บริษัท ๔ ย่อมเที่ยวไป บุญกิริยาวัตถุมีทานเป็นต้น ย่อมเป็นไป คำสอนของพระศาสดามีองค์ ๙ ย่อมรุ่งเรืองในประเทศใด ประเทศนั้น ชื่อว่า ประเทศอันสมควร การอาศัยอยู่ในประเทศอันสมควรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นมงคล เพราะเป็นปัจจัยแห่งการทำบุญของสัตว์ทั้งหลาย
ความไม่ประมาทเป็นยอดแห่งธรรมทั้งปวง บุคคลใดสามารถดำรงตนอยู่ด้วยความไม่ประมาท บุคคลนั้นได้ชื่อว่าเป็นอมตะไม่มีวันตายจากความดี แต่ถ้าใช้ชีวิตอย่างประมาทมัวเมา ชีวิตของผู้นั้นก็เปรียบเสมือนผู้ที่ตายแล้ว เกิดมาก็ไม่มีสาระ แก่นสาร ความไม่ประมาทนี้ครอบคลุมความดีไว้ทุกประการ เพราะหากเราไม่ประมาท และตระหนักแน่นอยู่ในใจ เราก็จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า สมบูรณ์บริบูรณ์อย่างแท้จริง ซึ่งต้นแหล่งแห่งความไม่ประมาท คือ การมีสติอยู่ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา มีใจหยุดนิ่งอยู่ในกลางพระธรรมกาย หากทำได้เช่นนี้จะได้ชื่อว่า เป็นผู้ไม่ประมาท และใช้ชีวิตเยี่ยงผู้ประเสริฐอย่างแท้จริง
มีวาระพระบาลีใน มงคลทีปนี ว่า
"บริษัท ๔ ย่อมเที่ยวไป บุญกิริยาวัตถุมีทานเป็นต้น ย่อมเป็นไป คำสอนของพระศาสดามีองค์ ๙ ย่อมรุ่งเรืองในประเทศใด ประเทศนั้น ชื่อว่า ประเทศอันสมควร การอาศัยอยู่ในประเทศอันสมควรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นมงคล เพราะเป็นปัจจัยแห่งการทำบุญของสัตว์ทั้งหลาย"
สำหรับวิสัยของผู้ได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิต มีสติปัญญาที่แท้จริง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ท่านจะทำสถานที่นั้นให้เป็นปฏิรูปเทส แม้อยู่ทางโลกก็สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างงานขึ้นมา ทั้งยังก่อให้เกิดเป็นโอกาสที่ดีแก่คนรอบข้างได้อีกด้วย ไม่มัวรอคอยโอกาสจากผู้ใด แต่กลับจะเป็นผู้หยิบยื่นโอกาสให้ผู้อื่นเสมอ
ดังตัวอย่างของ มหาอุบาสิกาวิสาขา นางเป็นตัวอย่างของนักสร้างบารมีฝ่ายหญิงชั้นแนวหน้า เป็นนักธุรกิจที่เป็น พระโสดาบันบุคคล รักในการให้ทานเป็นชีวิตจิตใจ แม้จะอยู่ในสถานที่ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างบารมี แต่นางก็ใช้สติปัญญาพลิกผันชีวิตของคนรอบข้าง และสภาวะแวดล้อมให้เป็นปฏิรูปเทส ขึ้นมาได้ ทำให้สถานที่และบุคคลเหมาะสมต่อการสร้างความดีทุกชนิดได้อย่างน่าอัศจรรย์
*เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อนางได้เข้าไปเป็นสะใภ้ของมิคารเศรษฐี ผู้ป็นมิจฉาทิฏฐิแล้ว ในช่วงแรกนางไม่มีโอกาสได้บำเพ็ญกุศล เพราะพ่อของสามีและทุกคนในครอบครัวนับถือพวกนักบวช ชีเปลือย ด้วยคิดว่าเป็นพระอรหันต์ แต่นางก็ตั้งใจทำหน้าที่ของสะใภ้ที่ดี ไม่ให้ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย เครื่องบรรณาการต่างๆ ที่มีผู้นำมามอบให้ นางก็จัดสรรปันส่วน สร้างสัมพันธไมตรีกับคนรอบข้างด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน จนเป็นที่รักนับถือของ ทุกๆ คน
วันหนึ่ง มิคารเศรษฐีฉลองงานอาวาหมงคลแก่ลูกชาย ได้เชิญเหล่าชีเปลือยนั่งเต็มทั่วบริเวณบ้าน และส่งข่าวถึงลูกสะใภ้ให้มาไหว้พระอรหันต์ทั้งหลาย เนื่องจากนางวิสาขาเป็นอริยสาวิกาชั้นโสดาบัน ทันทีที่ได้ยินคำว่าพระอรหันต์ ก็ร่าเริง ยินดี ตั้งใจจะไปนมัสการพระอรหันต์ และถวายภัตตาหารแด่เนื้อนาบุญอันเลิศ ครั้นไปถึง กลับพบแต่เหล่าชีเปลือยผู้ไม่มียางอาย จึงตำหนิคนเหล่านี้ว่าไม่ใช่พระอรหันต์ จากนั้นนางขอตัวกลับเข้าไปในห้องพักของตน
เหล่าชีเปลือยได้ฟังนางกล่าวเช่นนั้นพากันไม่พอใจ ต่างตำหนิท่านเศรษฐีว่า "ท่านคฤหบดีหาหญิงอื่นมาเป็นสะใภ้ไม่ได้แล้วหรือ ทำไมจึงนำสาวิกาของพระสมณโคดม ให้เข้ามาอยู่ในบ้านของท่าน จงรีบขับไล่นางออกไปจากบ้านหลังนี้เถอะ"
ฝ่ายเศรษฐีคิดว่า ตนไม่อาจขับไล่ลูกสะใภ้ซึ่งเป็นลูกสาวของเศรษฐีใหญ่ประจำเมืองให้ออกจากบ้านตามคำแนะนำของพวกชีเปลือย จึงได้แต่กล่าวแก้ตัวแทนลูกสะใภ้ว่า "ท่านอาจารย์ ขึ้นชื่อว่าคนหนุ่มสาว ยังเป็น
คนชอบทำอะไรตามใจตัวเอง ทำทั้งที่รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ขอพวกท่านอย่าได้ถือสา หาความนางเลย"
ท่านมิคารเศรษฐีได้แต่เก็บความไม่พอใจลูกสะใภ้ไว้ เพราะกิจการงานบ้านทุกอย่าง นางได้ทำอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บำรุงดูแลบิดามารดาของสามีอย่างดี เพียงแต่ทิฏฐิในเรื่องการนับถือศาสนาไม่ตรงกันเท่านั้น
เมื่อเหล่านักบวชชีเปลือยกลับไปแล้ว ท่านเศรษฐีกำลังถือช้อนทอง เพื่อรับประทานข้าวมธุปายาสในถาดทอง นางวิสาขาก็คอยอุปัฏฐากดูแลอย่างใกล้ชิดเช่นเคย
ขณะนั้นเอง มีพระภิกษุรูปหนึ่งเดินบิณฑบาตผ่านมาถึงหน้าบ้านของเศรษฐี นางวิสาขาเห็นพระเถระมารับบาตร ก็คิดจะพิสูจน์ความศรัทธาของท่านเศรษฐีว่า จะเลื่อมใสในพระสงฆ์ ผู้เป็นบุญเขตอันเยี่ยมบ้างหรือไม่ ทางด้านเศรษฐีแม้จะเห็น พระเถระ แต่ก็ทำเป็นไม่เห็น ก้มหน้าก้มตาบริโภค
ข้าวมธุปายาส ทำเป็นไม่สนใจพระที่มายืนอยู่หน้าบ้าน นางวิสาขารู้ทันบิดาของสามี จึงกล่าวเสียงดังว่า
"พวกเจ้าจงนำข้าวมธุปายาสนี้ออกไป และจงนำหญิงนี้ออกไปจากบ้านเดี๋ยวนี้ เพราะนางกลาวหาว่าเราเป็นผู้กินของเก่าที่ไม่สะอาด"
"ดิฉันจะไม่ออกไปด้วยเหตุเพียงเท่านี้ดอก เพราะดิฉัน ไม่ได้ถูกท่านนำมาจากท่าน้ำเหมือนพวกกุมภทาสี ธรรมดาว่าเหล่าธิดาของบิดา
มารดาผู้ยังมีชีวิตอยู่ จะไม่ออกไปด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ยิ่งกว่านั้นในวันที่ดิฉันมา บิดาของดิฉันได้มอบดิฉันไว้ในความดูแลของกุฎุมพี ขอท่านพ่อโปรด
เรียกกุฎุมพีทั้ง ๘ มา เพื่อชำระความว่า เป็นความผิดของดิฉันหรือไม่ และหลังจากชำระเรื่องราวแล้ว ดิฉันจะขออำลากลับไปหาบิดามารดาของดิฉันแน่นอน"
มหาอุบาสิกาวิสาขาจะทำบ้านของพ่อสามี ให้เป็นสถานที่ ที่เหมาะสมต่อการสั่งสมบุญได้หรือไม่ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดูเหมือนจะเกิดความแตกแยกและยุ่งยากขึ้นไปเรื่อยๆ ถึงกับมีการขับไล่ออกจากบ้าน อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งด่วนสรุปกันก่อน ยังมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจอีกมาก การทำหน้าที่กัลยาณมิตร และการสั่งสมบุญกุศลของนาง เป็นสิ่งที่พวกเราควรเรียนรู้ไว้
ปกป้องคุ้มครอง หรืออย่างน้อย ก็เอาตัวรอดได้ อย่างนี้ถือว่า เริ่มสร้างปฏิรูปเทสให้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อหันไปรอบทิศควรมีแต่มิตรรอบตัว อีกทั้งยังเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีให้แก่ชาวโลก เราจะได้บุญติดตัวไปทั้งในโลกนี้และ ในโลกหน้ากันทุกคน











