พิษจากองศาอารมณ์ร้อน

เวลาอารมณ์ร้อนจัดนั้น จะส่งผลร้ายกับร่างกายอย่างไร https://dmc.tv/a25823

บทความธรรมะ Dhamma Articles > ทันโลกทันธรรม
[ 13 ก.พ. 2563 ] - [ ผู้อ่าน : 219 ]
พิษจากองศาอารมณ์ร้อน
เวลาอารมณ์ร้อนจัดนั้น จะส่งผลร้ายกับร่างกายอย่างไร

เรื่อง : พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
จากรายการทันโลกทันธรรม ออกอากาศทางช่อง GBN
 
 
 
อารมณ์ร้อนหรือคนที่โมโหง่ายหงุดหงิดง่าย มีสาเหตุมาจากอะไร?
 
          ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้สังคมมีเหตุกระตุ้น ที่ทำให้เกิดอารมณ์ร้อนมากขึ้น สาเหตุประการแรก คือความกดดันหรือความเครียด มีทั้งความเครียดในที่ทำงาน ความกดดันจากภาวะทางเศรษฐกิจ ความเครียดและความกดดันจากความคาดหวัง ทั้งของตัวเองและคนที่อยู่รอบข้างและเรื่องอื่นอีกมากมาย ทุกอย่างเหมือนจะรวดเร็ว ทุกคนต้องการผลลัพธ์ ความสัมพันธ์ต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นความคาดหวังที่มีมากมาย เนื่องจากสังคมเปลี่ยนเป็น วัตถุนิยม เรื่องความชื่นชอบหรือนิยมต่างๆในปัจจุบันนี้ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น ค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น ก่อให้เกิดความเครียดสะสม แล้วความเครียดสะสม พร้อมที่จะกระตุ้นเมื่อมีเหตุการณ์มากระทบก็ฉุนเฉียว

 
          2.ภาวะจิตใจในเวลาที่เกิดเหตุ หากเราสบายใจ ไม่ฉุนเฉียว แต่มีเหตุการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่กรุ่นอยู่ในใจมาก่อน สภาวะจิตใจตอนที่เจอปัญหาเฉพาะหน้าจะมีผลทำให้ฉุนเฉียวได้ง่าย
 
          3.การที่มีเรื่องแอลกอฮอล์ หรือสารเสพติด ทำให้การควบคุมอารมณ์และจิตใจน้อยลงกว่าเดิม
 
หากอารมณ์พุ่งสูงปรี๊ดจะเกิดผลอะไรกับร่างกายบ้าง?
 
 
          เกิดปัญหามากมาย เรียกว่าแทบจะทุกระบบ อย่างแรกเวลาโกรธหัวร้อนจะทำให้อายุสั้นลง ยิ่งโกรธยิ่งอายุสั้นลง เพราะ 1. ความโกรธส่งผลกระทบต่อหัวใจ ทำให้มีการบีบหัวใจสูบฉีดหัวใจเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เพิ่มความเสี่ยงหัวใจวาย 2 เท่า และยังส่งผลกระทบต่อโรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือด ทำให้เกิดเส้นเลือดสมองแตกได้ แล้วเส้นเลือดโป่งพอง เวลาโกรธเส้นประสาทจะเกร็งเครียด ทำให้ความดันที่เคยสูงปรี๊ดขึ้นมารวดเร็ว จนกระทั่งเส้นเลือดรับไม่อยู่ เส้นเลือดก็จะแตก ก็เกิดปัญหาของเส้นเลือดโป่งพองด้วย เส้นเลือดแตกด้วย 

 
          นอกจากนี้แล้วการค้นคว้าของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่าแค่นึกถึงเรื่องที่โกรธในอดีตเท่านั้น ปรากฏว่าระดับภูมิต้านทานที่ต่อสู้ ซึ่งเป็นเซลล์ด่านแรกของร่างกายเรียกว่า แอนติบอดี้เอ ทำงานลดลงไปทันที ทำให้ภูมิต้านทานลดลง ซึ่งไอจีเอ ปกป้องที่จมูก ปอด กระเพาะปัสสาวะ และทางเดินอาหาร เพราะฉะนั้นจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย เป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่มาจากความโกรธ

 
          2.มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลายโรค นอกเหนือจากโรคทางกายภาพ ต่อมาเป็นโรคทางด้านอารมณ์และจิตใจ มีผลทำให้เกิดโรควิตกกังวล เพราะความโกรธเป็นตัวกระตุ้นชั้นดี ที่ทำให้คนที่วิตกอยู่กลายเป็นโรคเครียดวิตกกังวล ไม่สามารถรับสถานการณ์ต่างๆได้ คนที่เป็นโรควิตกกังวล มีเรื่องเข้ามา 2 จะกลายเป็น 8 จะรับสถานการณ์นั้นไม่ได้ เพราะความโกรธเป็นเหมือนไฟที่มาเผาให้ทุกอย่าง เกร็ง เครียดไปหมด 

 
          หลังจากเป็นโรควิตกกังวล พบว่ามีผลทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการซึมเศร้าที่เป็นหนัก เรียกว่า ขาดความยั้งคิด อาจจะถึงกับลงมือทำร้ายตัวเอง ตัวเองไม่มีคุณค่า หรือไปถึงขั้นฆ่าตัวตาย

 
          มีการวิจัยที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด วิจัยจากคน 670 คน พบว่าเมื่อมีความโกรธแล้ว ปรากฏว่า การทำงานของปอดจะลดลงทันที เพราะฉะนั้นโกรธมากเท่าไร ก็จะไปทำร้ายการทำงานของปอดทำให้ออกซิเจนลดลง ทำลายการทำงานของหัวใจ สุดท้ายก็จะก่อให้เกิดการอักเสบ หรือการติดเชื้อในทางเดินหายใจได้ง่าย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นคนที่โกรธ คนที่ซึมเศร้า และวิตกกังวลแล้วก็ซึมเศร้า เป็นอารมณ์มาพร้อมกันแล้วก็จะต่อกันมา สุดท้ายเชื้อโรคตามมา คือเชื้อโรคมีอยู่แล้ว แต่เราไปทำให้เกิดภาวะเหมาะสมที่เชื้อตัวนั้นจะเติบโต ก็เลยป่วย ฉีดวัคซีนอย่างอื่นยังไม่เพียงพอ ต้องฉีดวัคซีนใจด้วย 
 
มีวิธีฉีดวัคซีนใจของตัวเองอย่างไร?

 
          เป็นเรื่องของการฝึกฝน แล้วต้องฝึกทุกวัน คือ 1.เห็นคนอื่นก่อน เนื่องจากในสังคมปัจจุบันมักจะนึกถึงตัวเองก่อนคนอื่น โดยลืมนึกถึงคนอื่นก่อนตัวเอง 
 
          2.พึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ แล้วมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองมี ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เรียกว่าพอใจจริงๆ โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะมีมากแค่ไหน ไม่มีการเปรียบเทียบแต่ให้นึกภาพภูมิใจ แล้วก็นึกขอบคุณ แล้วพอใจ ขอบคุณที่ได้ชีวิตแบบนี้ ขอบคุณที่ได้สิ่งเหล่านี้มา แล้วก็พึงพอใจในสิ่งนั้น จะทำให้จิตสงบ แล้วเวลาเจออะไรจะไม่ฉุนเฉียว จะเป็นคนที่วุฒิภาวะทางอารมณ์สงบนิ่ง แต่ถ้าเรากดดันตัวเองมากเกินไป คาดหวังมากเกินไปอยากจะได้อย่างนั้น ทุกอย่างจะต้องสมบูรณ์ เราจะฉุนเฉียว ความสมบูรณ์แบบดี แต่ดีในด้านที่ทำให้เราดีที่สุด อย่าปล่อยผ่านทำให้มันดีกว่านี้ได้ไหมแล้วก็ดีกว่าดีที่สุดได้ไหม แต่เมื่อได้ถึงตรงไหนแล้ว ให้พึงใจในสิ่งนั้น ยิ้มแล้วก็ภูมิใจว่า เราได้ทุ่มเทอย่างดีที่สุด ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะราบเรียบ
 
ทันธรรม...โดย พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ 

 
          ความโกรธเกิดง่ายหายเร็ว แต่มีโทษมาก เหมือนไฟ เมื่อเวลาผ่านไปมาทบทวนไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร ไม่ควรเลย หากไม่ลุแก่โทสะ ตั้งสติดีๆตรองเหตุตรองผล จะไม่ทำเพราะไม่คุ้ม คนเดือดร้อนคือตัวเอง คนไหนคุมสติได้คนนั้นชนะ คนไหนขาดสติ ปล่อยให้ความโกรธครอบงำใจแล้วก็ครอบงำพฤติกรรมตัวเอง คนนั้นแพ้ คนเสียคือตัวเอง อย่าพูดอย่าทำอะไรขณะที่อารมณ์กำลังขึ้น หากคุมไม่อยู่ ให้นิ่งไว้ก่อน ให้อารมณ์นั้น วูบนั้นผ่านไปก่อน แล้วจะพูดอะไรจะทำอะไร มีสติกำกับแล้วค่อยพูด ค่อยทำอย่างนี้เป็นประโยชน์มากกว่า 

 
          มีคนกราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า โกรธที่ลูกตัวเองมาศรัทธาพระพุทธเจ้า และจะมาด่าว่าพระพุทธเจ้า พระองค์ก็เฉยๆ ลองคิดดูว่ายิ่งเป็นใหญ่มากเท่าไหร่ มีชื่อเสียงเกียรติยศมีลูกน้องบริวารมากเท่าไหร่ ทิฐิมานะจะเพิ่มมากขึ้น เมื่อมีใครมาลบหลู่เกียรติ คนที่เป็นผู้ใหญ่จะมีอารมณ์ขึ้นมากกว่าคนอื่น เพราะมีแต่คนชม มีแต่คนยอม พอของขึ้นแล้วมีมือมีไม้ที่จะเล่นงานได้มากกว่า 
เมื่อไหร่ที่ลุแก่โทสะ แม้จะเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม คนเสียก็คือตัวเอง ไม่เกิดผลดี
 
          พระพุทธเจ้าเป็นถึงพระบรมศาสดา มีคนมาว่า พระองค์เฉยๆ เพราะพระองค์ไม่มีทิฐิมานะและไม่มีกิเลสแล้ว นิ่งให้เขาระบายไป พอเสร็จเรียบร้อย ได้ระบายแล้วสบายใจ พระพุทธเจ้าไม่เถียงสักคำ พออารมณ์ดีขึ้นจึงได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า ถามคำถามไป แล้วพระพุทธเจ้าตอบว่า ความโกรธเปรียบเสมือนต้นไม้ที่มีรากเป็นพิษ แต่มียอดหวาน แล้วออกผลมาเป็นความทุกข์ คนที่โกรธเกิดมาจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ความโลภหรือความรัก เพราะเมื่อรักปรารถนาสิ่งใดแล้วมีใครจะมาทำสิ่งนั้นให้เสียหาย หรือทำให้ไม่ได้สิ่งนั้น พรากสิ่งนั้นไป เราจะโกรธ ยิ่งโลภเท่าไหร่ ยิ่งมีความรักพึงใจในสิ่งใดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งโกรธมาก ความหลงเช่นเดียวกัน ไปลุ่มหลงมัวเมาสิ่งใดความคิดความอ่านจะวิปริตผิดเพี้ยน จับแง่คิด ประเด็นผิดนิดเดียวเมื่ออารมณ์โกรธเกิดขึ้นแล้วเกิดความเสียหายจะตามมา ดังนั้นความโกรธจึงมีรากเป็นพิษ 

 
          ยอดหวาน คือระหว่างโกรธได้ด่า ลงไม้ลงมือ ซ้อม ตี ฆ่า สะใจที่ได้ทำตามใจตัวเอง เหมือนมียอดหวานแต่ออกผลมาเป็นความทุกข์ ตอนทำสะใจ 10 วินาที แต่มีปัญหาเดือดร้อนตามมา เช่น โกรธแล้ว ของขึ้นคว้าปืนไปยิงขาตาย สะใจมาก ไม่ถึง 10 วินาทีต่อมา ตำรวจจับเราแน่ จะหนีไปไหนดี จะรอดไหม ติดคุกไหม โดนลงโทษประหารชีวิตหรือไม่ เรื่องเดือดร้อนตามมาเป็นขบวน ออกผลเป็นความทุกข์
  
          เมื่อฟังธรรมพระพุทธเจ้าแล้ว พราหมณ์นั้นละอายแก่ใจ จึงกราบพระพุทธเจ้า ธรรมะของพระองค์กระจ่างแจ่มแจ้ง เหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนที่หลงทาง จุดประทีปโคมไฟในที่มืด ปวารณาตัวถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึกตลอดชีวิตเป็นชาวพุทธ พระองค์ไม่โกรธแต่จี้ถูกจุดให้ระบายก่อน จี้ถูกจุดชนะเขาเลย สยบแบบอยู่หมัด นี่คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ของเรา 

 
          เพราะฉะนั้น เมื่อเขาโกรธมาอย่าไปโกรธตอบ ที่บอกกันว่า โกรธคือโง่ โมโหคือบ้าได้ เขาโกรธมาเป็นไฟ เราเป็นน้ำดีกว่า น้ำสาดแล้วไฟดับอย่างนี้ถูกต้อง ยิ่งอยู่ใกล้ๆ กันเป็นเพื่อนกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน เป็นสามีภรรยากัน อีกฝ่ายโกรธมาแล้วไม่ได้โกรธตอบ นิ่งๆ เย็นๆ เดี๋ยวอีกฝ่ายก็จะเย็นลง แต่หากแรงมาแรงไป ก็ทางใครทางมัน สุดท้ายก็ต้องแยกทางกันไป ไม่คุ้ม สู้อดทนนิ่ง ไม่ใช้ความโกรธ อย่าให้ยอดหวานของต้นไม้ที่มีรากเป็นพิษ มาล่อ แล้วสุดท้ายต้องเสวยผล คือความทุกข์ อย่างนั้นเลย

          จะควบคุมความโกรธได้ มีหลัก 3 ข้อ

 
          1.คุมความโกรธขั้นแรกคือคุมด้วยศีล รักษาศีล จะโกรธอย่างไรก็ไม่ผิดศีล ได้แก่
 
               1. ไม่ฆ่า ไม่ทรมาน ตีรันฟันแทงชกต่อย ไม่เอา
               2.ไม่ไปละเมิดทรัพย์สินของใครไปทำร้ายทรัพย์สินของเขาให้เสียหาย ไม่เอา 
               3.ไม่ไปผิดลูกผิดเมียเขา 
               4.ด่าว่าคำหยาบต่างๆ ไม่เอา
               5.ไม่ดื่มสุรายาเสพติดที่ทำให้ขาดสติ เพราะขาดสติจะคุมตัวเองไม่ได้

 
          2.คุมด้วยสมาธิ(Meditation) ยังนั่งไม่ลงเพราะโกรธมาก สวดมนต์ก่อนพอเริ่มนิ่ง นั่งสมาธิต่อแล้ว ใจจะนิ่งความโกรธจะคลาย ทำแบบนี้บ่อยๆ จะคุ้นและเป็นภูมิต้านทานที่ไม่ลุแก่โทสะ

 
          3.ใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรองจนเห็นเหตุเห็นผลจนชัด แล้วสามารถสลายความโกรธนั้นให้หลุดไปจากใจได้ เพราะความจริงพระพุทธเจ้าตรัสว่า ในการเวียนว่ายตายเกิดมาอย่างยาวนานนับชาติไม่ถ้วน ไม่เคยมีชีวิตใดเลย ไม่เคยเกิดเป็นญาติกัน คนที่เราเองไม่รู้จัก แล้วเขาทำอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกใจจนโกรธจัด แทบอยากจะฆ่าเขา ชาติใดชาติหนึ่งในอดีตเขาอาจจะเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูกของเราก็เป็นไปได้ อาจจะเคยเป็นผู้มีพระคุณ ครูบาอาจารย์ของเรา แต่เราลืมไปแล้วเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นให้มองทุกคน เป็นเสมือนบุคคลที่เป็นญาติ อันเป็นที่รักของเรา แล้วอย่าไปถือสาหาความอะไรกัน บางคนทำอะไรผิดพลาดก็ให้อภัยกัน แล้วมาดูตัวเอง ทำตัวเองให้ดี อย่าไปทำอะไรผิดพลาดล่วงเกินคนอื่น ถ้าอย่างนี้จะคุมความโกรธได้อยู่หมัด แล้วก็จำกัดความเสียหายไม่ให้เกิดขึ้น

 

รับชมคลิปวิดีโอพิษจากองศาอารมณ์ร้อน : ทันโลกทันธรรม
ชมวิดีโอพิษจากองศาอารมณ์ร้อน : ทันโลกทันธรรม   Download ธรรมะพิษจากองศาอารมณ์ร้อน : ทันโลกทันธรรม






พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      หนึ่งคนกับตัวตนย่อย
      พฤติกรรมลดเสน่ห์
      ความเป็นส่วนตัวบนพื้นที่ส่วนรวม
      วิกฤติมารยาท
      ธรรมชาติลงโทษ
      สุขภาพดีแม้ทำงานหนัก
      เรื่องกินเรื่องใหญ่
      คนในความลับ
      รูปแบบที่ทำให้รักเป็นพิษ
      เปลี่ยนไร้ตัวตนให้คนสนใจ
      รักฉบับพ่อ
      หวานซ่อนร้าย




   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

ธรรมะที่เกี่ยวข้อง - Related
หนึ่งคนกับตัวตนย่อย
  ในตัวของเรามีตัวตนย่อยอยู่มากมายจนเป็นครอบครัว ตัวตนย่อยจะมี..
(24 ก.พ. 2563)    ชม 178 ครั้ง