ข่าคือใคร

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.611 ข่าคือใคร

ออกอากาศ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2548

ข่าคือใคร

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคส เล่าว่าเป็น ลูก ในเรื่อง ครั้งแรกที่มาร่วมงานบุญคือ งานบุญตอกเสาเข็มวิหารหลวงปู่ต้นสุดท้ายในปี พ.ศ. 2540 โดยมีผู้แนะนำบุญที่อยู่ใกล้บ้านมาชวน ต่อมา งานหล่อพระบรมพุทธเจ้า ลูกได้ทำหน้าที่ช่วยผู้แนะนำบุญชวนคนมาร่วมงานบุญที่วัด ปัจจุบัน อุทิศตัวช่วยงานอยู่ที่ศูนย์กัลยาณมิตรแห่งหนึ่งเป็นเวลา 2 ปีกว่าแล้ว ลูกขอส่งเคสนี้มาเพื่อสอบถามข้อสงสัยต่างๆ

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นจากปู่ของผู้ส่งเคส ปู่เคยบวชเป็นพระเกือบจะได้เป็นสมภาร แต่อาตมา (หมายถึงปู่) คิดอย่างไรไม่ทราบจึงสึกออกมา เพราะเบื่อการเป็นสมภารที่ต้องรับภาระพะรุงพะรัง หลังจากสึก ปู่ประกอบอาชีพทำไร่ทำนา และเป็นหมอแผนโบราณประจำหมู่บ้าน ทำให้เป็นที่พึ่งและเป็นที่รักของชาวบ้าน ปู่แต่งงานกับย่าซึ่งอายุน้อยกว่ามากตอนที่ปู่มีอายุมากแล้ว มีลูกด้วยกัน 5 คน พ่อของผู้ส่งเคสเป็นคนที่ 3 เนื่องจากมีลูกตอนอายุเยอะ ปู่จึงไม่นานก็ไม่มีเรี่ยวแรงหาเลี้ยงลูกและเสียชีวิตด้วยโรคชรา

ภาระการเลี้ยงดูจึงตกอยู่ที่พ่อของผู้ส่งเคส พ่อเคยบวชเป็นสามเณรอยู่หลายปี ชอบอ่านหนังสือพระไตรปิฎกและนำความรู้มาเล่าให้ชาวบ้านฟัง นอกจากนี้ พ่อยังชอบอ่านคาถาใน 7 ตำนาน 12 ตำนาน และมีความชอบด้านไสยเวทมาก ต่อมาขณะเป็นเณร พ่อก็ลาสิกขา และนำคาถาที่เรียนมาทดลองใช้เองโดยไม่ได้ยกครู คาถาเป็นวิชาไสยเวทที่ต้องยกครู ต้องบูชาครูก่อน การที่พ่อไม่ได้ยกครูทำให้พ่อป่วย กินข้าวไม่ได้ เป็นไข้ ตัวสั่น ปู่ซึ่งเป็นหมอประจำหมู่บ้านรักษาก็ไม่หาย

จนกระทั่งลุง ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งของพ่อมาพบก็รู้ทันทีว่าพ่อทำผิดหลักวิชชา ของเลยเข้าตัว ลุงจึงทำพิธียกครูให้และรับพ่อไว้เป็นศิษย์ ถ่ายทอดวิชาตั้งตำราให้ พ่อจึงหายและได้เป็นหมอรักษาคนอยู่คู่กับลุง วิชาไสยเวทที่ลุงได้มามีประวัติว่า ขณะลุงอายุ 15 ปี มีชายแปลกหน้า 6 คนเข้ามาในหมู่บ้าน เรียกตัวเองว่า ข่า พวกเขาบอกว่าเป็นข่ากษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ ตระกูลเคยอยู่ในแถบนี้แต่ถูกข้าศึกรุกรานจึงลี้ภัยไปอยู่บนเขา พวกเขามาตามหาขุมทรัพย์คือ ไห 8 หู ซึ่งเป็นของบรรพบุรุษต้นตระกูล หากใครนำกลับไปได้จะเป็นที่ยอมรับและได้เป็นหัวหน้าเผ่า พวกข่ามีลายแทงมาด้วยและแกะรอยมาถึงหมู่บ้านที่ลุงอยู่

พวกเขาถูกชะตากับลุงและเล่าจุดประสงค์ให้ลุงกับชาวบ้านฟัง ถามว่าใครรู้จักสถานที่ในลายแทงบ้างและให้พาไปขุด แต่ไม่มีใครกล้าไป ลุงจึงเป็นคนอาสาพาไป พวกข่าทำพิธีโดยนำดอกไม้ ธูป เทียน ใส่ในขัน และท่องคาถา ภาพไหที่ถูกฝังจะปรากฏให้เห็นด้วยตาเนื้อ เมื่อขุดลงไปก็พบไหจริง พวกเขาได้สอนให้ลุงทำบ้าง ลุงก็ทำได้จริง มองทะลุเห็นไหที่ฝังอยู่ด้วยตาเปล่า รู้ว่าอยู่ตรงไหน สรุปหาเจอทั้งหมด 8 ไห มีไห 8 หู 4 ใบ และไห 4 หู 2 ใบ ก่อนขุดพวกเขาตกใจกลัวเมื่อเจอคนเฝ้าทรัพย์ที่เป็นคนที่ตายไปแล้ว พวกเขาใช้ตลับสีผึ้ง ยกมือไหว้แล้วทาตาเพื่อมองเห็น

พวกข่าถ่ายทอดวิชาต่างๆ ให้ลุงและชวนลุงไปยังถิ่นของพวกเขา พวกเขาจะถ่ายทอดความรู้เรื่องว่านให้จนหมด พวกข่าบอกว่าต้องไปกับพวกเขาเท่านั้นจึงจะไปถึงถิ่นได้ เพราะต้องผ่านดงว่านมีพิษซึ่งอันตรายถึงชีวิต คนที่จะไปต้องมีความรู้เรื่องว่านเป็นอย่างดีและมีวิชาคมจึงจะผ่านได้ พวกข่าได้ขออนุญาตพ่อแม่ลุงพาตัวลุงไป แต่พ่อแม่ลุงไม่ยอมให้ไป กลัวข่าหลอกเอาไปกิน เพราะลือกันว่าข่ากินคน ข่าจึงถ่ายทอดวิชาและแบ่งของที่นำมาด้วยให้ลุงครึ่งหนึ่ง และสั่งลุงว่าต่อไปจะมีกลุ่มข่ามาเผยแพร่อีก ห้ามรับของพวกเขาเด็ดขาด เพราะวิชาที่ให้ลุงเป็นยอดวิชาครู ระดับปรมาจารย์ หลังข่า 6 คนนี้กลับไป ก็มีกลุ่มข่าใหม่ๆ มาเผยแพร่อีกจริงตามที่ข่ากลุ่มแรกบอกไว้ ลุงจึงนำวิชานี้มารักษาคนเรื่อยมา

บางรายก็ได้รับถ่ายทอดวิชาจากลุงไปด้วย เช่น พ่อของผู้ส่งเคส พ่อได้วิชารักษาโรคทั่วไปและโรคที่โดนคุณไสย (โรคพิเศษที่เกิดจากวิบากกรรมและโดนทำด้วยคุณไสย) เวลาพ่อรักษา จะมีเสียงมากระซิบข้างหูว่าควรรักษาคนไข้อย่างไร บางทีก็เห็นเป็นอาจารย์ชุดขาวมาบอก โดยผู้รักษาจะเห็นเพียงคนเดียว บางครั้งก็มาบอกในฝัน เวลาลุงจะติดต่อกับอาจารย์ข่าที่ถ่ายทอดวิชาให้ (อาจารย์ข่าชุดแรก) จะใช้วิธีส่งดอกไม้ คือนำดอกไม้ ธูป เทียน 5 คู่ ใส่พาน บอกกล่าวเจ้าของวิชา วางไว้บนหิ้ง ดอกไม้จะหายไปและปรากฏเป็นดอกไม้ช่อใหม่ของอาจารย์มาแทนที่ ครูผู้ใหญ่ยืนยันว่าเรื่องนี้จริง การรับส่งเกิดขึ้นเกือบทุกวันเป็นเวลาหลายปี บางครั้งต้องการว่านก็ขอได้ ดอกไม้หายไปว่านมาแทน

จนกระทั่งวันหนึ่ง ลุงส่งดอกไม้ไปแต่คราวนี้เงียบ ไม่ส่งดอกไม้กลับมา อาชีพของลุงเกี่ยวข้องกับเหล้าบุหรี่ เพราะคนไข้จะตั้งขันมีเหล้าบุหรี่ทุกครั้ง ลุงก็ดื่มและสูบไปด้วย ต่อมาลุงป่วยด้วยโรคปอดและเสียชีวิต หลังลุงตาย พ่อก็ยังรับรักษาคนต่อ พ่อกับแม่มีลูกด้วยกัน 6 คน ผู้ส่งเคสเป็นคนที่ 5 ช่วงพ่อแต่งงานกับแม่ พ่อมีภาระเลี้ยงน้องๆ แม่ก็มีภาระดูแลครอบครัวแม่ การแต่งงานจึงเพิ่มภาระ แม้ต้องทำงานหนัก แม่ป่วยเป็นโรคตับและเสียชีวิตปี 2534 อายุ 54 ปี ปี 2540 พ่อจัดงานทำบุญให้แม่ที่บ้านโดยไม่ถามความพร้อมลูก น้องสาวผู้ส่งเคสไม่ได้มา ผู้ส่งเคสโมโหพ่อมาก ต่อว่าพ่อหลายคำ พ่อโกรธมาก มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ผู้ส่งเคสตกใจ นำดอกไม้ ธูป เทียน มาขอขมาแต่อาการพ่อไม่ดีขึ้น กลัวพ่อตายแล้วไปไม่ดี จึงเอาเงิน 1,000 บาทใส่มือพ่อ บอกให้เอาเงินนี้อธิษฐานบุญติดตัวไป จะเอาเงินไปทำบุญสังฆทานให้ ผู้ส่งเคสร้องไห้ไม่หยุด พ่อบอกให้หยุดร้องและบอกว่ายังไม่ตาย เขา ให้ต่ออีก 5 ปี

เมื่อผู้ส่งเคสมาเข้าวัดพระธรรมกาย ก็ทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้ครอบครัว งานสลายร่างคุณยาย น้องสาวชวนคนมาได้ 1 รถบัส โดยออกเงินค่ารถเอง พ่อสร้างพระประจำตัวให้ตัวเอง หลังจากลูกโต พ่อไม่ทำงาน จะไปวัดทุกวัน ไปสอนพระเณรให้อ่านใบลาน เขียนบทเทศน์มหาชาติให้พระเณรใช้เทศน์วันออกพรรษา พ่อเก่งเรื่องนี้เพราะเป็นอดีตสามเณร เพื่อไปเตือนผู้ฟังว่าต้องทำความดีกันแล้ว 5 ปีต่อมา ปี 2545 พ่อป่วยหนักอีก พ่อบอกว่า เขา จะเอาไปแล้ว ถามทุกคนว่าจะให้อยู่หรือไป ทุกคนบอก ให้อยู่ พ่อก็หาย สามารถอยู่ต่อมาได้อีก 1 ปี ปี 2546 พ่อป่วยนอนซม ปวดหัว เป็นไข้ อยู่ รพ. 5 วัน อาการดีขึ้น เหมือนปกติ ช่วยเหลือตัวเองได้ ทุกคนคิดว่ารุ่งขึ้นจะกลับบ้านได้ แต่เช้าวันรุ่งขึ้นพ่อก็เสียชีวิต

น้องสาวคนสุดท้องมีครอบครัวแล้ว มีลูก 3 คน ลูกสาวอายุ 13 ปี โดนผู้ชายที่มาจีบหลอกไปมีความสัมพันธ์ ต่อมาก็แอบมีความสัมพันธ์เรื่อยมาโดยผู้ใหญ่ไม่รู้ วันหนึ่งหลานสาวถูกผู้ชายโทรมาบอกเลิก เสียใจ รีบไปหา พอถึงพบชายคนรักอยู่กับผู้หญิงใหม่ ผู้หญิงคนนั้นเดินตบหลานสาวจนหงายหลังหัวฟาดพื้น ผู้ส่งเคสจะไปจับหลานสาว แต่แฟนใหม่เป็นฝ่ายทำร้าย พ่อฝ่ายชายมาเจอเหตุการณ์พอดี เอาตัวลูกชายขึ้นรถหนี หลานสาวแค้นมาก

คำถาม

  1. ปู่ตายแล้วไปไหน บุญที่บวชหลายปีเกือบเป็นสมภารช่วยได้ไหม ทำไมจึงบวชไม่ได้ตลอดชีวิต
  2. ทำไมพ่อจึงชอบศึกษาทั้งตำราธรรมะและไสยเวท พ่อมีอาการป่วยเพราะใช้วิชาโดยไม่ได้ยกครูใช่หรือไม่ เป็นเพราะครูมาทำร้ายเพื่ออะไร
  3. ทำไมพ่อจึงพูดว่า เขา ให้ต่ออีก 5 ปี รู้ได้อย่างไร อีก 5 ปีต่อมา เขา มาเอาชีวิตไปจริงหรือ แล้วทำไมพ่อจึงอยู่ต่อได้อีก 1 ปี
  4. พ่อตายแล้วไปไหน บุญที่พ่อได้บวชสามเณร อ่านเขียนธรรมะให้วัด และทำบุญกับหมู่คณะในวัดพระธรรมกายส่งผลอย่างไร
  5. ลุงกับพ่อมีบุพกรรมด้านไสยเวทร่วมกันมาไหม ลุงจึงมาช่วยพ่อให้หายป่วย
  6. ลุงกับพวกข่ามีบุพกรรมอะไรร่วมกันมาไหม ทำไมข่าจึงถูกชะตากับลุงมากถึงขนาดชวนไปอยู่ด้วย
  7. พวกข่าเหล่านี้คือใคร เป็นข่ากษัตริย์เคยอยู่ในหมู่บ้านนี้จริงไหม
  8. ลุงตายแล้วไปไหน ทำไมจึงมายุ่งเกี่ยวกับวิชาไสยเวท วิชาที่ข่าถ่ายทอดให้ลุงเป็นแบบไหน ทำไมคนที่ได้รับถ่ายทอดวิชานี้ต้องเป็นโรคหอบหืดทุกคน
  9. การรับส่งดอกไม้หรือว่านที่ลุงทำกับอาจารย์ข่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ครั้งสุดท้ายที่ลุงไม่ได้รับดอกไม้กลับมา เป็นเพราะอาจารย์ข่าเสียชีวิตแล้วใช่ไหม
  10. แม่ตายแล้วไปไหน ทำไมจึงเสียชีวิตด้วยโรคตับ แม่ทำทานมาน้อยจึงลำบากมาตลอด ไม่เคยสบายเลยใช่ไหม
  11. กรรมใดทำให้น้องสาวได้สามีขี้เมา พึ่งไม่ได้ ไม่มีความรับผิดชอบ แก้ไขได้อย่างไร
  12. หลานสาวทำกรรมอะไรมาจึงต้องมาเสียท่าชายที่รัก ถ้าจะเอาเรื่องฝ่ายชายทำได้ แต่ถ้าเป็นวิบากกรรมจะอโหสิกรรมได้ไหม
  13. ตัวลูกกับน้องสาวเกี่ยวข้องมาอย่างไร จึงรักและห่วงใยกันมาก
  14. ตัวลูก น้องสาว และพ่อสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร
  15. ชาตินี้ลูกแต่งงานไหม ทำไมไม่คิดแต่งงาน ชาติต่อไปลูกจะได้เกิดเป็นผู้ชายได้บวชไหม ผลการปฏิบัติธรรมชาติที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

คุณไสยฯ เสกหนังควายเข้าท้อง

พี่ชายคนที่ 2 ตายด้วยไวรัส ตับอักเสบ B ตั้งแต่ยังหนุ่ม ทำกรรมใดไว้ และตายแล้วไปไหน?

คนสามหน้าเพราะด่าผู้มีศีล

น้องสาวทำกรรมอะไรมาถึงได้ป่วยเรื้อรัง มีใบหน้าเป็นลิง แล้วเปลี่ยนเป็นกะเทย ถูกผ่าตัดหน้า แพทย์ตรวจไม่เจอโรค เกือบตายมาหลายครั้ง ทำบุญอะไรจึงจะหาย และชาติหน้าไม่เป็นอีก

กุมารทองภาค 5 กุมารทองหนูแดง

คนที่เลี้ยงกุมารทองเพราะเห็นว่ามีแต่คุณประโยชน์ ไม่เห็นโทษ จริงๆ แล้วมีโทษไหม ถ้ามี มีอย่างไร

กุมารทองภาค 1 ตอนขอมาอยู่ด้วย

คุณพ่อคุณแม่ตอนนี้อยู่ที่ภพภูมิใด บุญที่ท่านทำไว้ส่งผลอย่างไร มีความสุขดีหรือไม่ และได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่

เตียงลอยได้

คนร่างใหญ่ที่ชะโงกหน้าเข้ามาในมุ้งขณะนอนในป่าช้าเป็นใคร มาทำไม แม่ชีที่เห็นนั่งบนโขดหินกลางน้ำโขงเห็นจริงหรือไม่ ถ้าจริงท่านคือใคร มานั่งทำไม เตียงผู้ส่งเคสและเพื่อนลอยจริงหรือไม่ ผู้หญิงชุดไทยที่เดินบ่อยๆ มีจริงหรือไม่ อย่างไร อดีตมนุษย์/ภูตผีปีศาจทั้งที่มีบุญมากและน้อย มีกิจวัตรประจำวันอย่างไร

วัดร้างมาพันกว่าปี

เหตุใดคุณแม่จึงเป็นวัณโรค เสียชีวิตเร็ว ไปที่ไหน ได้รับบุญหรือไม่ และมีข้อความถึงลูกบ้างหรือไม่

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา