อาจารย์เสนกะเมื่อได้ทราบข่าวนั้นก็ตะลึง คิดว่า หากมโหสถกุมารได้เข้ามาอยู่ในราชสำนัก รัศมีของตนก็คงดับวูบ แม้ลาภ ยศ สรรเสริญก็จะสูญสิ้น จึงทูลคัดค้านว่า เพียงแค่กุมารนี้สร้างศาลาได้ใหญ่โต ก็ยังไม่น่าอัศจรรย์ บุคคลจะเป็นบัณฑิตเพียงเพราะการสร้างศาลา ดูไม่สมแก่เหตุเลย
พระเจ้าวิเทหราชทรงสดับคำคัดค้านของอาจารย์เสนกะแล้ว จึงทรงยับยั้งเรื่องนั้นไว้ก่อน เพียงแต่ทรงมีรับสั่ง ให้ท่านอำมาตย์รออยู่ที่บ้านปาจีนยวมัชฌคามนั้นต่อไป หากมีเหตุการณ์ใดที่เนื่องกับบัณฑิตผู้นั้น ก็จงรีบทูลรายงานให้ทราบ จนกว่าจะมั่นใจว่า มโหสถกุมารคือบัณฑิตที่ทรงตามหา
ครั้งหนึ่ง มีเหยี่ยวตัวหนึ่งบินผ่านโรงฆ่าสัตว์ บังเอิญเห็นชิ้นเนื้อขนาดฝ่ามือ ที่คนฆ่าสัตว์วางไว้บนเขียงเตรียมนำไปขาย ก็หวังจะได้ลิ้มลองโอชารสของเนื้อนั้นให้สมอยาก จึงเฝ้ารอทีเผลอ เมื่อเห็นคนฆ่าสัตว์ง่วนอยู่กับการลับมีด ก็รีบโฉบลงตรงชิ้นเนื้อโดยเร็ว ครั้นคว้าไปได้สำเร็จ ก็ดีอกดีใจ รีบบินหนีอย่างสบายอารมณ์ขณะนั้นเอง มโหสถกุมารกับสหายทั้ง ๑,๐๐๐ คน พากันเล่นกันอยู่ในสนามกีฬา เห็นเหยี่ยวคาบชิ้นเนื้อกะร่องกะแร่งบินผ่านมาในบริเวณนั้น ก็พากันนึกสนุก อยากจะแย่งชิ้นเนื้อจากเหยี่ยว จึงตกลงกันว่า หากใครสามารถจะคว้าชิ้นเนื้อนั้นมาได้ ก็จะถือว่าเป็นผู้ชนะ
ในที่สุดก็เลยถือเอาเหยี่ยวเป็นกีฬาไปเสียด้วย ว่าแล้วก็พากันวิ่งตามเหยี่ยวขู่ตวาดโห่ร้องเกรียวกราว เพื่อให้เหยี่ยวตกใจปล่อยชิ้นเนื้อลงมา ต่างคนต่างวิ่งไล่ตามกันสนุกสนาน แต่ก็พลอยได้รับความลำบากไปตามๆกัน เพราะขณะที่วิ่งตามเหยี่ยวไป ก็แหงนดูตัวเหยี่ยวไปพลาง จึงสะดุดเข้ากับตอไม้ ตกหลุม ตกบ่อ ล้มลุกคลุกคลาน แข้งขาก็ถลอกปอกเปิก มีบาดแผลฟกช้ำดำเขียว สะบักสะบอมกันถ้วนหน้ามโหสถกุมารเห็นเช่นนั้น ก็ร้องห้าม บอกให้พวกกุมารเหล่านั้นหยุดเสีย แล้วอาสาจะไล่ตามเหยี่ยวนั้นเอง “หยุดก่อนๆ เราจะไล่กวดให้มันปล่อยชิ้นเนื้อนั้นให้ได้ เพื่อนๆ คอยดูให้ดีนะ”
กล่าวดังนี้แล้ว มโหสถกุมารก็รีบวิ่งกวดไปโดยเร็วจนสุดกำลัง ราวกับลมพัดผ่านนภากาศ สายตาก็จับจ้องอยู่ที่เงาของเหยี่ยวที่ปรากฏอยู่บนพื้นดิน โดยไม่ต้องแหงนดูบนฟ้าเลย
กุมารเหล่านั้นเห็นมโหสถกุมารเอาจริง ก็พากันหยุดไล่ กล่าวขึ้นว่า “พวกเราหลีกทางเถอะ ปล่อยให้มโหสถลองดูบ้าง” แล้วก็หลีกให้พ้นทางวิ่ง
มโหสถกุมารไล่กวดเหยี่ยวนั้นในระยะกระชั้นชิด ไม่ช้าก็เหยียบเงาเหยี่ยวได้ ตบมือผางผาง! ตวาดขึ้นไปด้วยเสียงดังสนั่น
เสียงนั้นได้ดังกึกก้องสะท้านสะเทือน ชวนให้เสียวสยอง ดุจผ่านเข้าแก้วหูไปคำรามคำรนอยู่ในท้องของมัน จนมันสะดุ้งตกใจด้วยความกลัว แม้จะมีความเสียดายชิ้นเนื้อนั้นสักปานใด ก็จำต้องทิ้งชิ้นเนื้อลงมา แล้วรีบโผบินหนีไปโดยเร็ว
ครั้นแล้วพระราชาจึงผินพระพักตร์มาทางอาจารย์เสนกะ ตรัสถามว่า “เป็นอย่างไรเล่าท่านอาจารย์ พ่อบัณฑิตน้อยนี่ธรรมดาเสียทีไหน ท่านอาจารย์ว่า เท่านี้จะเพียงพอหรือยังที่เราจะรับตัวมโหสถกุมารเข้ามาเสียที”
“ขอเดชะ พระบารมีปกเกล้าฯ” ท่านเสนกะกราบทูล “ขอพระองค์ทรงโปรดยับยั้งเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะเหตุเพียงเท่านี้ ช่างเล็กน้อยเหลือเกิน ข้าพระบาทว่า ทางที่ดีพระองค์น่าจะรอต่อไปอีกหน่อยเพื่อทดลองให้แน่พระหฤทัยก่อน พระพุทธเจ้าข้า”
พระราชาทรงฉงนพระหฤทัย ถึงกับตรัสว่า “อะไรกันท่านอาจารย์ บุคคลผู้สามารถเล็งเห็นได้ทั้งบนฟ้าและบนดินพร้อมกันเช่นนี้ ควรจะเรียกว่าผู้มีปรีชาญาณอันยอดเยี่ยมมิใช่หรือ”ท้าวเธอทรงสดับคำอธิบายของอาจารย์เสนกะแล้ว ก็ทรงจำต้องยอมรับในเงื่อนไข ด้วยยังไม่อาจหาเหตุผลอื่นใดมากล่าวอ้างให้ยิ่งกว่านั้น จึงได้แต่ทรงนิ่งเสีย จากนั้นก็มีรับสั่งให้ทูตนำพระกระแสรับสั่งกลับไปบอกอำมาตย์ผู้นั้นให้ประจำอยู่ไปก่อน เพื่อคอยดูเหตุการณ์ต่อไป ดังนั้นในตอนหน้า มโหสถกุมารจะแสดงอัจฉริยภาพอะไรให้ปรากฏอีกนั้น โปรดติดตามต่อไป




















