การรู้จักตนเองตามคำสอนของพระพุทธศาสนาหมายถึงอย่างไร

คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าล้วนเกี่ยวกับกายที่ยาววาหนาคืบกว้างศอกของเรานี้เอง หากเราต้องการรู้จักตัวเราเอง ต้องมาศึกษาคำสอนของพระพุทธองค์ว่าท่านทรงสอนให้เรารู้จักตนเองอย่างไร และควรทำอย่างไรต่อไป ถึงจะเป็นการรักตัวเองอย่างแท้จริง https://dmc.tv/a19586

บทความธรรมะ Dhamma Articles > หลวงพ่อตอบปัญหา
[ 13 ก.พ. 2558 ] - [ ผู้อ่าน : 3791 ]
การรู้จักตนเองตามคำสอนของ
พระพุทธศาสนาหมายถึงอย่างไร?
 
โดย : พระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว)
 

     คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าล้วนเกี่ยวกับกายที่ยาววาหนาคืบกว้างศอกของเรานี้เอง หากเราต้องการรู้จักตัวเราเอง ต้องมาศึกษาคำสอนของพระพุทธองค์ว่าท่านทรงสอนให้เรารู้จักตนเองอย่างไร และควรทำอย่างไรต่อไป ถึงจะเป็นการรักตัวเองอย่างแท้จริง

การทำความรู้จักตนเองขั้นพื้นฐานนั้น มีอยู่ 4 เรื่อง

     1) กายมนุษย์ประกอบจากธาตุไม่บริสุทธิ์

     กายของมนุษย์ประกอบด้วยธาตุสี่ ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ ซึ่งธาตุสี่ที่ประกอบเป็นเซลล์ในร่างกายมนุษย์เป็นธาตุไม่บริสุทธิ์ จึงทำให้เซลล์ในร่างกายของเราเสื่อมสลายและตายไปสามร้อยล้านเซลล์ต่อนาทีโดยประมาณ

     สิ่งที่ปรากฏเกิดขึ้นเนื่องจากเซลล์ที่ตายไป คือ อาการหนาวที่เกิดขึ้นของร่างกาย และหากปล่อยให้เซลล์ตายลงไปเรื่อย ๆ เราก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ จะถึงซึ่งความตายในที่สุด

      ดังนั้น จึงต้องหาธาตุสี่จากภายนอกมาเติมให้ร่างกายอบอุ่น แต่ธาตุสี่ที่หามาได้จากภายนอกนั้นก็เป็นธาตุสี่ที่ไม่บริสุทธิ์ เซลล์ใหม่ที่เกิดขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่า เนื่องจากได้มาจากธาตุสี่ที่ไม่บริสุทธิ์ แม้ได้มาเพิ่มใหม่ มันก็ต้องตายต่อไป ฉะนั้นเราก็ต้องหาธาตุสี่มาเติมให้ร่างกายต่อไปตลอดชีวิต วันใดที่ร่างกายไม่สามารถรับธาตุสี่เพิ่มได้อีกต่อไปก็เป็นวันสิ้นสุดชีวิตนี้

      เมื่อเติมธาตุสี่เข้าไป ร่างกายสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาพร้อมกับได้พลังงานด้วย ความร้อนก็เกิดขึ้นในร่างกาย

     ความหนาว ความร้อน ที่มีอยู่ในตัวเรา เป็นตัวฟ้องว่า ในกายเรานี้ ทุกนาทีมีตายมีเกิดและมีเกิดมีตายอยู่ตลอดเวลา ไม่มีอะไรยืนยงคงที่เลย

     การที่เรารู้สึกหิวก็เพราะต้องการธาตุดิน ที่รู้สึกกระหายก็เพราะต้องการธาตุน้ำมาเติม ที่รู้สึกอึดอัดเพราะต้องการหายใจเอาธาตุลมเข้าไป ที่รู้สึกหนาวก็เพราะต้องการธาตุไฟ ทำให้ต้องไปหาเสื้อผ้ามานุ่งห่ม

      อาการเดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหิว เดี๋ยวกระหายนี้ เริ่มตั้งแต่เมื่อใด เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา อาการเหล่านี้เกิดขึ้นในครรภ์ และบอกให้รู้ว่าร่างกายของเรานั้นมีตายมีเกิดมาตั้งแต่ก่อนเกิดจากครรภ์มารดาเสียอีก

     อะไรเป็นเครื่องยืนยันว่าธาตุสี่เหล่านี้ไม่บริสุทธิ์ ก็อุจจาระ ปัสสาวะ ที่อยู่ในตัวเรา ที่ต้องขับถ่ายออกมาเพราะมันเป็นกาก เป็นของเสีย ที่ร่างกายเอาไปใช้ไม่ได้ ไม่ใช่ประโยชน์ จึงบอกได้ว่าธาตุเหล่านี้ไม่บริสุทธิ์

2) ความทุกข์เกิดจากธาตุไม่บริสุทธิ์

     อาการต่าง ๆ เหล่านี้ ทั้งหนาว ร้อน หิว กระหาย ขับอุจจาระออก ขับปัสสาวะออก รวมกันเรียกว่า ความทุกข์ประจำตัวหรือประจำสรีระ ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่มีใครทำให้เกิดขึ้น

     ในชีวิตประจำวัน ถ้าเรามีความสำรวมกาย สำรวมวาจา ความทุกข์จำพวกนี้จะบรรเทาเบาบางลงไปได้บ้าง จากที่มีการตายของเซลล์นาทีละสามร้อยล้านเซลล์ ก็ตายน้อยลงไปกว่านั้นยิ่งรักษาศีลได้มากเท่าไร ยิ่งนั่งสมาธิ(Meditation)ได้มากเท่าไร อัตราการตายของเซลล์ซึ่งมาจากธาตุที่ไม่บริสุทธิ์เหล่านี้ก็จะยิ่งลดลง ๆ ไปอีกเรื่อย ๆ นี้คือ ปฏิกิริยาชีวเคมีที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรา

     ยิ่งเราสามารถควบคุมกาย ควบคุมวาจาของเรา อันเกี่ยวกับการประกอบอาชีพของเราได้ก็จะยิ่งช่วยลดความทุกข์ที่เกิดขึ้นนี้ลงไปอีกมาก

3) งานเลี้ยงชีพของมนุษย์คือการเติมธาตุ

      จากต้นเหตุเพราะธาตุสี่ในกายเราที่ไม่บริสุทธิ์ ส่งผลให้เราต้องไปหาธาตุสี่จากภายนอกมาเติม เพราะว่าเราต้องหาธาตุสี่นี้เอง จึงทำให้เราต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ ดังนั้นความจริงมนุษย์เราที่ต้องทำงานก็เพราะต้องการธาตุสี่นั่นเอง

     แต่การทำงาน เราได้สิ่งตอบแทนเป็นเงินตรา จากนั้นจึงนำเงินตรามาแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยสี่อันได้แก่ ที่อยู่อาศัย อาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคความซับซ้อนในการดำรงชีวิตของมนุษย์นั้นมีมาก แม้เราจะรับธาตุสี่เข้าไป เราก็ยังไม่รับเข้าไปตรง ๆ ต้องรับผ่านในรูปของปัจจัยสี่

     ดังนั้น เมื่อมีใครถามว่า เราทำงานไปเพื่ออะไร ส่วนใหญ่คนจะตอบแค่ว่าทำงานเพื่อให้ได้เงินมา หาได้ยากที่ใครจะมองลึกไปถึงว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการทำงานเพื่อธาตุสี่

     เหตุนี้เองมนุษย์จึงทำความเดือดร้อนให้มนุษย์ด้วยกันเองได้ง่าย เพราะมนุษย์มองตื้น ๆ เพียงว่า ไม่ว่าจะประกอบอาชีพดีหรืออาชีพชั่ว ต่างก็ได้มาซึ่งเงินตราเพื่อเอามาใช้จ่ายในชีวิตได้เหมือนกัน

     แต่ความจริงของชีวิตไม่ได้หยุดแค่นั้น เมื่อทำงานก็เกิดกรรมดีกรรมชั่วขึ้นมา และทั้งกรรมดีกรรมชั่วต่างก็ดำเนินไปตามกฎแห่งกรรม นั่นคือ “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” เมื่อมนุษย์ไม่คำนึงถึงปลายทางของกรรม ตรงนี้คือจุดอันตรายของมนุษย์ผู้ยังไม่รู้ ไม่เข้าใจความจริงของชีวิต

     กฎแห่งกรรมที่เกิดขึ้นในชาตินี้ ที่เราสามารถตรองตามได้นั้นมีอยู่ เมื่อมนุษย์ทำกรรมดี ตั้งแต่ความคิด คำพูด และการกระทำก็ดี ส่งผลให้สุขภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ทุกอย่างดีหมดบุญเกิด นิสัยดี ๆ เกิด มิตรเกิด การงานก็เจริญก้าวหน้าประสบความสำเร็จ ชีวิตรุ่งเรือง

      สิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ที่ทำกรรมชั่วนั้นตรงกันข้าม ตั้งแต่บั่นทอนทำลายสุขภาพกาย จิตใจอารมณ์ บาปก็เกิด นิสัยเลวก็เกิด ก่อแต่ศัตรู มีอันตรายรอบด้าน การงานตกต่ำ ชีวิตถดถอยนี้คือสิ่งที่มนุษย์ทำความผิดพลาด เพราะผิดพลาดเช่นนี้คนชั่วจึงเกิดขึ้นในสังคมมนุษย์

4) การบรรเทาทุกข์จากธาตุไม่บริสุทธิ์

      กฎแห่งกรรมไม่ได้จบแค่ชีวิตนี้ ยังปรุงแต่งภพชาติต่อไปว่าตายแล้วจะไปเสวยสุขในสวรรค์หรือรับทัณฑ์ทรมานในนรก ซึ่งเรื่องสวรรค์นรกนี้พิสูจน์ได้ด้วยการฝึกสมาธิจนสามารถไปเห็นด้วยตนเองได้

       แต่ในขณะที่เรายังพิสูจน์ไม่ได้ เพราะสมาธิยังไม่พอที่จะไปพิสูจน์ว่าตายแล้วไม่สูญ สวรรค์มี นรกมี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ข้อคิดเอาไว้ว่า ควรตั้งใจทำความดีไปก่อน ถ้าแม้ไม่มีชาติต่อไป ผู้ทำความดีมาตลอดชาตินี้ก็ประสบแต่ความสุข ถ้ามีชาติต่อไปก็ประสบความสุขทั้งในชาตินี้และในชาติหน้า ซึ่งแตกต่างกับผู้ที่ทำกรรมชั่ว ถ้าแม้ไม่มีชาติต่อไป ผู้ทำกรรมชั่วก็ประสบแต่ความทุกข์ตลอดชาติอยู่แล้ว แม้มีชาติต่อไป ผู้ทำกรรมชั่วก็ประสบกับความทุกข์ทั้งในชาตินี้และชาติต่อไปอีก ดังนั้นไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อว่าตายแล้วสูญ บุคคลก็ควรทำแต่กรรมดี

     ถ้าเราควบคุมสำรวมกาย สำรวมวาจา สำรวมใจของเราอย่างดี และสำรวมในอาชีพของเราอย่างดี ก็จะทำให้ความทุกข์ที่ประสบลดน้อยถอยลง แม้จะยังไม่หมด เพราะเรายังทำความบริสุทธิ์ให้ตัวเองไม่ได้ก็ตาม

การที่เราจะสำรวมอาชีพได้อย่างไรนั้น

ขั้นแรก ต้องไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร
ขั้นที่สอง นอกจากไม่ให้เดือดร้อนใครแล้ว เรายังรักที่จะทำอาชีพนั้นด้วย
แต่ที่จะไดขั้นที่สองดังใจนั้นไม่ง่ายนัก ยกเว้นคนที่ทำ ความดีมามากพอ จึงมีสิทธิ์มีทางเลือกได้มาก

     ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงทรงสอนว่า เมื่อมีโอกาสทำความดีแก่คนทั้งหลายให้รีบทำไว้ให้มาก ถึงขีดถึงคราวที่บุญส่งผล จะทำให้เรามีโอกาส มีทางเลือกที่ดี ถ้าไม่อย่างนั้นโอกาสที่จะได้เลือกในสิ่งที่เราต้องการก็มีไม่มาก ก็ได้แต่ต้องอดทนกันไป

     ดังนั้น ตลอดชีวิตให้เลือกทำแต่ความดี ให้รีบทำแต่ความดี เพราะความจริงของชีวิตเป็นเช่นนี้ เราเผชิญกับทุกข์มาตั้งแต่เกิด จะบรรเทาทุกข์ได้ก็ด้วยการทำแต่ความดีเท่านั้น จะขจัดทุกข์ได้ต้องมาฝึกสมาธิตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

     ดังนั้น โดยสรุปแล้ว คนที่รู้จักตนเอง คนที่เข้าใจชีวิต จะต้องรู้จัก 4 เรื่องนี้ และตั้งใจสร้างแต่กรรมดี ทั้งในขณะที่เติมธาตุสี่ ทั้งในขณะที่ประกอบอาชีพหาธาตุสี่ มาเติมให้ชีวิต เพราะว่าทำกรรมดีย่อมได้ดี ทำกรรมชั่วย่อมได้ชั่ว คนที่ยังไม่เข้าใจ 4 เรื่องนี้ จึงยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นคนที่รู้จักตนเองแล้ว

http://goo.gl/Rd0GEx


พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      สาเหตุที่ทำให้โลกวุ่นวายมากขึ้น
      "สังคมเปลี่ยนไป" แนวทางการใช้ชีวิตเปลี่ยนตามพระพุทธศาสนามีคำแนะนำอย่างไร ?
      หลักการขยายกิจการให้เจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม
      คำสอนของวัดพระธรรมกายถูกต้องตามแนวทางคำสอนดั้งเดิมของพระพุทธศาสนาหรือไม่
      อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้สังคมแตกแยก
      การสวดมนต์ให้พรของพระสงฆ์มีส่วนช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างไร
      ทำไม ? จีวรต้องเป็นสีเหลือง
      เราจะพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างไร ?
      เราจะปลูกฝังให้ลูกหลานทำหน้าที่ชาวพุทธให้สมบูรณ์ได้อย่างไร ?
      เราควรจะเลือกทำงานด้วยทัศนคติอย่างไรที่จะส่งผลให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
      การเกิดขึ้นของนิสัยดี นิสัยชั่วมีที่มาอย่างไร
      การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้เหมาะสมแก่การฝึกสมาธิและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงธรรม
      อยากฝึกสมาธิจนถึงขั้นระลึกชาติได้ ควรสั่งสมบุญบารมีอย่างไร


   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

ธรรมะที่เกี่ยวข้อง - Related
ปฏิทินวันพระ
ปฏิทินวันพระ

ธุดงค์แก้ว ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
ธุดงค์แก้ว ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

ปฏิบัติธรรมสมาธิแก้ว
ปฏิบัติธรรมสมาธิแก้ว

ปฏิบัติธรรมสมาธิแก้ว
บวชนานาชาติ

ตารางตักบาตรทั่วไทย
ตารางตักบาตรพระทั่วไทย

ตารางตักบาตรทั่วไทย
ศึกษาธรรมะทางไกล DOU

บวชพระ
สมัครบวชพระ

ค่ายปิดเทอม
ค่ายปิดเทอม

ธรรมะเพื่อประชาชน
ธรรมะเพื่อประชาชน

พุทธประวัติ
พุทธประวัติ

พุทธสุภาษิต
พุทธสุภาษิต

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก

เคล็ดลับสุขภาพจากพระไตรปิฎก
เคล็ดลับสุขภาพจากพระไตรปิฎก

พระศรีอริยเมตไตรย์
พระศรีอริยเมตไตรย์

สามเณรอรหันต์
สามเณรอรหันต์

ธรรมกาย
ธรรมกาย

บทสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พร้อมคำแปล
บทสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พร้อมคำแปล

วัดในพระพุทธศาสนา
วัดในพระพุทธศาสนา

โครงการหมู่บ้านศีล 5 ประชาเป็นสุข
โครงการหมู่บ้านศีล 5 ประชาเป็นสุข

ความดีพื้นฐานสากล 5 ประการ
ความดีสากล 5 ประการ

สื่อการเรียนรู้พระพุทธศาสนา
สื่อการเรียนรู้พระพุทธศาสนา

ร้านหนังสือออนไลน์
ร้านหนังสือออนไลน์

Social Network กับงานพระพุทธศาสนา
Facebook Fanpage


รับแจ้งข่าวภัยพระพุทธศาสนาบนสังคมออนไลน์
รับแจ้งข่าวภัยพระพุทธศาสนา
บนสังคมออนไลน์ (Social Network)

สื่อประกาศขอขมาต่อวัดพระธรรมกาย
สื่อประกาศขอขมาต่อวัดพระธรรมกาย


สมัครเป็นอาสาสมัคร
สมัครเป็นอาสาสมัคร