การณ์ครั้งนี้ เป็นที่น่าชื่นชมพระนางอุทุมพรเทวี ที่พระนางทรงมีไหวพริบปฏิภาณเป็นเยี่ยม ทรงดับความเร่าร้อนในพระทัยของพระเจ้าวิเทหราช ทำให้พระองค์บรรทมหลับลงได้ ประดุจน้ำที่ช่วยดับไฟมิให้ลุกลามต่อไป
ฝ่ายพระเจ้าวิเทหราช พระองค์เสด็จเข้าสู่พระแท่นบรรทมตั้งแต่ปฐมยาม จนล่วงเข้ามัชฌิมยามแล้ว ก็ยังมิอาจข่มพระเนตรลงได้ ท้าวเธอเสด็จบรรทมอยู่ด้วยพระหฤทัยกระสับกระส่ายยิ่งนัก ทุกครั้งที่ทรงหวนระลึกถึงใบหน้าของมโหสถบัณฑิต และภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมาเมื่อตอนกลางวัน ท้าวเธอก็ยิ่งไม่สบายพระทัยเป็นนักหนา
เรื่องราวอันเป็นความลับเฉพาะตนที่ อาจารย์ทั้ง ๔ นำมาเล่าสู่กัน ไม่ต่างอะไรกับคนโง่เขลาเบาปัญญา ที่ผ่าอกของตนแล้วสาวไส้ออกมาพร้อมจะให้หมู่นกกาจิกกิน ช่างน่าสงสารอาจารย์เหล่านั้น ที่หารู้ไม่ว่ามโหสถกำลังแอบฟังความลับทั้งหมดของพวกตนอยู่ในถังข้าวใบนั้นเอง
เธอเกิดในครอบครัวชาวจีน แต่ไม่ต้องไหว้เจ้า มีโอกาสได้ไปวัด สวดมนต์ ฟังธรรม ฝึกนั่งสมาธิตั้งแต่ยังเล็ก แถมเธอยังชอบหมอลำเป็นอย่างยิ่ง...สุขภาพของเธอไม่ค่อยแข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก พอโตเป็นผู้ใหญ่เธอมีอาการไทรอยด์เป็นพิษ คอพองโต หมอสันนิษฐานว่าเธอขาดไอโอดีน ทั้งๆที่เธอเป็นคนใต้ ทานอาหารทะเลอยู่เสมอๆ...เธอเคยจะถูกจับให้แต่งงาน ถูกทำเสน่ห์ แต่ก็สามารถประคองตัวถือพรหมจรรย์มาได้ จนได้มาเป็นอุบาสิกา สร้างบารมีอยู่ในวัดพระธรรมกาย จนถึงปัจจุบัน
ชายคนหนึ่ง...เนื่องจากค่านิยมของชาวจีนในสมัยนั้น ทำให้เขาต้องถูกส่งตัวไปเมืองจีน เพื่อไปอยู่กับปู่และย่า ตั้งแต่เล็ก ต่อมาเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง เขาได้เข้าร่วมขบวนการต่อต้านญี่ปุ่น ย่าของเขากลัวว่าเขาจะมีภัย จึงส่งตัวเขากลับเมืองไทย แต่ทว่า แม่ของเขากลับไม่เชื่อว่าเขาเป็นลูก เพราะเชื่อข่าวลือว่า ลูกชายได้ตายไปแล้วในสงคราม...เขาล้มป่วยตอนอายุมากแล้ว และได้จบชีวิตด้วยการยิงตัวตาย
พิธีมอบสิ่งของ มีขึ้นเมื่อเวลา 12.30น. ของวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2551 ณ ห้องรับรองมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งชาติ เมืองย่างกุ้ง ตัวแทนผู้มอบประกอบด้วย ฯพณฯ บรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงย่างกุ้ง และคณะจากมูลนิธิธรรมกาย 11ท่าน ส่วนตัวแทนฝ่ายผู้รับมอบ ประกอบด้วย หลวงพ่อภัททันตะ กุมาระ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งชาติ ฯพณฯ ตุระ มินต์ เมือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศาสนา และคณะ
งานในครั้งนี้ถือว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ เพราะทุกคนที่มาร่วมงานในวันนี้ล้วนแล้วแต่หันมาส่งยิ้ม แล้วบอกว่า “happy สุดๆเลย” ไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่า จะมีงานดีๆแบบนี้เกิดขึ้นได้ที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพราะว่าเป็นจังหวัดเล็กๆ มีจำนวนประชากรไม่เท่าไหร่เอง แต่ไม่คิดว่าชาวพุทธจะมารวมตัวกันได้มากขนาดนี้มาก่อน “สุดยอดจริงๆ”
เรื่องของสตรีนักสร้างบารมี...เธอเกิดมาในครอบครัวใหญ่ ตอนแรกเกิดคุณพ่อคิดที่จะทำแท้ง เพราะมีลูกมาก แต่ด้วยบุญบันดาล จึงทำให้เธอได้เกิดมา และกลายเป็นที่รักของคนในครอบครัว...เธอมีสุขภาพร่างกายที่ไม่ค่อยจะแข็งแรง เจ็บป่วยบ่อยๆ และประสบอุบัติเหตุหลายครั้ง นอกจากเรื่องของความเจ็บป่วยแล้ว ยังมีเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้แก่เธอ กล่าวคือ เธอมักจะฝันร้ายอยู่เสมอๆว่าตัวเองถูกฆ่าตายด้วยวิธีต่างๆ ฝันว่าตัวเองตายเพราะอุบัติเหตุ ในความฝันเธอจะได้รับความเจ็บปวดทุรนทุรายจนตกใจตื่น และความเจ็บปวดนั้นก็ยังส่งทอดมาถึงกายเนื้อของเธอ เมื่อตื่นจากความฝัน เธอมักจะร้องไห้เสมอๆ เพราะความกลัว
พวกท่านก็ลองคิดดูเถิด ถ้าพระราชาทรงทราบเรื่องนี้เข้า กระผมจะเหลืออะไร” ความลับของอาจารย์ทั้งสามล้วนเป็นเรื่องคอขาดบาดตายด้วยกันทั้งนั้น
งานบุญครั้งนี้ เรียกได้ว่า ทั้งพระทั้งโยมปลาบปลื้มกันไม่หยุด ทางด้านคณะสงฆ์ ท่านบอกว่า ช่วงที่ท่านปลื้มสุดๆ ก็คือตอนกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ช่วงเวลานี้สาธุชนกว่า 50,000คนได้กล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน เสียงกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองเลยก็ว่าได้ ได้ยินได้ฟังแล้วทำให้ปลื้มจนขนลุกเลยทีเดียว และไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่า คนมาอยู่รวมกันกว่าครึ่งแสนจะเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงนี้
ในเรื่องของการนั่งสมาธิ แม้จะเป็นช่วงสั้น แต่ทุกคนก็นั่งกันได้ดีค่ะ มีผลการปฏิบัติธรรมเห็นองค์พระ และดวงแก้วอีกหลายคน แล้วพอทุกคนได้ฟังประวัติของมหาปูชนียาจารย์ ต่างก็ถามกันว่า มีหนังสือเกี่ยวกับท่านเหล่านี้เป็นภาษามองโกเลียหรือไม่ เพราะอยากจะศึกษาเพิ่มเติม ส่วนเรื่องกฎแห่งกรรม, ทาน ศีล ภาวนา พวกเขาก็ฟังกันอย่างกระตือรือร้น และตั้งใจจะนำไปปฏิบัติจริงในชีวิตด้วย เพราะตามวัดวาอารามส่วนใหญ่ จะเน้นเรื่องการสวดมนต์เป็นหลัก จึงไม่มีโอกาสได้ฟังเรื่องราวเหล่านี้เลย