ความเป็นส่วนตัวบนพื้นที่ส่วนรวม

การขยายตัวของสังคมเมืองสมัยใหม่ทำให้ผู้คนต้องแชร์พื้นที่ส่วนรวมด้วยกัน ผู้คนจำนวนมากจึงต้องการสร้างขอบเขตความเป็นส่วนตัวให้สูงขึ้นเพื่อหลบลีกความวุ่นวาย และสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับตนเอง https://dmc.tv/a25694

บทความธรรมะ Dhamma Articles > ทันโลกทันธรรม
[ 14 ม.ค. 2563 ] - [ ผู้อ่าน : 316 ]
ความเป็นส่วนตัวบนพื้นที่ส่วนรวม
การขยายตัวของสังคมเมืองสมัยใหม่ทำให้ผู้คนต้องแชร์พื้นที่ส่วนรวมด้วยกัน ผู้คนจำนวนมากจึงต้องการสร้างขอบเขตความเป็นส่วนตัวให้สูงขึ้นเพื่อหลบลีกความวุ่นวาย และสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับตนเอง 

เรื่อง : พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
จากรายการทันโลกทันธรรม ออกอากาศทางช่อง GBN
 
 

ความเป็นส่วนตัวในที่นี้หมายถึงอะไร?
 
          ความเป็นส่วนตัวแต่ละคนมีระดับไม่เท่ากัน บางคนอยากจะแชร์ความรู้สึกหรือกิจวัตรประจำวันว่า ในแต่ละวันทำอะไรให้คนอื่นได้ทราบ แต่ขณะเดียวกัน บางท่านก็ไม่อยากแชร์ เพราะรู้สึกว่าไปเจอผู้คนมากมายแล้ว กลับบ้านก็อยากจะขอพื้นที่ส่วนตัว ขอใช้ชีวิตแบบสงบที่บ้านเพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน จะมีระยะห่างที่แตกต่างกันออกไป
 
ระดับความเป็นส่วนตัวแบ่งเป็นกี่ระดับอะไรบ้าง?

          
 
 
          นักมานุษยวิทยาชาวอเมริกันชื่อ Edward Hall ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลไว้ แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ
 
          1.ระดับสนิทสนม เป็นระดับของคู่รัก หรือ Intimate distance คือคนที่สามารถแสดงความรักได้ด้วยการโอบกอด การจูบการหอมแก้ม หรือเป็นการจับมือเพื่อเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน     
 
          2.ระยะส่วนตัว หรือ Personal  distance เป็นระยะบุคคลในครอบครัวเดียวกัน พี่กับน้องแสดงความรักกันได้การจับมือกันได้ การโอบกอดกันได้เหมือนกัน แล้วก็มีความสนิทสนมกันระดับหนึ่ง หรือเป็นเพื่อนสนิททำกิจกรรมร่วมกัน 

 
          3.ระยะสังคม หรือ  Social distance เป็นระยะที่รู้จักกันระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้สนิทสนมกัน เช่นนักธุรกิจที่ต้องทำธุรกรรมร่วมกัน หรือการพบปะสังสรรค์กับบุคคลอื่น ก็จะต้องวางตัวในระดับหนึ่ง คือเว้นระยะในระดับหนึ่งให้ความสนิทสนมในระดับหนึ่ง
 
          4.ระยะสาธารณะหรือ  Public distance เป็นระยะที่ไม่รู้จักคนๆ นั้นเป็นการส่วนตัว เช่น ไปเจอดาราหรือไปเจอบุคคลที่มีชื่อเสียง เรารู้จักเขาแต่เขาไม่รู้จักเรา หรือการไปเดินในสวนสาธารณะ ควรจะเว้นระยะ ซึ่ง Edward Hall ได้บอกถึงระยะทางกายภาพอีกด้วย เช่นไปเดินหรือไปวิ่งในสวนสาธารณะก็ควรจะเว้นระยะห่างจากคนอื่นประมาณ 3-4 เมตร เพราะหากใกล้ชิดมากไปก็จะรู้สึกอัดอัด 
 
จะสร้างความเป็นส่วนตัว หรือรักษาความเป็นส่วนตัวของเราในสังคมโซเชียลมีเดียอย่างไร?

 
          หากไม่อยากให้เรื่องของเรากระจายไปในโซเชียลมีเดีย ก็ควรระวังเรื่องการโพสต์ รูปภาพของตัวเราเอง อาจมีบางคนเอาไปตัดต่อ แล้วไปเขียนเป็น stories ก็จะเกิดความเสียหายกับเราได้ เพราะฉะนั้นการโพสต์รูปภาพ ข้อความต่างๆ การแสดงความคิดเห็นก็ต้องระวังอย่างยิ่ง เป็นการแสดงตัวตนว่า มีความคิดเห็นอย่างไร  ณ ตอนนี้เราอาจจะไม่ใช่บุคคลสำคัญ ก็อาจจะโพสต์ไปในสิ่งที่คิด แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากกลายเป็นบุคคลสำคัญขึ้นมา ต้องระมัดระวังการกระทำของตัวเองเพราะทำอะไรแล้วมันไม่หายไปไหน

 
           บางทีเราไม่ได้โพสต์เอง แต่แชร์ข้อความไป การแชร์ข้อความแสดงว่าเห็นด้วยกับข้อความนั้นๆ ก็เป็นการแสดงตัวตนแสดงทัศนะคติของว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เรื่องนี้ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งซึ่งมี 2 อย่าง ได้แก่ 1.ไม่ใช่เรื่องจริง แล้วไปแชร์จะทำให้เป็นคนไม่มีเครดิตไปโดยปริยาย เพราะเอาเรื่องไม่จริงไปแชร์  2.ตอนนี้อาจจะมีทัศนคติแบบนี้มีความคิดเห็นแบบนี้ แต่เวลาเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทัศนคติอาจจะเปลี่ยนไป หากเคยแชร์สิ่งไม่ดีในอดีต อาจตามมาหลอกหลอนในอนาคตได้
 
หากอยากเป็นส่วนตัวในที่ทำงานควรทำอย่างไร?

 
          มี 2 เรื่อง คือ 1.ไม่ควรนำเรื่องของตัวเองมาเล่าให้คนอื่นฟัง เช่น มีปัญหาทางบ้าน รู้สึกอยากระบายแต่เมื่อระบายไปแล้ว คนที่รับฟังอาจไปเล่าต่อทำให้ความเป็นส่วนตัวหายไป 
          2.ไม่ควรยุ่งเรื่องของคนอื่นมากเกินไป บางทีอยากไปจัดการปัญหาให้คนนั้นคนนี้ ก็ไปก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของเขา แล้วก็จะกลับมาที่ตัวเราว่า ไม่ให้ความเป็นส่วนตัวกับคนอื่น คนอื่นก็อยากจะมายุ่งเรื่องส่วนตัวของเราเหมือนกัน
 
ควรจะวางตัวอย่างไรในที่ทำงาน?

 
          การใช้เวลาให้เหมาะสม หากต้องการความเป็นส่วนตัวกับเพื่อนร่วมงาน ก็สามารถหลีกเลี่ยงการคบกับคนที่เราไม่ถูกใจได้หลังเลิกงาน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวมาทำที่ทำงานเหมือนกัน บางคนขายของออนไลน์เป็นอาชีพเสริม ในขณะทำงานก็คุยกับลูกค้า ซึ่งไม่ค่อยเหมาะสม ในเมื่อเราอยากได้พื้นที่ส่วนตัวของเรา ก็ไม่ควรขโมยเวลางานของที่ทำงาน
วิธีจัดการคนที่ชอบล้ำเส้น ลุกพื้นที่ส่วนตัวจนทนไม่ไหว 


          เมื่อเจอคำถามที่รู้สึกไม่สบายใจ ไม่อยากตอบก็เลี่ยงไม่ตอบ อาจพูดเล่นไปก่อน เพื่อทำให้เขารู้สึกสบายใจ แล้วพูดทีเล่นทีจริงว่า อย่าถามได้ไหมคำถามนี้ตอนนี้ยังไม่พร้อมตอบ แต่บางครั้งเจอคนที่อยากจะรู้ก็จะถามอยู่นั่นแหละ เราอาจแสดงอาการนิ่งแล้วไม่ตอบแล้ววางบุคลิกขรึมๆ แต่ไม่ถึงขนาดหน้าบึ้งตึง เขาก็จะเริ่มรู้แล้วว่า เราไม่พร้อมที่จะตอบคำถามนั้น หากเงียบแล้วนิ่งเขายังคำถามขึ้นมาอีกก็อาจจะขออนุญาตไปทำธุระก่อน แล้วปลีกตัวออกไป
 
ทันธรรม...โดย พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ 

 
          คนแต่ละชาติ แต่ละวัฒนธรรมมีระยะความเป็นส่วนตัวไม่เท่ากัน เช่น ถ้าเป็นพี่น้องหรือสามีภรรยา หรือพ่อแม่ลูก เข้าใกล้แล้วรู้สึกดี แต่หากเป็นเพียงคนรู้จัก เมื่อเข้ามาใกล้แบบเดียวกัน จะรู้สึกอึดอัด รู้สึกใกล้เกินไป คนทั่วไปมักจะขยับถอยให้ระยะพอดี รู้สึกสบายใจ แต่หากเป็นคนไม่รู้จัก ระยะก็ต้องห่างมาอีก นี่คือธรรมชาติของมนุษย์ เพราะฉะนั้นจะรักษาความเป็นส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะได้ก็ต้องเข้าใจสิ่งนี้ หากอยู่ในสังคมไทยด้วยกันมักไม่ค่อยมีปัญหา เพราะความรู้สึกในระยะพอดีใกล้เคียงกัน แต่หากต้องไปเจอกับคนต่างชาติต่างวัฒนธรรม ก็ต้องเข้าใจธรรมชาติตรงนี้ด้วย ถ้ารู้สึกว่าห่างไป เราขยับเข้าใกล้แล้วเค้าถอยหนี ก็ต้องรู้แล้วว่าเขาอึดอัดแล้ว เราก็ต้องปรับความคุ้นเคยของเราว่าอย่าไปใกล้ แต่หากเขาขยับเข้ามาใกล้จนเราอึดอัด เราถอยหนีเขาขยับมาอีกก็ให้รู้ว่าระยะความเป็นส่วนตัวที่เขารู้สึกพอดีกับเราไม่ตรงกัน เราอาจฝืนนิดนึง ไม่ต้องถอยถึงขนาดสบาย พบกันครึ่งทางก็จะทำให้สามารถเข้าสังคม แล้วก็อยู่ร่วมกันกับคนต่างวัฒนธรรมได้อย่างพอดี 

 
          ในกรณีเจอคนที่รุกล้ำเข้ามาในเขตส่วนตัว หากเป็นฝ่ายหญิงมีฝ่ายชายเข้ามาใกล้เกินไปจนอึดอัด ให้สังเกตว่าเขาเจตนาหรือไม่ เพราะหากเป็นคนไทยด้วยกัน ระยะความพอดีจะใกล้เคียงกัน บางคนจะอาจไม่ถึงกับเจ้าชู้ แต่เป็นการคุกคามทางเพศอย่างหนึ่ง แม้ยังไม่โดนตัว แต่เข้ามาใกล้จนทำให้รู้สึกอึดอัด เราก็ขยับตัวห่าง อย่าเกรงใจ หากสังเกตแล้ว เขาเข้ามาใกล้แล้วมีเจตนาไม่ดีด้วย ให้ถอยห่าง ไม่ต้องเกรงใจว่าจะเสียมารยาท เพราะเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ต้องรักษาสิทธิ์ระยะความเป็นส่วนตัวของเรา แล้วเขาจะเกรงใจมากขึ้น 

          หากเจอคนที่รุกเข้ามาแต่ไม่ถึงกับขนาดใกล้ ให้นิ่งแล้วก็มองเขา มองหน้าหรือมองตา ไม่ถึงกับจ้องเขม็ง ขอให้ใจเรานิ่ง แล้วนิ่งจริงเขาจะเริ่มรู้ตัว แต่หากเราพยายามรักษามารยาทพูดคุยเล่น เขาจะได้คืบเอาศอกไม่จบ 

 
          หากเจอคนมาซอกแซกถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวที่ทำให้อึดอัด ให้บอกปฏิเสธไป อย่าเกรงใจ การปฏิเสธจะช่วยเราได้ ปฏิเสธอย่างสุภาพ สั้นๆแต่ชัดเจน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกรณีของชายหญิงที่มาเจ้าชู้  แม้แต่กรณีเพศเดียวกันที่เข้ามาเพื่อจะหวังพึ่งเรา หรืออยากให้เราไปร่วมคลุกคลีที่เราไม่ปรารถนาเพราะมีงานต้องทำ หากไม่สะดวกไม่อยากไปก็สามารถปฏิเสธได้อย่างสุภาพ ให้เหตุให้ผล พยายามถนอมน้ำใจ ชัดเจนแบบสุภาพ ปฏิเสธก็คือปฏิเสธ หากเกรงใจไปหมดทุกคน สุดท้ายจะควบคุมเวลาไม่ได้ ไม่เป็นตัวของตัวเอง ไปก็ฝืนไป ไปแล้วก็อึดอัด ปรับให้พอดี ดังนั้นต้องรู้จักปฏิเสธ หากคิดว่าไปแล้วเสียเวลา ไม่เหมาะ ไม่อยากไป ก็ปฏิเสธแล้วบอกไว้โอกาสหน้าแล้วกัน อย่างนี้แทน 

 
          รักษาจุดยืนของเรา แล้วเกรงใจเขา แต่ไม่ใช่ตามใจเขา โดยเฉพาะยุคปัจจุบันมีโซเชียลมีเดีย ระวังให้ดี บางคนต้องการรักษาความเป็นส่วนตัว แต่เอารูปภาพตัวเองไปโพสต์ คิดว่าโพสต์อยู่ในกลุ่มเพื่อนไม่กี่คน แต่ทุกอย่างที่ลงไปในโซเชียล มันพร้อมจะไปถึงคนเป็น 1,000,000 คนได้ทุกเมื่อ ดังนั้นหากเป็นเรื่องส่วนตัว อย่าไปโพสต์ ตรงนี้ต้องระมัดระวังให้ดีเพราะโซเชียลไปเร็ว หากต้องการรักษาความเป็นส่วนตัวแต่ไปเปิดช่องเอาไว้ด้วยการไปส่องดูคนอื่น ก็จะมีปัญหาอื่นตามมา
ดังนั้นการรักษาความเป็นส่วนตัวในยุคที่โซเชียลมีเดียไปอย่างกว้างขวาง ยิ่งต้องมีสติมากขึ้น ตั้งแต่ตัวของเราเอง ไม่ใช่ระวังไม่ให้คนอื่นมาล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของเราอย่างเดียว เราเองก็อย่าไปล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของใครด้วย แต่ละคนต้องมีระยะที่เหมาะสม รักษาความเกรงใจระหว่างกันไว้ดีกว่า 

 
          ในพระพุทธศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บัญญัติพระวินัยไว้ว่าพระสงฆ์ที่ตั้งใจปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่พระนิพพาน ท่านยังให้รักษาระยะห่าง จากผู้ครองเรือนจากผู้ที่ไม่ได้บวชพระ ถึงขนาดมีพระวินัยว่า ห้ามพระภิกษุค้างแรมอยู่ในห้องเดียวกับโยมกับผู้ที่ยังไม่ได้บวช แม้แต่สามเณรก็ไม่ได้ ผู้ครองเรือนที่ยังไม่ได้บวช เป็นผู้ชายด้วยกันก็ไม่ได้ เพราะเวลาหลับแล้วไม่รู้ตัว ความไม่สำรวมอาจเกิดขึ้นทำให้ความรู้สึกเกรงใจระหว่างโยมกับพระลดลง แต่มีบางกรณีที่ไม่มีที่พัก ท่านก็ยืดหยุ่นให้พักด้วยกันได้ แต่ห้ามเกินสามราตรี 

          โบราณของไทยสอนหญิงที่เป็นภรรยาว่า ต้องตื่นก่อนนอนทีหลัง ทำไมต้องตื่นก่อนด้วย เพราะตอนหลับหากตื่นทีหลัง สามีลุกขึ้นมาเห็นความไม่เรียบร้อย ความรักความน่าดูก็จะหย่อนลงไป นั้นฝ่ายหญิงถ้าตื่นก่อนดูแลตัวเองให้เรียบร้อย แม้สามีภรรยาต้องมีระยะที่พอดี เพราะฉะนั้นอย่าประมาท เรื่องระยะความเป็นส่วนตัวของเรา ในที่ส่วนรวม ไม่ว่าส่วนรวมในแง่ครอบครัว ในที่ทำงานหรือในที่สาธารณะกับบุคคลอื่นก็ตาม
 
 

รับชมคลิปวิดีโอความเป็นส่วนตัวบนพื้นที่ส่วนรวม : ทันโลกทันธรรม
ชมวิดีโอความเป็นส่วนตัวบนพื้นที่ส่วนรวม : ทันโลกทันธรรม   Download ธรรมะความเป็นส่วนตัวบนพื้นที่ส่วนรวม : ทันโลกทันธรรม






พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      วิกฤติมารยาท
      ธรรมชาติลงโทษ
      สุขภาพดีแม้ทำงานหนัก
      เรื่องกินเรื่องใหญ่
      คนในความลับ
      รูปแบบที่ทำให้รักเป็นพิษ
      เปลี่ยนไร้ตัวตนให้คนสนใจ
      รักฉบับพ่อ
      หวานซ่อนร้าย
      เอาชนะศัตรูทางอารมณ์
      นิสัยสำเร็จยุค Gen Y
      ประโยชน์จากน้ำตา





   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

ธรรมะที่เกี่ยวข้อง - Related