ทศชาติชาดก เรื่อง ภูริทัต ตอนที่ 2 ต้นเหตุแห่งเภทภัย

และความดำรินี้เอง คือ จุดเริ่มต้นของความหายนะที่กำลังจะเกิดกับพระราชโอรสในอนาคตอันใกล้ นับแต่วันนั้น เมื่อพระราชาทรงสดับถ้อยคำสรรเสริญเยินยอของพระราชโอรสครั้งใด ก็คล้ายดั่งคมมีดที่กรีดใจทีละน้อยทีละน้อย ความริษยาก็เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น https://dmc.tv/a6139

บทความธรรมะ Dhamma Articles > ทศชาติชาดก >
[ 15 ก.พ. 2553 ] - [ ผู้อ่าน : 17264 ]

ตอนที่ 2
ต้นเหตุแห่งเภทภัย
 
    จากตอนที่แล้ว เราจะได้ศึกษาเรื่อง ศีลบารมี โดยสรุปแล้ว ศีลบารมี คือ การสำรวมกาย วาจา ใจ ให้สงบเรียบร้อย ปราศจากโทษ อย่างถูกหลักวิชชา เป็นความตั้งใจพร้อมจะสละชีวิตตนเอง เพื่องดเว้นจากสิ่งที่ชั่วและทำแต่สิ่งที่ดีงามอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา โดยมีคุณธรรม คือ หิริ โอตตัปปะ เป็นเครื่องกำกับ
 
    ดังนั้น เรามีความจำเป็นต้องรักษาศีลโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อข่มกลั้นโทสะไม่ให้เผาลนจิตใจของเรา และไม่ให้ทำร้ายผู้อื่น โดยที่เราสามารถเริ่มต้นได้ ณ วินาทีนี้เป็นต้นไป เพราะการรักษาศีลเกิดขึ้นด้วยเจตนาและความตั้งใจที่จะละเว้นความชั่ว ส่วนว่าการรักษาศีลจนกลายเป็นบารมีได้นั้น เนื่องจากทุกครั้งที่รักษาศีล จะเกิดกระแสแห่งความดีขึ้นในใจ ที่เราเรียกว่า กระแสบุญ และบุญจากการรักษาศีลนี้จะไปฟอกใจให้สะอาด จนกระทั่งเกิดเป็นดวงกลมใส ที่เรียกว่า ดวงศีล เมื่อสั่งสมความบริสุทธิ์แห่งศีลยิ่งๆขึ้นไป ในที่สุดดวงศีลก็จะกลั่นเป็นบารมี
 
    ดังนั้น ในวันนี้ จึงขอน้อมนำประวัติการสร้างบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขณะที่ทรงเสวยพระชาติเป็นภูริทัตนาคราช ผู้บำเพ็ญตบะธรรม รักษาศีลยิ่งชีวิตจนปรากฏเด่นชัด ขอเชิญทุกท่านจงตั้งใจสดับรับฟังได้ ติดตามเรื่องราวของพญานาคภูริทัต ผู้ยิ่งด้วยศีลบารมี ดังต่อไปนี้
 
    ในสมัยพุทธกาล ในยามเช้าอันแช่มชื่นของวันอุโบสถวันหนึ่ง ได้มีเหล่าอุบาสกผู้ใคร่ในบุญชาวเมืองสาวัตถี ต่างก็ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ ทำภารกิจต่างๆ และชำระร่างกายให้สะอาดสดชื่น แต่งกายด้วยชุดขาวสะอาดตา แล้วอาราธนาอุโบสถศีล ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า วันนี้พวกตนจะรักษาศีลแปดให้เคร่งครัด จะบำเพ็ญบุญกุศลให้เพิ่มพูนยิ่งๆขึ้นไป จากนั้นก็ทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารเช้าแด่เหล่าภิกษุสงฆ์ด้วยความอิ่มเอิบใจ
 
    ครั้นหลังเพล อุบาสกเหล่านั้นก็จะตระเตรียมดอกไม้ของหอมและธูปเทียนต่างๆ บ้างก็ถือน้ำปานะ แล้วเดินทางบ่ายหน้าไปยังวัดพระเชตวันเพื่อฟังธรรม เหล่าอุบาสกนั่งอย่างเป็นระเบียบในธรรมสภา ตั้งใจสดับพระธรรมเทศนาที่พระอาจารย์นำมาแสดง ครั้นฟังธรรมเสร็จแล้ว ต่างก็นั่งสนทนาในหัวข้อธรรมต่างๆ บ้างก็ปราศรัยถึงศีลที่พวกตนตั้งใจรักษามาอย่างดี ล้วนแต่เป็นถ้อยคำจรรโลงใจให้ผ่องใสทั้งสิ้น ขณะที่เหล่าอุบาสกทั้งหลายกำลังสนทนากันอย่างบันเทิงใจอยู่นั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงธรรมสภาแห่งนั้น
 
    เมื่อพระศาสดาประทับนั่งบนพุทธอาสน์เรียบร้อยแล้ว จึงทรงทักทายปราศรัยกับอุบาสกทั้งหลาย แล้วตรัสถามว่า “ดูก่อนอุบาสก พวกเธอมาวัดเพื่อรักษาอุโบสถศีลหรือ”
 
    ฝ่ายอุบาสกได้กราบทูลเรื่องราวที่พวกตนได้รักษาอุโบสถศีลอย่างเคร่งครัด แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระพุทธองค์จึงตรัสชื่นชมว่า “ดีแล้ว อุบาสก การที่พวกเธอได้พระพุทธเจ้าเช่นเราเป็นผู้ให้โอวาท แล้วจึงพากันรักษาอุโบสถศีลนั้น นับว่าพวกเธอได้กระทำกรรมอันดีงาม แต่ก็ยังไม่น่าอัศจรรย์นัก เพราะโบราณบัณฑิตในกาลก่อน แม้จะไม่มีใครคอยชี้แนะพร่ำสอนเป็นกัลยาณมิตรให้ แต่กลับยอมสละชีวิต ละจากยศอันยิ่งใหญ่ มารักษาอุโบสถศีลได้”
 
    พระศาสดาตรัสเพียงเท่านี้ พระพุทธองค์ก็ทรงนิ่งอยู่ เหล่าภิกษุทั้งหลายจึงได้ทูลอาราธนา ให้พระบรมศาสดาตรัสเล่าเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงนำ ภูริทัตชาดก มาตรัสเล่าว่า...
 
    ย้อนไปในครั้งอดีตกาล มีมหานครที่มั่งคั่งและเจริญรุ่งเรืองมาก มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล มหาชนต่างเรียกขานนครอันรุ่งเรืองนี้ว่า กรุงพาราณสี มหานครแห่งนี้มีพระราชาผู้รักสันติธรรม ทรงพระนามว่า พระเจ้าพรหมทัต ทรงปกครองไพร่ฟ้าปวงประชาให้ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกเรื่อยมา พระเจ้าพรหมทัตทรงมีพระราชโอรสอยู่พระองค์หนึ่ง เมื่อพระราชโอรสทรงเจริญพระชันษา และทรงสำเร็จศิลปะวิทยาทั้งปวง กลายเป็นเจ้าชายหนุ่มผู้องอาจสง่างาม พระราชาจึงพระราชทานตำแหน่งอุปราชให้
 
    นับแต่วันที่พระราชโอรสได้ดำรงตำแหน่งอุปราช พระองค์ก็ทรงแสดงพระปรีชาสามารถ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่มหาชนทั้งหลาย ทรงคอยสอดส่องดูแลทุกข์สุขของปวงพสกนิกร ทั้งออกทำหน้าที่ว่าราชการตัดสินคดีความบางคดีแทนพระราชบิดา โดยที่ผลการพิพากษานั้นล้วนเที่ยงตรงเป็นธรรม ผู้ผิดได้รับการลงทัณฑ์ ส่วนผู้บริสุทธิ์ได้รับการปลดปล่อย ด้วยเหตุนี้พระราชอิสริยยศก็ไพโรจน์รุ่งเรืองยิ่งขึ้น พระเกียรติคุณฟุ้งขจรขจายไป ทำให้ปวงอาณาประชาราษฎร์ทั้งภายในภายนอกมหาราชวัง ต่างโจษขานถึงพระปรีชาญาณของพระราชโอรสอยู่ไม่เว้นวาย พระกิตติศัพท์อันงามของพระราชโอรสนั้น ได้เลื่องลือมาถึงพระเนตรพระกรรณของพระราชบิดาอยู่เสมอ พระองค์ทรงดีพระทัยยิ่งนัก ตรัสชื่นชมพระโอรส ด้วยพระหฤทัยอันชื่นบาน
 
    กระทั่งวันหนึ่ง เมื่อพระราชาเสด็จประพาสพระราชอุทยาน พร้อมด้วยข้าราชบริพารที่ใกล้ชิดและเหล่านางสนมกำนัลใน ขณะที่พระราชากำลังประทับพักผ่อนด้วยความสำราญพระราชหฤทัยอยู่เพียงลำพังนั้นเอง ก็ทรงได้ยินนางกำนัลสองคนพูดคุยหยอกเย้ากันว่า “เอ ทำไมวันนี้เธอช่างดูร่าเริงเบิกบานเหลือเกิน ดอกไม้ทั่วราชอุทยานแห่งนี้ แม้จะแย้มบานสวยสดเพียงใด ก็ยังดูอับเฉาไปเลย เมื่อเทียบกับเธอในยามนี้”
 
    “เธอก็พูดเกินจริงไปได้” เสียงเขินอายของนางกำนัลอีกคนกล่าวขึ้น “จะไม่ให้ฉันร่าเริงได้อย่างไรกัน ก็วันนี้ ฉันบังเอิญได้พบกับขบวนเสด็จของพระอุปราชน่ะสิ”
 
    “จริงเหรอ ทำไมถึงโชคดีอย่างนี้นะ” เสียงอุทานอย่างตื่นเต้นของอีกฝ่ายดังขึ้น
 
    “ขณะที่พระองค์กำลังเสด็จผ่านไป ฉันก็แอบมองดูพระองค์ โอ...ทรงพระรูปโฉมงดงามเหลือเกิน ไม่เพียงแต่เก่งกล้าสามารถในทางการรบเท่านั้น ด้านการตัดสินคดีความก็ทรงมีพระปรีชาญาณเหลือเกิน ใครๆทั่วพระนครแห่งนี้ ก็ไม่อาจเทียบพระองค์ได้เลย แม้สักคนเดียว”
 
    “ฉันก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน สมแล้วที่เป็นถึงพระอุปราช หากได้ทรงครองราชย์แทนพระบิดา บ้านเมืองของเราคงต้องเจริญรุ่งเรืองกว่านี้อีกหลายเท่านัก”
 
    ถ้อยคำชื่นชมพระราชโอรสของสองนางกำนัลนั้น ได้กระทบพระหฤทัยของพระราชายิ่งนัก ความชื่นชมที่เคยมีมาแต่ก่อนเก่า บัดนี้ เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความริษยาน้อยๆ จนพระองค์ถึงกับดำริว่า “จริงหรือ ที่ไม่มีใครจะเก่งกล้าสามารถเทียบกับลูกของเราได้”
 
    และความดำรินี้เอง คือ จุดเริ่มต้นของความหายนะที่กำลังจะเกิดกับพระราชโอรสในอนาคตอันใกล้ นับแต่วันนั้น เมื่อพระราชาทรงสดับถ้อยคำสรรเสริญเยินยอของพระราชโอรสครั้งใด ก็คล้ายดั่งคมมีดที่กรีดใจทีละน้อยทีละน้อย ความริษยาก็เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับได้ทอดพระเนตรเห็นเหล่าข้าราชบริพาร และกำลังไพร่พลของพระราชโอรส มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ ความหวาดระแวงซึ่งเป็นกิเลสตัวร้ายที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจของพระราชาพระองค์นี้ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นเช่นกัน
 
    ส่วนว่า เมื่อพระเจ้าพรหมทัตได้ยินเสียงสรรเสริญเยินยอ อีกทั้งได้ทอดพระเนตรเห็นกองกำลังไพร่พลของพระราชโอรสที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกๆวัน พระองค์จะทรงกระทำอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
 
พระธรรมเทศนาโดย: พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
 

http://goo.gl/ld0Dt


พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      ทศชาติชาดก เรื่อง ภูริทัต ตอนที่ 1 การสร้างบารมีของพระโพธิสัตว์
      ทศชาติชาดก เรื่อง มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 202
      ทศชาติชาดก เรื่อง มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 201
      ทศชาติชาดก เรื่อง มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 200
      ทศชาติชาดก เรื่อง มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 199
      ทศชาติชาดก เรื่อง มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 198
      ทศชาติชาดก เรื่อง มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 197
      ทศชาติชาดก เรื่อง มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 196
      ทศชาติชาดก เรื่อง มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 195
      ทศชาติชาดก เรื่อง มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 194
      ทศชาติชาดก เรื่อง มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 193
      ทศชาติชาดก เรื่อง มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 192




   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

ธรรมะที่เกี่ยวข้อง - Related