การพัฒนาวัดให้สำเร็จตามเป้าหมาย

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้ปัจจัยในการพัฒนาวัด หากท่านเป็นพระสังฆาธิการจะมีวิธีการดำเนินการอย่างไร การพัฒนาวัดจึงจะสำเร็จสมความตามเป้าหมาย https://dmc.tv/a13605

บทความธรรมะ Dhamma Articles > หลวงพ่อตอบปัญหา
[ 1 พ.ค. 2555 ] - [ ผู้อ่าน : 17368 ]
 
 
โดย พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทัตตชีโว)
เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC
 

คำถาม: วัดในท้องถิ่นยากจน มีโอกาสพัฒนาได้ยาก เพราะประชาชนในเขตนั้น ไม่ค่อยมีปัจจัยช่วย ในกรณีที่ท่านมีความจำเป็นต้องใช้ปัจจัยในการพัฒนาวัด หากท่านเป็นพระสังฆาธิการจะมีวิธีการดำเนินการอย่างไร การพัฒนา วัดจึงจะสำเร็จสมความตามเป้าหมาย?

 
คำตอบ: เวลาจะทำอะไรก็ตาม คนส่วนมากในโลกนี้ มักจะนึกถึงเงินทุนก่อน จะทำกิจการจะตั้งบริษัท เขาก็นึกถึงเงินก่อน พระจะพัฒนาวัดก็นึกถึงเงินก่อน ลูกเศรษฐีจะสร้างฐานะ ก็แบมือขอเงินพ่อ จะเอาเท่านั้นล้านเท่านี้ล้าน พ่อก็ใจดีให้ไป ให้ไปแล้วแทนที่จะได้ผลงอกเงย เปล่าหรอก ไม่กี่วันทำเจ๊งเสียอีกแล้ว เงินที่ให้ไปก็หมด
 
        หลวงพ่อ หลวงพี่ทั้งหลายพอจะพัฒนาวัด ก็คิดหางบหาเงินจากที่โน่นที่นี่มาพัฒนาวัดโดยไม่ได้ดูตัวเอง ไม่ได้ดูลูกวัดบ้างว่า ในวัดโดยไล่ตั้งแต่ตัวพระสังฆาธิการเอง มีความรู้ ความสามารถพอแล้วหรือยัง ไปบอกบุญกับญาติโยมเอาเงินมา พอได้มาแล้ว ก็ทำไม่สำเร็จ
 
        เพราะความสำเร็จทั้งหลายเหล่านั้นอยู่ที่บุคคลที่ฝึกดีแล้ว ถ้าไม่ฝึกลองดูสิครับ ดูง่ายๆ ไปเจอขอทาน แหม..สงสารขอทานเหลือเกิน ส่งเงินให้ล้านหนึ่ง รับรองเจ้าขอทานคนนั้นเดินไปไม่พ้น 10 ก้าว ก็โดนเหยียบตาย อย่าว่าเป็นล้านเลย ให้ไปแค่แสนเดียว หมื่นเดียวเดี๋ยวก็ไปโดนเหยียบตาย ไม่สามารถจะเอาเงินนั้นไปใช้ประโยชน์เพราะคุณภาพของคนในสังคมยังใช้ไม่ได้
 
ความสำเร็จทั้งหลายเหล่านั้นอยู่ที่บุคคลที่ฝึกมาดีแล้ว
ความสำเร็จทั้งหลายเหล่านั้นอยู่ที่บุคคลที่ฝึกมาดีแล้ว
 
        เมื่อเราเริ่มสร้างวัดพระธรรมกาย เมื่อ 27 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2512) คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เก็บรวบรวมเงินไว้ให้ 3,200 บาท พอจะสร้างวัด ก็ถามคุณยายว่า
 
        “คุณยายเราจะมีปัญญาสร้างวัดได้เหรอ เรามีเงินอยู่เพียงแค่นี้” คุณยายท่านก็ถามย้อนกลับ ท่านถามว่า “ถ้าเราจะสร้างวัดเราจะต้องใช้เงินสักเท่าไรจึงจะพอบนเนื้อที่ 196 ไร่ (ที่ดินที่ได้รับบริจาคมา) ก็คำนวณออกมาคร่าวๆ แล้วบอกคุณยายว่าอย่างน้อย 150 ล้าน ถึง 200 ล้าน”
 
        ตอนนั้นผมเองยังไม่ได้บวช คุณยายท่านเป็นอาจารย์สอนภาวนา อบรมผม อบรมพระทุกรูปในวัดนี้มาตั้งแต่เป็นฆราวาส ท่านก็บอกหน้าตาเฉยว่า “ได้ สำเร็จถมเถไป” “จะสำเร็จได้อย่างไรล่ะยาย เรามีแค่ 3,200 บาทเท่านั้น” ท่านบอก “สำเร็จซิ” ท่านพูดขึงขัง ไม่ได้พูดเล่นๆ “ที่สำเร็จน่ะจะเอาทุนมาจากไหนล่ะยาย” คราวนี้ท่านขยายความ ซึ่งจริงๆ แล้วประโยคนี้เราเคยได้ยินกันบ่อยๆ คือ สีเลน โภคสัมปทา “ศีลทำให้เกิดโภคทรัพย์” คุณยายท่านไม่ได้อ้างบาลี ท่านพูดง่ายๆ ว่า “พวกคุณเคยคิดกันบ้างไหมว่า ถ้ามีเงินร้อยล้านกับเอาคนมาสักร้อยสองร้อยคนมาฝึก เพื่อให้ได้คนที่รักศีลยิ่งกว่าชีวิตขึ้นมาสักกลุ่มหนึ่ง ไม่ต้องศีลอื่นหรอก ศีลห้านี่แหละ คุณคิดว่าจะฝึกคนแบบนี้ขึ้นมาได้สักกี่คน”
 
        ผมนั่งคิด พวกเราทีมงานที่จะสร้างวัดที่บวชกันมาจนถึงเดี๋ยวนี้นี่แหละ ก็หยุดคิดกันทีเดียว คิดแล้วก็ตอบท่านไปว่า “หมดเงินไปร้อยล้านแล้ว ไม่แน่ว่าจะฝึกได้สำเร็จหรือเปล่า” คุณยายหัวเราะแล้วก็บอกว่า “นั่นน่ะสิ การที่มีคนรักศีลยิ่งกว่าชีวิต เกิดขึ้นที่ไหนสัก 1 คน ที่นั่นถือว่ามีสมบัติเกินกว่าร้อยล้าน คนเดียวนี่แหละ แต่เดี๋ยวนี้ยายมีพวกคุณอยู่ตั้งเป็นสิบๆ คน เพราะฉะนั้นต้องถือว่า ขณะนี้ยายมีทุนอยู่แล้วเป็นพันล้าน เพราะฉะนั้นวัดนี้ต้องสร้างเสร็จแน่นอน” ผมก็เถียงท่านไม่ขึ้น เพราะท่านพูดด้วยเหตุผล แล้วท่านก็ขยายความต่อไปอีกว่า “คุณเชื่อยายเถอะ หลวงพ่อวัดปากน้ำฯ เคยให้ยายนั่งเข้าธรรมกายไปดูแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ได้เคยเห็นแล้วว่าอานุภาพของศีลนั้น ถ้าใครรักษาได้แล้ว เป็นต้นสมบัติจริงๆ”
 
        ผมเชื่อ ทั้งที่ลึกๆ ในใจอดค้านไม่ได้ แต่ความที่เคารพครูบาอาจารย์ เอาเถอะ โดยเหตุโดยผลก็จริงของท่าน ก็ตั้งใจทำตามท่านพอลงมือสร้างวัด ท่านก็สั่งคนที่ตั้งใจสร้างวัด ให้รักษาศีลกันอย่างเคร่งครัด การรักษาศีลอย่างเคร่งครัดก็มีความจำเป็นว่าต้องฝึกสมาธิ(Meditation)ให้มาก ถ้าไม่ฝึกสมาธิ บวชเป็นสิบๆ พรรษาก็ยังได้ยินเสียงตบยุงกันเปาะแปะอย่างที่ได้ยินบ่อยๆ
 
        ครั้นฝึกสมาธิหนักเข้า ก็จริงอย่างท่านว่า ยังไม่ทันจะได้บวชเลย ไปบอกบุญที่ไหนเขาก็เชื่อเพราะหน้าตาเราผ่องใส เขาเชื่อว่าเราไม่หลอกลวงเอาเงินเขาไปใช้ส่วนตัว เขาควักเงินให้ง่ายๆ ไปบอกเขาว่าจะขอเงินมาสร้างวัด อยากให้มีวัดที่เน้นการปฏิบัติธรรมเกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นวัดของพระพุทธศาสนาของทั้งโลกเลย เรามีความรู้สึกนึกคิดยังไงก็บอกเขา เขาก็เชื่อ ศีลเราดี สมาธิมั่นคงทำให้เราผ่องใส จิตใจเบิกบาน คนมีศีลไม่จำเป็นต้องประกาศตัว ชาวบ้านเขาดูออกเพราะหน้าตาผ่องใส
 
        ตรงกันข้ามถึงจะบวชมาหลายสิบพรรษา ถ้ารักษาศีลไม่ดีไม่มีทางผ่องใส คนมีศีล ใจข้างในใส ข้างนอกก็ผ่องออกมา เราตั้งใจทำภาวนาและบอกบุญกันเรื่อยไป ก็ได้ปัจจัยมาสร้างวัด ต่อมาเมื่อบวชแล้ว ประชาชนก็ยิ่งเชื่อ เพราะเขาเห็นเรามาตั้งแต่เรายังไม่บวช พอเขาเชื่อ เขาก็บริจาคทรัพย์มาให้สร้างเพิ่มขึ้นๆ อย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ ขอให้เชื่อเถอะว่าถ้าตัวของเรามีศีล มีสมาธิมีปัญญาจากการศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใครมาถึงเรา เขาเป็นต้องได้ศีล ได้สมาธิ ได้ปัญญาทุกคนไป
 
        ท่านเหล่านี้เองถึงเวลา ถ้าตัวเองมีปัจจัยก็บริจาคมาช่วยสร้างวัด ถ้าไม่มีปัจจัยก็ออกเรี่ยวออกแรง มาช่วยกันก่อสร้าง เพราะเห็นคุณค่าของพระศาสนา เขาเห็นว่าตั้งแต่เข้าวัดมานี้ ทำให้เขาได้ปรับปรุงตัวเองขึ้นมาได้ ไม่ใช่ผมยกตัวว่าวิเศษ แต่อยากจะให้ข้อคิดสักหน่อยครับ
 
        ถ้ายกตัวอย่าง พระเกจิอาจารย์ยิ่งเห็นได้ชัด หลวงปู่่ขาว อนาลโย พระอาจารย์ฟั่น อาจาโร เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ทางภาคอีสาน ท่านอยู่กลางป่า แต่ว่าตื่นเช้าขึ้นมา มีชาวกรุงเทพฯ อุตส่าห์ขับรถไป จัดรถทัวร์ไป นั่งเครื่องบินไปหาท่าน หุงข้าวจากกรุงเทพฯ แล้วนั่งเครื่องบินไปรอ พอเช้าท่านออกบิณฑบาต ท่านจึงได้ข้าวที่หุงที่กรุงเทพฯ ฉันครับ ทำไมท่านทำได้ ศีลท่านดีครับ สมาธิท่านดี อำนาจศีลของท่าน สามารถดึงดูดทรัพย์ไปหาท่านได้ พอท่านคิดจะสร้างวัด ก็มีคนเอาปัจจัยไปให้ ไปอ้อนวอนขอถวายเสียด้วยซ้ำ หลวงพ่อรับไปเถอะ หลวงปู่่รับไปเถอะ จะสร้างอะไรก็สร้างไป ของใช้ ของขบฉัน เช้าขึ้นมามีคนไปถวายท่าน โดยท่านไม่เคยเรียกร้องจากใคร ทำไมล่ะ ก็เพราะศีลของท่านดี สมาธิท่านดี
 
        นี่นะครับอานุภาพของศีล “สีเลน โภคสัมปทา” ศีลเป็นต้นสมบัติ แม้อยู่กลางป่า กันดารกว่าวัดของหลวงพ่อหลวงพี่ที่นั่งอยู่นี่อีกหลายรูป แต่ว่าท่านก็สร้างของท่านได้ ศีลเป็นต้นสมบัติ นี่เป็นสิ่งที่ยืนยันได้
 
        เพราะฉะนั้นหลวงพี่ทั้งหลาย พระคุณเจ้าทุกรูป โดยเฉพาะพระสังฆาธิการ เมื่อตั้งใจจะพัฒนาวัด อย่าเพิ่งไปห่วงเรื่องเงินว่าจะได้จากที่ไหน ลืมไปก่อน แล้วมองย้อนมาดูตัวเอง ดูซิว่าเรานี่ศีลดีไหม นอกจากศีลดี มารยาทของเราดีไหม แล้วศีลของคนในวัด ตั้งแต่พระลูกวัด สามเณรภายในวัด เด็กวัด มรรคนายก อุบาสก อุบาสิกาที่เราใช้ใกล้ชิดนั้น มีศีลแล้วหรือยัง? ถ้ายัง...อย่าเพิ่งไปทำอะไร ฝึกคนตรงนี้ก่อน ถ้ายังไม่ได้ฝึกคน อย่าเพิ่งไปก่อสร้างอะไร เพราะถ้าไม่ฝึกคน รับรองครับ ถึงแม้จะหาทางสร้างจนสำเร็จสวยงามอย่างมาก ท่านก็ไม่มีปัญญาที่จะดูแลรักษาหรอกครับ ดูง่ายๆ เอาแค่สร้างส้วมให้ใช้ก็เหม็นหึ่งแล้วครับ รักษาความสะอาดกันไม่เป็น เพราะฉะนั้นเรื่องเงินอย่าเพิ่งพูด ฝึกคนไปก่อน นี่เป็นคำตอบ
 
        นอกจากนั้น อะไรที่จะทำให้บุคคลภายในวัดเสียศักดิ์ศรีกำจัดให้หมด เช่นอะไรบ้าง เช่น หมา แมว คนเกเรทั้งหลาย ทุกวันนี้เรามองต่างมุมกันมากในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะไปดูหมาขี้เรื้อน จะไปดูที่ไหน? ไปดูหมาวัด อยากจะไปดูแมวตาแฉะ ขาหัก ไปดูที่ไหน? ไปดูที่วัด อยากจะไปดูเด็กเกเรที่พ่อแม่เลี้ยงไม่ไหว แล้วตัดหางปล่อยวัด ก็ไปดูได้ที่วัด
 
        อย่างนี้ก็ตายสิครับ วัดเสียศักดิ์ศรี วัดไม่น่าเข้าเสียแล้ว เพราะฉะนั้น สิ่งใดที่ทำให้วัดเสียศักดิ์ศรี จัดการกำจัดออกให้หมด แต่เรื่องนี้พูดยาก เจอเจ้าอาวาสบางรายเป็นเสียเอง ท่านมีสุนัขตัวโปรดของท่าน โยมเข้ามากราบท่าน ไอ้เจ้าสุนัขตัวนั้นก็นอนอยู่ข้างๆ เลย ไม่รู้ว่ากราบพระหรือกราบสุนัขกันแน่
 
        แค่นี้ก็ตายแล้ว เลิกเถอะครับ ทั้งหมา ทั้งแมว เลิก อย่าไปเลี้ยง วัดมีให้พระให้สามเณรอยู่ ให้อุบาสกอุบาสิกาที่ตั้งใจปฏิบัติธรรมอยู่ ไม่ใช่ที่เลี้ยงหมา นี่พูดตามเหตุตามผล ถ้าดูแลให้ถ้วนถี่อย่างนี้ เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยพัฒนาวัด หรือแม้ไม่มีใครช่วย ลำพังพระก็พอมีกำลังทำ เพราะไม่มีสุนัข ไม่มีแมวมาเพิ่มงานให้ เมื่อก่อนนี้ที่นี่ก็มีพระอยู่ประจำไม่กี่รูป เนื้อที่วัด 196 ไร่ สาธุชนมาวัดในวันอาทิตย์เป็นพันคน ยังทำได้ขนาดนี้ ขณะที่วัดของพระคุณเจ้าหลายๆ วัดมีพระมากกว่าเสียอีก
 
        ถ้ารักจะทำงานใหญ่ ต้องเอาอุเบกขานำหน้า แล้วอย่าลืมฝึกคน ที่สำคัญคนแรกที่ควรจะฝึกคือตัวเราเอง ฝึกให้มีศีล รักษาศีลให้ดี แล้วเงินสร้างวัดจะมาเอง

http://goo.gl/NyjSe


พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      ทำอย่างไรจึงจะไม่ท้อไม่เหนื่อยในการทำงาน
      สาเหตุที่ทำให้โลกวุ่นวายมากขึ้น
      "สังคมเปลี่ยนไป" แนวทางการใช้ชีวิตเปลี่ยนตามพระพุทธศาสนามีคำแนะนำอย่างไร ?
      หลักการขยายกิจการให้เจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม
      คำสอนของวัดพระธรรมกายถูกต้องตามแนวทางคำสอนดั้งเดิมของพระพุทธศาสนาหรือไม่
      อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้สังคมแตกแยก
      การสวดมนต์ให้พรของพระสงฆ์มีส่วนช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างไร
      ทำไม ? จีวรต้องเป็นสีเหลือง
      เราจะพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างไร ?
      เราจะปลูกฝังให้ลูกหลานทำหน้าที่ชาวพุทธให้สมบูรณ์ได้อย่างไร ?
      เราควรจะเลือกทำงานด้วยทัศนคติอย่างไรที่จะส่งผลให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
      การเกิดขึ้นของนิสัยดี นิสัยชั่วมีที่มาอย่างไร
      การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้เหมาะสมแก่การฝึกสมาธิและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงธรรม





   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

ธรรมะที่เกี่ยวข้อง - Related