยครับ
ความรักความเมตตาและการให้อภัยเป็นสิ่งที่คนดีเขามีกัน


[email protected]

#10 Dsu

Dsu
  • Members
  • 30 โพสต์

โพสต์เมื่อ 17 January 2007 - 01:57 PM

คำพระ
คำพระ หมายถึงคำที่ใช้กับพระสงฆ์โดยเฉพาะ ถือว่าเป็นคำสุภาพและถูกต้องตามธรรมเนียมที่ใช้มาแต่โบราณ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กัปปิยโวหาร

#11 Tanay007

Tanay007
  • Members
  • 616 โพสต์

โพสต์เมื่อ 17 January 2007 - 07:41 PM

มันเป็นเรื่องของภาษาน่ะครับ ภาษาไทยเป็นภาษาที่แบ่งระดับการใช้ตามสถานะในสังคมที่ไม่เหมือนกันน่ะครับ
อย่างเช่นคำว่า นอน
ชาวบ้านธรรมดา ใช้ นอน
พระ ใช้คำว่า จำวัด
กษัตริย์ ใช้คำว่า บรรทม
แต่ในภาษาอื่น แม้แต่ภาษาบาลีเองก็ตามก็ไม่ได้แบ่งสถานะการใช้แบบภาษาไทยน่ะครับ