วันธรรมชัย 27 สิงหาคม วันแห่งการประกาศชัยชนะ

พระเทพญาณมหามุนี มีนามเดิมว่า ไชยบูลย์ สุทธิผล ถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ.2487 ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีวอก เวลา 18.00 น. ณ บ้านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี http://dmc.tv/a7675

บทความธรรมะ Dhamma Articles > เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
[ 5 ม.ค. 2558 ] - [ ผู้อ่าน : 21810 ]
View this page in:
 ประวัติพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)พิธีถวายกองทุนรักษาพระภิกษุ - สามเณรอาพาธ
วันธรรมชัย
วันธรรมชัย 27 สิงหาคมของทุกปี
 
 
46 ปี (2557) วันธรรมชัย
วันแห่งการประกาศชัยชนะ
 
     ย้อนไปเมื่อ 46 ปี ที่แล้ว วันที่ 27 สิงหาคม พุทธศักราช 2512 ณ อุโบสถ วัดปากน้ำภาษีเจริญ ปรากฏยอดกัลยาณมิตรท่านหนึ่งได้ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ บวชอุทิศชีวิตให้แก่พระพุทธศาสนา ด้วยมโนปณิธานอันสูงส่ง ท่านมุ่งมั่นสั่งสมบุญบารมีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อให้ได้มาซึ่งมหากุศลอันเนื่องด้วย กายมหาบุรุษ ซึ่งเป็นที่สุดแห่งคุณสมบัติ ที่สุดแห่งทรัพย์สมบัติ มุ่งสู่เป้าหมาย คือ ที่สุดแห่งธรรม
 
     วันๆ นั้น คือ วันอุปสมบทของพระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) พระผู้เป็นดั่งตะวันธรรมนำความสว่างไสวแก่หมู่ชน

 
พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)
เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและประธานมูลนิธิธรรมกาย
 
มโนปณิธานสูงสุดของพระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)

      " ทวยเทพผู้สถิตย์ ณ ผาดำเอย ข้าผู้ครองผ้ากาสาวพัสตร์ อันเป็นธงชัยแห่งพระอรหันต์ จะขอปักธงรบ อหิงสาปรโมธัมโม ขึ้น ณ ที่นี้ ในดวงใจข้า เหนือขุนเขาอันเป็นศิริ ซึ่งเป็นที่สถิตย์แห่งจอมไท  ข้าขอ ประกาศให้ทราบว่า ข้าจะขออุทิศชีวิตนี้ พลีเพื่อพระศาสนา จะบ่มบารมีให้แก่รอบ เพื่อยกตนและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้พ้นจากกองทุกข์ ตราบใด ที่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ยังเข้าสู่พระนิพพานไม่หมด ข้าจะขออยู่เยี่ยงนี้ เพื่อย่ำธรรมเภรี โปรดสัตว์โลกต่อไป และจะขอเข้าพระนิพพานเป็นคนสุดท้าย  "
ธมมฺชโย ภิกขุ
 
..................................................................
 
     พระเทพญาณมหามุนี มีนามเดิมว่า ไชยบูลย์ สุทธิผล ถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ.2487 ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีวอก เวลา 18.00 น. ณ บ้านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ท่านเป็นบุตรของนายช่างใหญ่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม นามว่าจรรยงค์ สุทธิผล กับคุณแม่จุรี สุทธิผล ในวันที่ท่านเกิด ญาติพี่น้องที่เคยโกรธเคืองกัน ไม่ไปมาหาสู่กันเป็นเวลานาน ได้หันหน้ามาคืนดีกัน ด้วยมีความชื่นชมยินดีในวันเกิดของหลานชายคนแรก
  
     การเกิดของท่าน จึงเป็นดั่งศุภนิมิตแห่งความสมานสามัคคี ประดุจน้ำฝนตกลงบนพื้นดินเหนียวที่แตกระแหง แล้วประสานรอยร้าวของเนื้อดินนั้นให้เรียบสนิทเป็นผืนแผ่นดินเดียว
  
     เนื่องจากคุณพ่อมีอาชีพรับราชการ   ซึ่งต้องเดินทางไปปฏิบัติราชการในต่างจังหวัดบ่อยครั้ง  ชีวิตวัยเยาว์ของท่านจึงได้รับการดูแลทั้งจากมารดาและญาติพี่น้อง รวมถึงต้องย้ายที่อยู่เสมอ ๆ ต่อมาคุณพ่อได้คำนึงถึงอนาคตด้านการศึกษาจึงได้ฝากบุตรชายไว้กับครูบา อาจารย์ในโรงเรียนประจำชื่อโรงเรียนตะละภัฎศึกษา แถวเสาชิงช้า ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
  
     และนับเป็นความโชคดีของท่าน เพราะเมื่อครั้งอยู่โรงเรียนประจำนั้น เจ้าของโรงเรียนซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์และไม่มีบุตร รู้สึกรัก และเอ็นดูถึงกับจะเอ่ยปากขอเป็นบุตรบุญธรรมเพื่อให้สืบทอดมรดก เนื่องจากขณะนั้นคุณพ่อมีบุตรชายเพียงคนเดียวซึ่งเป็นที่รักและหวงแหนจึงไม่ ยอมยกให้ แต่ถึงกระนั้นท่านเจ้าของโรงเรียนก็ยังคงรักใคร่เอ็นดู และพาติดสอยห้อยตามเข้าออกวังสระปทุมอยู่เสมอๆ จนทำให้ได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียมของชาววังตั้งแต่นั้นมา และขณะเดียวกันก็ได้มีโอกาสติดตามไปร่วมทำบุญไหว้พระด้วยเสมอ จึงมีความใกล้ชิดกับพระสงฆ์องคเจ้าทำให้จิตใจใฝ่ธรรมะมาตั้งแต่เยาว์วัย
  
     ในปี พ.ศ.2493 คุณพ่อได้รับคำสั่งให้ย้ายไปรับราชการที่จังหวัดเพชรบุรี ท่านจึงจำเป็นต้องลาจากเจ้าของโรงเรียนผู้มีพระคุณ เพราะคุณพ่อได้มารับไปอยู่ด้วย และได้เข้าเรียนในโรงเรียนอรุณประดิษฐ์ ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่กับคุณพ่อได้ปีเศษ ก็ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนสารสิทธิพิทยาลัย ในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง โดยคุณพ่อพาไปฝากไว้กับคุณครูสมาน แสงอรุณ ซึ่งเป็นครูที่ใจดีและมีจิตใจโอบอ้อมอารี ท่านเรียนอยู่ ณ ที่แห่งนี้จนจบชั้นมัธยมปีที่ 3
 
 
     ขณะที่มีอายุได้ 13 ขวบ ท่านสามารถสอบแข่งขันเข้าเรียนในชั้นมัธยมปีที่ 4 ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ได้เป็นผลสำเร็จ โดยสอบติด 1 ใน 150 คน จากผู้สมัครกว่า 500 คน วิถีชีวิตที่ต้องดูแลตัวเองตามลำพัง ต้องรู้จักประหยัด อดออม เช่นนี้ จึงหล่อหลอมให้ท่านมีความเข้มแข็งอดทน มีความเชื่อมั่นและรับผิดชอบตนเองสูง แตกต่างจากเด็กชายที่เติบโตจากครอบครัวที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ทั่วไป
  
    เนื่องจากฐานะทางครอบครัวไม่ค่อยจะดีมากนัก ท่านจึงต้องประหยัดและอดออมเพื่อใช้เงินเพื่อเป็นค่าอาหารเท่านั้น ท่านไม่สามารถใช้เงินเพื่อซื้อของเล่นได้เหมือนเด็กอื่นๆ บางวันท่านมีเพียงข้าวเปล่าเป็นอาหารกลางวันเท่านั้น ท่านจึงต้องอาศัยความสามารถในการเล่าเรื่องตลกของท่านเพื่อแลกกับกับข้าว เป็นอาหารกลางวัน ชีวิตในช่วงปฐมวัยจึงเปรียบประดุจการเตรียมความพร้อม และหล่อหลอมให้ท่านพร้อมที่จะเติบโตขึ้นมารับภารกิจอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันที่มีมาตั้งแต่เยาว์วัย และได้กลายเป็นจริงในปัจจุบัน
 
หนังสือ  
หนังสือ "ธรรมกาย"
   
     เนื่องจากท่านเป็นคนรักการอ่าน แต่ไม่มีเงินที่จะซื้อหนังสือเก็บไว้เป็นของตนเอง ท่านจึงหาเวลาว่างไปร้านหนังสือ แล้วอ่านเล่มที่ชอบจนกระทั่งถูกเจ้าของร้านไล่ ท่านจึงต้องย้ายไปอ่านเล่มเดิมที่ร้านใหม่ ทำอย่างนี้เรื่อยๆ จากร้านแรกจนกระทั่งร้านสุดท้าย ก็อ่านหนังสือจบพอดี และแล้ววันหนึ่งท่านได้พบหนังสือชื่อ “ธรรมกาย” ซึ่งเขียนตามแนวเทศนาของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มีข้อความว่า “ถ้าจะเดินให้ถูกต้องร่องรอยของพระศาสนา ต้องปฏิบัติให้ได้ทั้งรู้ทั้งเห็น” ตอนท้ายเรื่องมีคำยืนยันว่า “วัดปากน้ำนี้เรียนได้ ทั้งรู้ทั้งเห็น” ข้อความดังกล่าว ยิ่งทำให้ท่านเกิดความปีติยินดี ราวกับว่า เดินมาถูกทางแล้ว
 
      และเมื่อท่านได้อ่านหนังสือ “วิปัสสนาบันเทิงสาร” กล่าว ถึงความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติธรรมวิชชาธรรมกายของคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ แม่ชีผู้เป็นศิษย์ของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ก็ยิ่งทำให้ท่านมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะไปศึกษาธรรมปฏิบัติที่วัดปากน้ำ แล้วความคิดหนึ่งก็พลันบังเกิดขึ้นว่า “วัดปากน้ำอยู่ ณ แห่งหนใด”
 
 หนังสือวิปัสสนาบันเทิงสาร
 
     จนกระทั่งในปี พ.ศ.2506 ขณะที่มีอายุได้ 19 ปี อยู่ในช่วงเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ท่านก็ตัดสินใจไปวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อตามหาคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ มุ่งหวังว่าหากพบท่านจะขอศึกษาวิชชาธรรมกายให้จงได้ เมื่อไปถึงวัดก็เที่ยวถามใครว่า “รู้จักคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ไหม ?” คำตอบคือ ไม่มีใครรู้จักแม้แต่คนเดียว มีแต่บอกว่า “ไม่มีคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ มีแต่ครูจันทร์”   ทำให้ท่านเข้าใจไปว่าเป็นคนละคนกัน  เมื่อตามหาไม่พบจึงหันกลับไปทุ่มเทให้กับการเตรียมตัวสอบ  จนกระทั่งสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ในที่สุด
 
วัดปากน้ำภาษีเจริญ 
ภาพถ่ายทางอากาศของวัดปากน้ำ
 
     ในปี 2506 เมื่อท่านมีอายุได้ 19 ปี ท่านได้เตรียมตัวเพื่อที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก่อนหน้านั้นท่านได้ไปวัดปากน้ำเพื่อเสาะหา “คุณแม่ลูกจันทร์” ซึ่งเป็นอาจารย์สอนสมาธิ(Meditation)ที่ได้กล่าวไว้ในนิตยสาร เมื่อได้ไปถึงวัดปากน้ำ แต่ท่านก้อไม่พบ มีแต่คนบอกว่ามีแต่ อาจารย์จันทร์ ซึ่งท่านคิดว่าคงเป็นคนละคน จึงทำให้ได้ไม่ได้พบกับอาจารย์ดังที่ตั้งใจไว้ แล้วท่านก็ได้กลับไปจนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้สำเร็จ
  
     ในปีการศึกษาแรกท่านจึงได้เดินทางมาวัด ปากน้ำอีกครั้ง ในครั้งนี้ท่านได้ไปศึกษาสมาธิกับพระอาจารย์องค์อื่นก่อน และได้มารู้ในภายหลังว่า คุณแม่จันทร์ กับ อาจารย์จันทร์นั้นเป็นบุคคลคนเดียวกัน และในที่สุดท่านจึงพบกับอาจารย์ที่ทำให้ความฝันของท่านเป็นจริง ท่านรักและเคารพอาจารย์ของท่านมาก และมักจะเรียกอาจารย์ว่าคุณยาย ซึ่งทำให้มีความสนิทสนมเหมือนญาติผู้ใหญ่มากกว่าอาจารย์กับศิษย์
  
     หลายปีผ่านไป ท่านได้ฝึกสมาธิจนกระทั่งเชี่ยวชาญชำนาญ สมดังใจที่ตนเองปรารถนาไว้ ได้รู้และได้เห็นธรรมะตามพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้า และได้รู้ว่าด้วยสมาธิเท่านั้น จะทำให้มวลมนุษยชาติพ้นจากทุกข์และภัยจากสังสารวัฏ ในที่สุดก็จะพบกับความสุขที่ยิ่งใหญ่ คือ พระนิพพาน ท่านจึงได้ขออนุญาตจากยายว่าจะบวชเพื่อศึกษาธรรมะให้ยิ่งๆขึ้นไป ซึ่งยายก็อนุญาตหลังจากท่านเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ในวันคล้ายวันเกิดของคุณยายในปี พ.ศ. 2511 ท่านจึงแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อคุณยาย ด้วยการตั้งสัจจะอธิษฐานขอประพฤติพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิต เป็นของขวัญวันเกิดแด่คุณยายอาจารย์ซึ่งถือเป็นของขวัญอันล้ำค่ายิ่ง
 
     วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2512  ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 9 เป็นวันมหามงคลยิ่ง เพราะเป็นวันที่ท่าน ได้ก้าวเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์เป็นพระภิกษุสงฆ์สมดังความปรารถนา ที่พระอุโบสถวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ โดยมีพระเทพวรเวที (สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในปัจจุบัน) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “ธัมมชโย” แปลว่า “ผู้ชนะโดยธรรม”
  
 หลังจากบวชแล้วท่านได้กล่าวถึงอุดมการณ์ในการออกบวช ไว้ตอนหนึ่งว่า:
 

“  การบวชเป็นพระไม่ใช่ของง่าย หาใช่ครองผ้ากาสาวพัสตร์แล้วจะเป็นพระได้ จะต้องปฏิบัติกิจวัตรของสงฆ์ซึ่งมีศีล 227 ข้อ ให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย… การบวชนั้นถ้าจะให้ได้บุญกุศล ควรจะเป็นที่พึ่งของพระศาสนาได้ด้วย ไม่ใช่บวชมาเพื่อพึ่งพระศาสนาอย่างเดียว "
 
      อุดมการณ์ อันมั่นคงเช่นนี้  มิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยง่าย หากจะเกิดได้ต้องอาศัยการศึกษาและปฏิบัติ จนรู้ซึ้งถึงคุณค่าของพุทธธรรมด้วยตนเองอย่างถ่องแท้เท่านั้น ดังที่ท่านเคยกล่าวไว้ว่า  อำนาจพุทธธรรมนั้นยิ่งใหญ่ลึกซึ้ง จนทำให้เกิดความตั้งใจอันมั่นคงว่า จะสละชีวิตนี้แก่พระพุทธศาสนา ครองผ้ากาสาวพัสตร์ไปตราบสิ้นอายุขัย
 

 


บทความที่เกี่ยวข้องกับวันธรรมชัย 
  

http://goo.gl/VP7gu


พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      ประมวลภาพพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ "เจดีย์สวรรค์วัดบ้านขุน"
      ประมวลภาพธุดงค์ธรรมชัยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุฯ ณ วัดบ้านขุน อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
      พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะกลั่นแผ่นดินและโปรยทรายเพื่อสถาปนาพระเจดีย์สวรรค์วัดบ้านแม่แสนสุข
      ประมวลภาพพิธีตอกเสาเข็มต้นแรกเพื่อสถาปนาสร้างวัดพระธรรมกายสิงคโปร์
      ประมวลภาพพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ 3 โครงการ
      บวช บวชพระ บวชเถิดชายไทย กตัญญู ลูกผู้ชาย มาบวชกัน
      เมเม่ ปมณฑ์ชนัส จรัสโชติพัฒน์ สาวน้อยหน้าใสหัวใจอยู่ในบุญ
      สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล
      ภาพข่าววันวิสาขบูชา ณ วัดพระธรรมกาย โดยช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์
      ประมวลภาพวันวิสาขบูชา ประจำปี พ.ศ. 2558 ณ วัดพระธรรมกาย
      ประมวลภาพตักบาตรพระ 1,543 รูป อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่
      คำคม งด ละ เลิก สูบบุหรี่ เลือกสิ่งๆ ดี ให้ชีวิตและครอบครัว
      วัดพระธรรมกายถูกจัดเป็น 1 ใน 6 สถานที่หลักจัดงานวิสาขบูชา 2558