โอ้ชินซะแล้ว โอ้ชินแล้วคะ

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.544 โอ้ชินซะแล้ว โอ้ชินแล้วคะ

ออกอากาศ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2548

โอ้ชินซะแล้ว โอ้ชินแล้วคะ

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นชาวต่างจังหวัด มีพี่น้องด้วยกันทั้งหมด 5 คน และผู้ส่งเคสเป็นพี่สาวคนโต เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ผู้ส่งเคสตัดสินใจเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดี จึงมีผู้คนมากมายเข้ามาชอบพอ หนึ่งในนั้นคือนายทหารท่านหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าผู้ส่งเคสถึง 10 ปี ท่านผู้นี้มีฐานะดี การศึกษาดี พูดจาอ่อนหวาน จนในที่สุดผู้ส่งเคสจึงตัดสินใจแต่งงานกับท่าน แต่แล้วชีวิตหลังแต่งงานกลับไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง สามีที่ผู้ส่งเคสหวังจะฝากชีวิตไว้กลับทำร้ายร่างกายเป็นประจำ ทั้งเตะ ต่อย ทุบตี ซ้ำยังใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าทอ ที่ร้ายกาจยิ่งกว่านั้นคือ ท่านยังแอบไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของผู้ส่งเคสอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น คุณแม่ของสามียังคอยกลั่นแกล้ง ตบตี และบังคับให้ผู้ส่งเคสทำงานหนักทุกวัน ขัดขวางการเรียนภาคค่ำด้วยการทำลายรองเท้าและซ่อนชุดนักเรียน หนำซ้ำคุณแม่สามียังยัดเยียดคนรับใช้ให้เป็นภรรยาน้อยของสามีผู้ส่งเคสอีกด้วย ผู้ส่งเคสทำได้เพียงอดทนอดกลั้นอยู่ต่อไป เมื่อสามีไปเรียนต่อปริญญาโทและปริญญาเอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านก็บังคับให้ผู้ส่งเคสตามไปด้วย เพื่อไปปรนนิบัติรับใช้ ทั้งซักผ้า รีดผ้า ถูบ้าน ทำกับข้าว และงานบ้านทุกอย่าง แม้แต่ทำรายงานส่งอาจารย์ผู้ส่งเคสก็ยังต้องช่วยทำ เมื่อใดก็ตามที่สามีเกิดโทสะ ผู้ส่งเคสก็จะถูกทุบตี ตบ เตะ อย่างทารุณด้วยมือและเท้า นอกจากสภาพจิตใจจะย่ำแย่แล้ว สภาพร่างกายก็ยังทรุดโทรม ผู้ส่งเคสล้มป่วยด้วยโรคไทรอยด์ ต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดเจาะน้ำไขสันหลังหลายครั้งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่ครั้งสุดท้ายคุณหมอท่านหนึ่งได้ห้ามการผ่าตัดไว้

เนื้อเรื่อง

ผู้ส่งเคสเป็นชาวต่างจังหวัด มีพี่น้อง 5 คน เป็นพี่สาวคนโต เมื่อโตขึ้นได้เข้าทำงานที่กรุงเทพฯ ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดีจึงมีคนมาชอบมากมาย ในจำนวนนั้นมีนายทหารท่านหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าผู้ส่งเคส 10 ปี ท่านเป็นคนมีฐานะดี การศึกษาดี พูดจาอ่อนหวาน ผู้ส่งเคสจึงตัดสินใจแต่งงานกับท่าน

แต่ชีวิตหลังแต่งงานไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้ สามีทำร้ายร่างกายและจิตใจผู้ส่งเคสเป็นประจำ ทั้งเตะ ต่อย ทุบตี ด่าทอด้วยคำหยาบคาย ซ้ำยังแอบมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิท คุณแม่ของสามีก็กลั่นแกล้ง ตบตี บังคับใช้ทำงานหนัก ขัดขวางการเรียน และยัดเยียดคนรับใช้ให้เป็นภรรยาน้อยของสามีอีกด้วย ผู้ส่งเคสต้องอดทนกับความเจ็บปวดนี้

เมื่อสามีไปเรียนต่อที่อเมริกา ผู้ส่งเคสต้องตามไปเพื่อปรนนิบัติรับใช้ ทำงานบ้านทุกอย่าง และยังต้องช่วยทำรายงานส่งอาจารย์ สามีก็ยังคงทำร้ายร่างกายผู้ส่งเคสเมื่อโมโห นอกจากนี้ ผู้ส่งเคสยังล้มป่วยด้วยโรคไทรอยด์ ต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดเจาะน้ำไขสันหลังหลายครั้งจนเกือบเสียชีวิต โชคดีที่ครั้งสุดท้ายหมอห้ามไว้

หลังจากออกจากโรงพยาบาล สามีไม่ยอมให้ผู้ส่งเคสออกไปไหนหรือติดต่อใคร ทำให้ผู้ส่งเคสไม่ทราบข่าวการเสียชีวิตของคุณแม่ ผู้ส่งเคสต้องทนอยู่เยี่ยงทาสรับใช้สามีนานถึง 11 ปี จนสามีสำเร็จการศึกษาเป็นดอกเตอร์และพาผู้ส่งเคสกลับเมืองไทย

เมื่อกลับมาไทย ผู้ส่งเคสพยายามหนีสามีหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนครั้งสุดท้ายตัดสินใจหนีให้ไกลที่สุด คือไปประเทศนอร์เวย์ แต่ต้องไปคนเดียว ไม่สามารถนำลูกชายวัย 6 ขวบไปด้วยได้ สามีแค้นใจที่ผู้ส่งเคสหนีไป จึงทารุณกรรมลูกชายคนเดียวที่อยู่กับเขา ทั้งทุบตี ตบเตะ แม่สามีก็ยุยงให้ลูกชายเกลียดผู้ส่งเคสซึ่งเป็นแม่แท้ๆ

ที่นอร์เวย์ ผู้ส่งเคสเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเป็นเด็กเสิร์ฟ ทำงานหนัก อดมื้อกินมื้อ เก็บหอมรอมริบ เสื้อผ้ามีน้อยต้องใส่ซ้ำๆ หลายวัน ผู้ส่งเคสกัดฟันสู้กับความลำเค็ญนี้อย่างหนักเป็นเวลา 10 ปี จึงสามารถเก็บเงินส่งเสียน้องๆ ที่เมืองไทยให้เรียนหนังสือทุกคน และยังทำหน้าที่เป็นทั้งแม่และพี่สาวที่ดี คอยแนะนำสั่งสอนน้องๆ ผ่านจดหมาย นอกจากนี้ ผู้ส่งเคสยังเก็บเงินเซ้งร้านเพื่อทำธุรกิจร้านอาหารไทยในนอร์เวย์จนประสบความสำเร็จด้วยตนเอง

ต่อมา ผู้ส่งเคสได้พาน้องชายคนหนึ่งมาอยู่ด้วยที่นอร์เวย์ น้องชายคนนี้มีความคิดและนิสัยแตกต่างจากพี่น้องคนอื่นอย่างมาก เคยบวชเป็นสามเณร เคยทำงานก่อสร้าง และสนใจการชกมวยจนมีชื่อเสียงโด่งดัง เขาเป็นคนหน้าตาดี ทำให้มีผู้หญิงมาติดพันมากมาย เมื่อได้ผู้หญิงเหล่านั้นแล้ว เขาก็ทิ้งไปหาคนใหม่เรื่อยๆ บางคนท้องก็ไม่รับผิดชอบ ให้ไปทำแท้ง

เมื่อมาอยู่กับผู้ส่งเคสที่นอร์เวย์ เขาก็ยังมีหญิงไทยมาติดพันหลายคน ไม่เว้นแม้แต่หญิงที่มีสามีแล้ว ผู้ส่งเคสทนเห็นภาพที่ไม่ดีงามนี้ไม่ไหว จึงบอกน้องชายว่าอย่าไปยุ่งกับหญิงมีสามีแล้ว ควรเลือกแต่งงานกับผู้หญิงที่คบอยู่ น้องชายฟังแล้วจึงตัดสินใจกลับเมืองไทยเพื่อไปแต่งงานกับผู้หญิงที่ผู้ส่งเคสแนะนำ

แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น พบศพน้องชายนอนตายอยู่ใต้ต้นมะขามข้างบ้าน ในลักษณะเชือกรัดคอ ส่วนที่ต้นมะขามมีเชือกขาดห้อยอยู่ ทุกคนสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการทะเลาะกับผู้หญิงที่จะแต่งงานด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องน่าขบคิดคือ 3 วันก่อนตาย น้องชายดื่มเหล้าเมามาย ร้องไห้ตลอดทุกวัน และขี่มอเตอร์ไซค์ไปบ้านเพื่อนสนิทที่ตายไปนานแล้ว ตะโกนบอกให้เพื่อนคนนั้นมารับด้วย

ผู้ส่งเคสกลับไทยไปจัดการงานศพน้องชาย แล้วไปหาร่างทรงเพื่อเรียกวิญญาณน้องชายมาเข้าทรง วิญญาณน้องชายเข้าทรงแล้วร้องไห้บอกว่า "พี่ช่วยผมด้วย เขามาบอกให้ผมตาย ผมตายอย่างนี้มานานหลายชาติแล้ว" และเขาระลึกชาติได้ด้วย ผู้ส่งเคสจึงไปหาร่างทรงอีกคนเพื่อถามเรื่องน้องชาย ร่างทรงบอกว่า ชาติก่อนน้องชายเจ้าชู้ มักไปยุ่งกับภรรยาผู้อื่น สามีของเธอแค้นมาก จับไปทุบลูกอันฑะจนตาย ชาตินี้จึงมีลูกอันฑะเพียงข้างเดียว ซึ่งในชาตินี้น้องชายมีอันฑะข้างเดียวจริง

สิ้นเดือนมกราคม 2548 ผู้ส่งเคสทำบุญสืบชะตาบ้าน มีพระอาจารย์รูปหนึ่งบอกว่าเห็นชายคนหนึ่งที่เคยตายที่นี่ มายืนยิ้มรับบุญ อยู่ที่นี่นานแล้วยังไม่ได้ไปไหน

คำถาม

  1. บุพกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสต้องมาเจอสามีและคุณแม่สามีที่คอยทำร้ายร่างกาย ตบตี ด่าทอ เหยียดหยาม และผู้ส่งเคสควรทำอย่างไรจึงจะไม่เจอสภาพเช่นนี้อีกคะ
  2. บุพกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสเกือบเสียชีวิตจากการเจาะน้ำไขสันหลังออก แต่ก็รอดชีวิตได้ด้วยบุญคะ แล้วกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสต้องลำบากก่อนที่จะมาพบความสำเร็จในชีวิต แต่ก็ยังต้องเหนื่อยกับการทำงานเช่นเดิม ทั้งคนรอบข้างยังนำความเดือดร้อนใจมาให้เสมอ เป็นเพราะกรรมใด ควรแก้ไขอย่างไรคะ
  3. บุพกรรมใดที่ทำให้ลูกชายเกิดมาพบกับครอบครัวที่แตกแยก โดนพ่อตบตี พูดจาไม่ดี ผู้ส่งเคสจะช่วยเหลือเขาได้อย่างไรคะ ผู้ส่งเคสและลูกชายมีกรรมร่วมกันมาอย่างไรคะ
  4. บุพกรรมใดที่ทำให้น้องชายต้องคิดฆ่าตัวตาย ตายแล้วไปไหน เขาได้รับบุญสืบชะตาบ้านหรือบุญที่ผู้ส่งเคสไปให้พระหรือไม่ อย่างไรคะ
  5. บุพกรรมใดทำให้น้องชายคนรองมีอันฑะข้างเดียว เพราะในอดีตเคยถูกทุบอย่างที่ร่างทรงบอกหรือไม่ อย่างไรคะ
  6. บุพกรรมใดที่ผู้ส่งเคสต้องมารับภาระเลี้ยงดูน้องๆ ทุกคนคะ
  7. บุญใดที่ทำให้น้องสาวคนที่ 3 ปัจจุบันอายุ 40 กว่าปี จึงไม่คิดจะแต่งงาน เค้าเคยสร้างบุญมาอย่างไ รคะ
  8. คุณแม่ผู้ส่งเคสตายแล้วไปไหน ลูกหลานสร้างองค์พระและบุญต่างๆ อุทิศไปให้ท่านได้รับหรือไม่ อย่างไรคะ
  9. ผู้ส่งเคสและญาติพี่น้องเคยสร้างบารมีร่วมกับหมู่คณะมาหรือไม่ อย่างไรคะ
  10. ต้องสร้างบุญอย่างไรถึงจะไปดุสิตบุรีวงบุญพิเศษเขตบรมโพธิสัตว์ได้ดั่งใจปรารถนาคะ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

อดีตทหาร ปัจจุบันอุบาสิกา อนาคตบุรุษ

คุณพ่อทำกรรมอะไรจึงเป็นมะเร็งในถุงน้ำดี เสียชีวิตแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ทำเองและบุญที่ลูกหลานอุทิศไปให้หรือไม่ โดยเฉพาะบุญจากการสร้างบารมีกับหมู่คณะของลูก และบุญจากการบวชหน้าไฟของหลาน

หมอลำม่วย

คุณพ่อตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่สร้างองค์พระให้และบุญอื่นๆ ที่อุทิศให้หรือไม่? มีอะไรจะฝากบอกบ้างหรือไม่?

สงสัยจังเลยคุณย่าคุณยายที่รัก

คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปที่สมองเพราะบุพกรรมใด เสียชีวิตแล้วไปไหน จะได้รับบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวหรือไม่

ผีบ้านเช่า

ผู้ส่งเคสมีคำถามถึง คุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้ :

อย่ามารักฉันเลย

สามีคนแรก: ทำกรรมอะไรจึงเสียชีวิตและอายุสั้น? ตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่?

คนรอบกายล้วนจมน้ำตาย และลูกกรอกหนูเก่ง

น้องเก่งทำกรรมอะไรมา ถึงได้เกิดมาเป็นลูกกรอก และเป็นมาแล้วกี่ภพกี่ชาติเจ้าคะ

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา