สร้างพระร้อยกว่าองค์

เนื่องจากได้ลูกสาวเป็นกัลยาณมิตร เธอจึงได้มีโอกาสสร้างบารมีกับหมู่คณะ เธอเคยไปปฏิบัติธรรมกับคุณครูไม่ใหญ่บนดอยสุเทพ...ครั้งหนึ่งเธอเคยนั่งสมาธิ มองเห็นองค์พระสว่างจ้า...เคยสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวให้ตนเอง และบรรพชน สร้างเสาเข็ม สร้างองค์พระแกนกลางในมหาธรรมกายเจดีย์ และได้ร่วมสร้างบุญใหญ่ๆของวัดมาตลอด นอกจากนี้เธอยังเป็นนักเรียนโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา อีกด้วย...วันหนึ่ง ความตายก็มาเยือน...ปรโลกของเธอจะเป็นอย่างไร https://dmc.tv/a5038

บทความธรรมะ Dhamma Articles > กรณีศึกษากฎแห่งกรรม
[ 15 เม.ย. 2552 ] - [ ผู้อ่าน : 16070 ]
Case Study
สร้างพระกว่าร้อยองค์
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ทาง DMC
ออกอากาศครั้งแรก วันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2548
 
 
กราบนมัสการคุณครูไม่ใหญ่ที่เคารพรักอย่างสูง
 
    ลูก เป็นนักเรียนโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา คนเก่าเจ้าเดิม ที่เคยเขียน Case Study เรื่องกุมารทองที่ชื่อ “หนูแดง” เป็น Mini series ติดต่อกัน 3ตอนจบ เป็นเหตุให้คุณครูไม่ใหญ่ขำมาก จึงมีคำสั่ง...โดยคุณครูไม่ใหญ่สั่งไปหัวเราะไปว่า “ไม่ต้องเขียนมาเลยอีก 5ปี” แต่ครั้งนี้เกิดเหตุฉุกเฉิน Emergency จริงๆค่ะ จึงขออนุญาตให้ลูกเขียนมานะคะ
 
    ลูกเข้าวัดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2526 สมัยนั้นยังสาวๆ เป็นนิสิตปี1 มหาวิทยาลัยแถวๆสามย่าน ครั้นเวลาล่วงเลยมา 21ฤดูฝน ปัจจุบันลูกก็ยัง “มือยาว” อยู่ (มือยาว เป็นสำนวนแปลว่า สาวได้สาวเอาค่ะ)
 
    ก่อนที่ลูกจะเข้าวัดพระธรรมกาย การไปวัดของลูก คือ ไปวัดพระแก้ว วัดโพธิ์ ไปเที่ยว ไปโพสท์ท่าถ่ายรูป การมาร่วมกิจกรรมที่วัดพระธรรมกาย จึงถือได้ว่าเป็นการมาวัดที่แปลก คือ ออกจากบ้านตั้งแต่ตี5 ไปช่วยงานรับบริจาค แค่เจ้าหน้าที่รับบริจาคก็ปาไปหลายร้อยคน ไหนคนเขาว่าศาสนาเสื่อม เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนมาวัดมากมายขนาดนี้ มาถึงก็พากันนั่งสมาธิ(Meditation) ไม่พูดไม่จา บ่ายก็นั่งสมาธิ ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน
 
    ถ้าเป็นวันมาฆบูชา ตอนเย็นมีพิธีจุดโคม ก็นั่งสมาธิกันอีก จากนั้นต่างคนต่างกลับบ้าน กว่าจะถึงบ้านก็ 5ทุ่ม-เที่ยงคืน คุณพ่อ-คุณแม่ของลูก ซึ่งเป็นคนจีน และคุ้นเคยกับการไหว้เจ้ามากกว่าการเข้าวัด จึงทำความเข้าใจได้ยากว่า “มันไปวัด ไปทำอะไรของมัน ออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกดื่นเที่ยงคืน”
 
    เมื่อลูกได้รู้จักคำว่า สร้างบารมี จึงได้ทุ่มเทเต็มที่ทั้งการทำกิจกรรมชมรมพุทธฯ และมาวัดเป็นประจำ ร่วมสร้างวัดตั้งแต่เริ่มซื้อที่ดิน 2,000ไร่ วัยรุ่นทั่วไปชอบเที่ยวหามรุ่งหามค่ำ แต่วัยรุ่นชมรมพุทธฯสร้างบารมีหามรุ่งหามค่ำ การทำบุญสร้างบารมีเป็นหมู่คณะ เป็นเรื่องสนุกและมันอย่างเหลือเชื่อ ไม่ลองไม่รู้ ถ้าลองดูแล้วคุณจะติดใจ
 
    ระหว่างที่ลูกกำลังมัน คุณพ่อ-คุณแม่ก็รู้สึกว่า...มัน กล่าวคือ มันชักจะไปกันใหญ่ ส่งไปเรียนหนังสือ ดันไปหลงงมงาย ทำยังไง คุณพ่อก็ไม่ยอมเข้าใจ ส่วนคุณแม่...ด้วยความที่ใกล้ชิดกับลูก และมักจะเข้าข้างลูก จึงคล้อยตามได้มากกว่า
 
    คุณแม่เป็นคนใจเด็ด ใจกว้าง ไม่คิดมาก ค่อนข้างเข้าใจโลก ไม่ยึดติด ขนาดไปทัวร์ยุโรปหรือไปเที่ยวที่ไหนๆกลับมา
 
ถามว่า “เป็นไงบ้าง”
ท่านจะเริ่มด้วย “ก็ไม่เห็นมีอะไร”
แต่ถ้าถามว่า “สนุกไหม”
ท่านก็จะตอบว่า “ก็สนุก”
 
เมื่อลูกแนะนำวิธีนั่งสมาธิ และถามว่า “หม่าม้า พอรู้เรื่องไหม”
คุณแม่ก็บอกว่า “ไม่รู้สิ ก็นั่งไปตามเรื่อง”
 
    คุณแม่เคยมีโอกาส ได้ไปปฏิบัติธรรมที่ดอยสุเทพกับคุณครูไม่ใหญ่ เมื่อถึงตอนสอบอารมณ์ คุณครูไม่ใหญ่ถามว่า “นั่งเป็นไงบ้างจ๊ะ” คุณแม่ตอบว่า “ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่พระ ลึก ลึก ลึก”
 
    ปี พ.ศ.2534 คุณแม่แพ้ยาป่วยหนักมาก ต้องเข้าโรงพยาบาล ลูกบอกคุณแม่ให้ทำใจให้สบาย นึกถึงบุญที่น้องชายคนเล็กจะบวชธรรมทายาทในวันพรุ่งนี้ ตอนค่ำคุณแม่ก็ลุกขึ้นมานั่งสมาธิบนเตียงคนไข้ หลังเลิกนั่งคุณแม่เล่าให้ฟังว่า “หม่าม้านั่งไปเรื่อยๆ สักพักเห็นพระสว่างจ้า แล้วใครก็ไม่รู้เข้ามาเต็มห้องไปหมด ผอมๆดำๆทั้งนั้น เขาจะมาขอส่วนบุญ หม่าม้าก็บอกว่า ไม่รู้เรื่อง ทำไม่เป็น จะขอบุญเหรอ พรุ่งนี้ไปที่วัดเบญจ์สิ เขามีงานบวช ไปขอที่นั่น บุญเยอะแยะ”
 
    ประมาณปี พ.ศ.2537 คุณครูไม่ใหญ่ปรารภสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ลูกได้ร่วมสร้างพระธรรมกายประจำตัว และบอกบุญองค์พระได้ร้อยกว่าองค์ มีพี่ผู้ชายท่านหนึ่งชอบสร้างพระมาก ทำเองและชวนน้องสาวทำด้วย โดยบอกน้องสาวว่า “ทีซื้อกระเป๋าใบละเป็นหมื่น ไม่เห็นมีใครมาไหว้กระเป๋าเธอสักหน่อย สร้างพระองค์ละหมื่นเดียว คนมาไหว้ตั้งเยอะตั้งแยะ คิดมากอยู่ได้”
 
    คุณแม่ของลูก ก็ได้ร่วมสร้างพระธรรมกายประจำตัวให้ตัวเอง ให้อากง-อาม่า สร้างองค์พระบนโดม สร้างเสาเข็ม และสร้างพระแกนกลางในมหาธรรมกายเจดีย์ด้วย ท่านได้ร่วมสร้างบุญใหญ่ๆของวัดมาตลอด
 
    เมื่อคุณครูไม่ใหญ่เปิดโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา คุณแม่และลูกๆทุกคน รวมทั้งลูกสะใภ้ หลานๆ ตลอดจนแม่ครัว สมัครเป็นนักเรียนอนุบาลร่วมชั้นเดียวกันทั้งบ้าน 11คน ยกเว้นคุณพ่อที่ยังคงเอกลักษณ์ของเอกบุรุษ คือ มีอยู่คนเดียวที่ไม่เห็นด้วยอย่างคงเส้นคงวา
 
    โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ได้สอนเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต เรื่องกฎแห่งกรรม โดยผ่าน Case Study ซึ่งเป็นประสบการณ์จริง เป็นเรื่องใกล้ตัว ทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และนำไปใช้ได้จริง คุณแม่และลูกๆจึงมีความเห็นเรื่องบุญไปในทิศทางเดียวกัน ท่านจึงเป็นหลักและเป็นที่พึ่งพิงอันอบอุ่นของทุกคนในครอบครัว
 
    โดยปกติ คุณแม่จะทำบุญเป็นหลักหมื่นเท่านั้น เนื่องจากเป็นแม่บ้านไม่มีรายได้อย่างอื่น แต่ท่านก็มีเงินเก็บอยู่พอสมควร ปี พ.ศ.2547 คุณครูไม่ใหญ่เริ่มบอกบุญสร้างเสาแก้วมหารัตนวิหารคด ลูกบอกคุณแม่ว่า “หม่าม้า คราวนี้สร้างเสาคนเดียวแสนนึงเลยนะ อายุก็ไม่น้อยแล้ว ทำบุญไว้เยอะๆ” คุณแม่ก็ตั้งใจว่าจะทำบุญหนึ่งแสน และบอกน้องสาวไว้แล้วว่าให้เตรียมถอนเงินมาให้ด้วย
 
    ประมาณวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2547 คุณแม่เริ่มมีอาการไม่ค่อยสบาย อ่อนเพลีย คล้ายจะเป็นหวัด เช้าวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 น้องสาวคนเล็กจึงได้พาคุณแม่ไปหาหมอ โดยเริ่มตรวจเลือดก่อน ระหว่างรอผลเลือดก็ทานโอวัลติน หลังจากนั้นคุณแม่ก็อาเจียน มีอาการหนาว คุณแม่อาเจียนอีก 2-3ครั้ง ทั้งหนาวสั่นและมีอาการเกร็ง แล้วก็มีเสียงเฮือกๆ เหมือนหายใจไม่ออก ระหว่างนั้นน้องสาวรีบบอกให้คุณแม่นึกถึงพระตลอด พอ 3เฮือก...คุณแม่ก็นิ่งไปเลย หมอเองก็ตกใจ รีบปั๊มหัวใจ ปั๊มจนกระทั่งคุณแม่เริ่มหายใจได้เอง ก็นิ่งไปอีก หมอก็ปั๊มอีก เป็นอย่างนี้ 2-3ครั้ง
 
    ระหว่างนั้น ก็เรียกรถพยาบาลไปส่งที่โรงพยาบาล เพื่อช่วยชีวิต แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้ เพียงแค่เวลาไม่กี่นาที ชีวิตของคุณแม่ได้สูญสิ้นไปอย่างง่ายดาย ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้อีก ทั้งคุณพ่อและลูกคนอื่นๆ ยกเว้นน้องสาวคนเล็ก ไม่มีใครได้ทันเห็นใจคุณแม่เลย
 
    ตัวลูกเองอยู่ต่างจังหวัด เมื่อทราบข่าวทางโทรศัพท์ว่า คุณแม่ไม่หายใจ ลูกนึกอะไรไม่ออก เพียงแค่เอ่ยปากกับเพื่อนว่า “แม่ไม่หายใจ” น้ำตาก็ไหลไม่หยุด ขนาดฟัง Case Study อยู่บ่อยๆ การบ้านก็ให้นึกถึงความตายทุกวัน แต่เมื่อเจอเข้ากับคนใกล้ตัว มันเจ็บจนพูดไม่ออก เพื่อนๆทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้องทำตามหลักวิชา” คือ...ให้ทำใจนิ่งๆ อย่าร้องไห้ ทำให้ลูกพยายามตั้งสติจนได้
 
    ลูกเดินทางมาถึงโรงพยาบาล คุณแม่ก็ถูกฉีดฟอร์มาลีนแล้ว คุณแม่นอนอยู่บนเตียงเข็น มีผ้าคลุมหน้าอยู่ มันเหมือนฉากในหนังเลยค่ะ ที่จะต้องไปเปิดผ้าคลุมหน้าออก เพื่อดูบุคคลอันเป็นที่รัก ลูกค่อยๆเปิดผ้าคลุมหน้าคุณแม่ออก โดยพยายามทำใจนิ่งๆ เป็นนักเรียนโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา เรียนมาแล้วต้องทำให้ถูกหลักวิชา ภาพที่เห็น คือ ใบหน้าของคุณแม่เต็มไปด้วยรอยแดงๆม่วงๆเป็นจ้ำๆ เกือบทั่วใบหน้า แล้วพูดว่า “หม่าม้า...ลูกมาแล้วนะ หม่าม้าไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวลอะไรนะ นึกถึงบุญที่หม่าม้าเคยทำนะ นึกถึงองค์พระ ไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้น รอรับบุญอย่างเดียว เดี๋ยวลูกจะทำบุญไปให้เยอะๆ จะสร้างเสาแก้วมหารัตนวิหารคดไปให้ด้วยนะ”
 
    ระหว่างที่ยังพูดต่อไม่ออก ลูกก็ดูใบหน้าของคุณแม่ไปทั่วๆ เพื่อนก็พูดให้คุณแม่นึกถึงบุญ เอ๊ะ...หม่าม้ายิ้มนี่ ปากมีรอยยิ้มนิดๆ จากนั้น ลูกกับน้องสาวจึงไปเอาของที่รถเพื่อจะมาแต่งหน้าให้คุณแม่ พอกลับมา ภาพที่เห็น คือ หน้าของคุณแม่ขาวผ่องเป็นนวลใย รอยจ้ำม่วงๆก็ไม่มีแล้ว พวกเราแปลกใจกันมาก คุณป้าถึงกับถามว่า “ใครแต่งหน้าให้แม่น่ะ สวยจัง” ภาพสุดท้ายของคุณแม่สวยประทับใจลูกมาก ลูกไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ไม่มีลมหายใจแล้ว จะสวยได้ขนาดนี้
 
ลูกขอรบกวนกราบเรียนถามคุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้ค่ะ
 
1.เหตุทั้งในปัจจุบันและในอดีต ที่ทำให้คุณแม่เสียชีวิต คือ อะไรคะ ทำไมคุณแม่จึงมีอายุเพียงแค่ 66ปี แต่หมอดูก็ทายว่าท่านจะอายุยืนถึง 90ปีค่ะ  
 
2.ตอนที่คุณแม่ออกจากร่างแล้ว ท่านทราบหรือไม่ว่าเป็นอะไร นึกถึงองค์พระได้หรือไม่คะ มีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร คุณแม่ได้ยินที่ลูกพูดหรือไม่ ปัจจุบันคุณแม่อยู่ที่ไหน มีสภาพเป็นอย่างไรบ้างคะ ลูกๆทำบุญทุกครั้งอุทิศเจาะจงให้คุณแม่ตลอด ท่านได้รับหรือไม่ ทุกคนคิดถึงคุณแม่มาก ท่านฝากอะไรถึงคุณพ่อและลูกๆบ้างหรือไม่คะ
 
3.ทำไม ทั้งคุณพ่อและลูกคนอื่นๆจึงไม่ได้ทันเห็นใจคุณแม่คะ มีน้องสาวคนเล็กคนเดียวที่ดูแลค่ะ
 
4.วันก่อนที่คุณแม่จะเสียชีวิต พี่ชายคนโตฝันว่า รูปหล่อพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯตกลงมาแตก เมื่อตื่นขึ้นก็คิดว่า ต้องเกิดเหตุกับคุณพ่อหรือไม่ก็คุณแม่ ความฝันนี้เป็นลางบอกเหตุหรือไม่ ถ้าเป็นลางบอกเหตุ เราสามารถแก้ไขหรือช่วยอะไรได้บ้างหรือไม่คะ
 
5.เหตุที่ทำให้คุณแม่หน้าขาวนวลผ่อง ร่องรอยจ้ำเลือดหายไปหมด ไม่เหมือนคนเสียชีวิต และมีรอยยิ้ม คือ อะไรคะ
 
6.คุณพ่อเล่าให้ฟังว่า “ตอนที่หม่าม้าออกไปหาหมอ ป๊าก็นอนพัก รู้สึกเหมือนมีใครมา เลยรีบลุกขึ้น เห็นหม่าม้าเดินมา ยิ้มซะสวยอย่างที่ไม่เคยยิ้มให้ป๊ามาก่อน เหมือนจะพูด แต่ไม่พูด ป๊าก็บอกว่า ให้แม่รีบไปหาหมอซะ เดี๋ยวป๊าก็จะไปประชุม แล้วหม่าม้าก็เดินไป” อยากทราบว่าที่คุณพ่อเห็น ใช่คุณแม่หรือไม่คะ ตอนนั้นคุณแม่สิ้นลมหรือยังคะ ถ้าสิ้นลมแล้วท่านตั้งใจมาบอกอะไรกับคุณพ่อคะ
 
7.วันที่สามหลังจากคุณแม่เสียชีวิต น้องสาวเห็นชายผ้าขาวพลิ้วๆ เหมือนมีคนเดินสวนเข้าไปในห้องของคุณแม่  และวันที่สี่พี่สาวได้กลิ่นหอมๆ เหมือนคนเดินสวนไป และในรูปถ่ายงานสวด มีดวงแก้วดวงใหญ่ลอยอยู่ ทั้งหมดนี้ใช่คุณแม่ หรือไม่คะ
 
8.น้องชายคนเล็กได้บวชพระให้คุณแม่ คุณแม่มาร่วมงานบวชหรือไม่คะ หลังจากที่คุณแม่จากไป 2วัน ลูกและพี่น้องได้มาทำบุญเสาแก้วมหารัตนวิหารคดให้คุณแม่ คุณแม่มาถวายด้วยหรือไม่คะ เมื่อคุณแม่ได้รับบุญแล้วมีสภาพเป็นอย่างไรบ้างคะ
 
9.คุณป้าที่เลี้ยงกุมารทองหนูแดง เดี๋ยวนี้ท่าน Advance ไปมาก ติดต่อเจ้าได้ ท่านบอกว่าอายุคุณแม่ยังเหลืออีก 10ปี เป็นเพราะว่าไม่ยอมไปสะเดาะเคราะห์จึงตาย ตอนนี้คุณลุงซึ่งเสียชีวิตแล้ว ไปเป็นทหารองครักษ์ของเง็กเซียน จะดูแลคุณแม่เอง สิ่งที่คุณป้าพูดเป็นเช่นไร เพราะคุณพ่อเชื่อคุณป้ามาก ตอนนี้คุณลุงยังอยู่ที่บ้านเดิมหรือไม่คะ
 
10.ครอบครัวของลูกสร้างบารมีมากับหมู่คณะอย่างไร ทำไมคุณพ่อจึงเป็นคนเดียวที่ไม่เชื่อเรื่องบุญ และมีโอกาสที่คุณพ่อจะกลับมาเห็นด้วยหรือไม่คะ
 
11.ลูกและเพื่อนๆในกลุ่มร่วมสร้างบารมีกันมาอย่างไร จึงได้มาร่วมสร้างวัดตั้งแต่แรกๆ แต่ก็ไม่ได้มาอยู่วัด มีสิทธิ์ได้อยู่วงบุญพิเศษ เขตใน หรือไม่คะ
 
กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง
 
ฝันในฝัน
หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที
แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรากันนะจ๊ะ
 
1.คุณแม่อายุ 66ปี ไม่ได้อายุยืนถึง 90ปีดังหมอดูทำนาย เพราะกรรมฆ่าสัตว์ทำอาหาร ทั้งอดีตและปัจจุบันเป็นหลัก คือ ในอดีต ในสังคมเกษตรกรรมได้มีการจัดงานเลี้ยงในหมู่บ้าน โดยได้สั่งให้ฆ่าสัตว์จำนวนมาก มาเลี้ยงเพื่อการนี้
 
  • และกรรมปัจจุบัน ได้สั่งให้เขาฆ่าสดๆใหม่ๆมาทำอาหาร โดยเวลาไปตลาดจะชี้เอาตัวโน้นตัวนี้
  • เมื่อกรรมอดีตกับกรรมปัจจุบันมารวมตัวส่งผล จึงหัวใจวายตาย ก่อนตายนึกถึงว่า “อยากจะกลับบ้านเพื่อไปพัก”

2.คุณแม่ตายไม่ทันตั้งตัว วูบเหมือนหลับไป พอตื่นขึ้น กายละเอียดออกจากกายหยาบแล้ว กลับไปที่บ้านด้วยความคุ้นเคย กับการรักบ้านเป็นห่วงบ้าน จึงวนเวียนที่บ้าน 7วัน ไม่ได้ยินลูกพูดตอนอยู่โรงพยาบาล เพราะกายละเอียดของคุณแม่กลับมาที่บ้านแล้ว

  • เมื่อครบ 7วันบุญที่คุณแม่ทำเองและบุญที่ลูกทำให้ รวมทั้งบุญที่ลูกชายบวชให้ก็ส่งผล จึงทำให้ความผูกพันกับครอบครัวคลายตัวหายไป กายละเอียดก็สว่าง

  • เทวรถขนาดพอประมาณพร้อมบริวารมารับตัว แล้วมาทำตามหลักวิชชา ได้มาเวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์ เพื่อระลึกนึกถึงบุญด้วยใจที่ปีติยินดี เมื่อรัศมีกายสว่างเจิดจ้าแล้ว ก็แวบไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตเสบียง วงนอก

  • ท่านได้รับบุญทุกบุญที่อุทิศไปให้ ฝากข้อความว่า ไม่ต้องเป็นห่วงท่าน เพราะท่านอยู่สุขสบายแล้ว แต่ท่านเป็นห่วงคุณพ่อ อยากบอกให้คุณพ่อและทุกคนทราบว่า "แม่มาถูกทางแล้ว สวรรค์มีจริงๆ ที่ได้มาอยู่ตรงนี้ได้ เพราะบุญที่ทำกับหมู่คณะแท้ๆ"

  • คุณแม่ดีใจมาก และท่านเสียดายด้วยว่า ถ้ารู้ว่าบุญมีจริงและดีจริง จะทำให้ยิ่งกว่านี้ และแถมฝากบอกคุณพ่อว่า "ถ้าพ่อไม่ทำอย่างแม่ก็ยากที่จะขึ้นมาตรงนี้ได้"

3.ความตายไม่มีนิมิตหมาย พร้อมจะมาถึงได้เสมอทุกเวลา ทุกคนในบ้านไม่ได้มีวิบากกรรมอะไร ที่ไม่ทันได้เห็นใจคุณแม่ตอนสิ้นลม นอกจากน้องสาวคนเล็ก

4.วันก่อนคุณแม่จะเสียชีวิต ที่พี่ชายคนโตฝันนั้น ถือว่าเป็นลางบอกเหตุว่าบุคคลที่เราเคารพรักยิ่งในชีวิต ถึงกาลเวลาจะต้องแตกสลายเป็นธรรมดา อย่างไม่ทันตั้งตัว ถ้าฝันเป็นลางบอกเหตุดังกล่าว ควรปรารภเหตุนี้ทำบุญทันที

5.ปกติ คุณแม่จะเป็นคนมีจิตใจดีงามและผ่องใส ดังนั้นแม้ว่าตายไปแล้วกายหยาบจะดูดี หากใครจิตใจผ่องใสอย่างท่านจะดูดีอย่างนี้

6.คุณพ่อเห็นคุณแม่จริงๆ แต่เป็นกายละเอียดของคุณแม่ที่แวบกลับมาบ้าน ภายหลังหลุดจากกายหยาบแล้ว ที่คุณพ่อเห็นได้ เพราะใจผูกพันกัน อายตนะเลยตรงกัน ที่คุณพ่อไม่ได้ยินคุณแม่พูดทั้งๆที่ท่านพูด เพราะอายตนะตรงกันไม่หมด คุณแม่ต้องการจะพูดว่า ท่านหายป่วยแล้ว ไม่เป็นอะไรแล้ว

7.หลังจากคุณแม่ตายได้ 3-4วัน น้องสาวได้เห็นกายละเอียดของคุณแม่ที่วนเวียนอยู่ในบ้าน และได้เห็นชายผ้าขาวและกลิ่นหอม

  • รูปถ่ายที่เห็นเป็นดวงกลมๆคืออะไรก็ช่าง แต่ไม่ใช่คุณแม่

8.น้องชายบวชให้คุณแม่หลังท่านตายไป 2วัน ท่านมาร่วมบุญบวชพระด้วย และมาร่วมถวายเสาแก้วพันปีด้วย คือ ในช่วง 7วัน ท่านติดตามครอบครัวไปทุกแห่ง และผลแห่งบุญนั้นทำให้ท่านไปมีความสุขในดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตเสบียง

9.คุณป้าท่านมีเชื้อในการนับถือสิงๆทรงๆ ดังที่เคยเล่าให้ฟังในคราวก่อน จึงทำให้จิตใจท่านฟุ้งซ่านคิดไปเรื่อยเปื่อย ส่วนคุณลุงที่ตายไปแล้วยังเป็นภุมมเทวาอยู่ที่บ้านเดิม ไม่ได้ไปเป็นทหารองค์รักษ์ของเง็กเซียน

10.ครอบครัวของลูกเป็นกองเสบียงของหมู่คณะมาหลายชาติแล้ว ลูกต้องใช้ความพยายามอธิบายเรื่องบุญให้คุณพ่อทราบ ด้วยใจที่เยือกเย็น เพราะท่านเป็นผู้นำครอบครัว จึงทำให้ท่านมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง

  • และถ้ายังไม่ทำอย่างที่คุณแม่แนะนำมาจากดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ อย่างมากเมื่อท่านตายแล้ว จะเป็นได้แค่ภุมมเทวาเหมือนคุณลุง

11.ลูกและเพื่อนๆ ในพุทธันดรที่ผ่านมาเป็นกุลธิดาในตระกูลที่มีฐานะดี และได้ชวนกันมาสร้างบารมี ช่วยงานพระศาสนาและเป็นกองเสบียงของหมู่คณะ และไม่ได้มาอยู่วัด แต่เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนในทุกๆด้าน

  • ลูกและเพื่อนๆมีสิทธิ์ที่จะไปอยู่วงในวงบุญพิเศษได้ โดยมีเงื่อนไขดังนี้ เข้าถึงพระธรรมกายละเอียด ชัด ใส สว่าง มั่นคง ประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิตแม้จะอยู่นอกวัดก็ตาม

  • ทำหน้าที่ผู้นำบุญ และเป็นยอดกัลยาณมิตรชักชวนพี่น้องวงบุญให้กลับมาสร้างบารมีให้มากๆ เช่น ชวนคนให้มาติดจานดาวธรรม และให้มาเป็นผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร เช่นเดียวกับลูกและเพื่อน

  • ต้องสร้างบุญทุกบุญอย่างเต็มที่ แล้วอธิษฐานจิตให้เข้าไปอยู่วงบุญพิเศษ-เขตใน ซึ่งมีแต่เทพบุตรล้วนๆกับสมณเทวบุตร
  • เราสามารถเปลี่ยนผังตัวเองได้ ถ้าทำตามที่บอกมา

  


http://goo.gl/wUIsx

กรณีศึกษากฎแห่งกรรมจากชีวิตจริง (Case study in real life)

บุคคลที่ปรากฏในเรื่องราวต่อไปนี้ มีตัวตนจริงในปัจจุบัน ประสบชะตากรรมขึ้นลงตามกระแสของวัฏฏะและกฎแห่งกรรม (ชมตัวอย่างบทสัมภาษณ์จากรายการชีวิตในสังสารวัฏ) ผู้อ่าน-ผู้ชมก็อย่าเพิ่งเชื่อหรือปฏิเสธในทันที ควรศึกษาหลักธรรมในพระพุทธศาสนา แล้วค่อยนำไปเป็นอุทธาหรณ์ในการดำเนินชีวิตต่อไป

"วิชชาธรรมกาย" เป็นความรู้ดั้งเดิมในพระพุทธศาสนา เมื่อปฏิบัติแล้วสามารถไปรู้ไปเห็นเรื่องราวกฎแห่งกรรม การเวียนว่ายในภพภูมิต่างๆ ตรงตามพระธรรมคำสอนในพระไตรปิฎก วิชชาธรรมกายจึงเป็นหลักฐานยืนยันการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งทันสมัยตลอดกาล (อกาลิโก)



พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      Case Study โรคมะเร็งลำไส้และภาวะลำไส้อุดตัน (คุณแม่ชื้น)
      Case Study โรคปอดติดเชื้อ (คุณพ่อกิตติ)
      Case Study โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (คุณพ่อวิศิษฎ์)
      Case Study โรคมะเร็งท่อไต (โยมแม่นุชชดา)
      ราชองครักษ์ชาตินักรบ ตอนที่ 16 (ตอนจบ)
      Case Study วิบากกรรมใดทำให้ไปเป็นสัมภะเวสี (คุณพ่อหัน)
      วิบากกรรม "คนหาปลา" ตอนจบ
      Case Study โรคมะเร็งลำไส้ (อุบาสกปองสิชฌ์) ตอนที่ 2 (ตอนจบ)
      Case Study โรคมะเร็งลำไส้ (อุบาสกปองสิชฌ์) ตอนที่ 1
      Case Study โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (พระจุมพล)
      วิบากกรรมน้ำท่วมปอด (คุณแม่พยอม)
      Case Study โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (โยมพ่อเกษมศักดิ์) ตอนที่ 3 (ตอนจบ)
      Case Study โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (โยมพ่อเกษมศักดิ์) ตอนที่ 2






   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

ธรรมะที่เกี่ยวข้อง - Related