จะเห็นได้ว่า การกล่าววาจาทุพภาษิต เช่น คำหยาบ คำด่านั้น ไม่ดีเลย เหมือนที่พราหมณ์พูดกับโคนันทิวิสาล ในการเดิมพันครั้งแรก ทำให้ต้องเสียทรัพย์แก่เศรษฐีและอับอายขายหน้า แต่ครั้นพราหมณ์กล่าวถ้อยคำที่ไพเราะเสนาะหู และเสริมสร้างกำลังใจให้แก่กัน ก็สามารถกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาได้ และยังได้ทรัพย์สินอีกมากมาย เพราะคำพูดที่ไพเราะนั้นมีฤทธิ์ มีอานุภาพ
คนพูดเป็น คือ คนที่คิดให้รอบคอบ มีสติก่อนที่จะพูด หรือกลั่นกรองคำพูดให้ละเอียดอ่อนเสียก่อน แล้วค่อยพูด เพราะคำพูดยิ่งละเอียดอ่อนลึกซึ้งเท่าไร ก็ยิ่งสามารถเจาะใจคนฟังได้ลึก และประทับใจได้นานเท่านั้น
ลูกได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้กับเพื่อนๆ อีกหลายคน โดยชวนมานั่งสมาธิและชวนสร้างองค์พระ กิจกรรมประจำของลูกตอนนี้ก็คือ พกโน๊ตบุ๊คไปเปิดธรรมะของคุณครูไม่ใหญ่ให้เพื่อนๆ ได้ฟัง เพราะลูกฟัง DMC ผ่านอินเตอร์เน็ตค่ะ เวลาทำหน้าที่มีหลายคนถามว่า ทำไมลูกมีคำพูดที่ดี เลือกคำพูดอย่างไพเราะและเหมาะสมกับทุกคน ลูกก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่า พูดมาได้อย่างไร รู้แต่ว่าคำพูดมาจากองค์พระกลางกาย และตอนนี้ศูนย์กลางกายลูกมีองค์พระที่ชัด ใส สว่าง อยู่ตลอดเวลา ลูกมีความสุขมากๆ ค่ะ
ภรรยาของบุรุษมีอยู่ ๗ จำพวก เธอเป็นภรรยาพวกไหนใน ๗ จำพวกนั้น (พระบรมศาสดาตรัสถามนางสุชาดา) แล้วภรรยา ๗ จำพวกนั้นเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง เช่น ภรรยาเยี่ยงเพชฌฆาต , ภรรยาเยี่ยงโจร ฯลฯ
วัดพระธรรมกายจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จัดกิจกรรมนั่งสมาธิสำหรับชาวท้องถิ่น
ไม่มีอะไรที่จะสร้างและทำลายมิตรได้อย่างมีอานุภาพเท่าคำพูด แล้วจะทำอย่างไรถึงจะพูดภาษาดอกไม้ให้คนฟังมีพลัง
5 เทคนิคใน "การสื่อสาร" ให้โดนใจ ได้แก่อะไรบ้าง ลองมาดูกัน
การพูดหรือการสื่อสารที่ขาดสติพิจารณา พูดเอาสนุกปาก พูดหยาบคาย หรือพูดโดยปราศจากข้อมูลที่แท้จริง ไม่เพียงแต่....
พูดแต่วาจาสุภาษิต ซึ่งพระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ถ้าอารยชนใคร่จะพูด ก็เป็นผู้ฉลาด รู้จักกาล พูดแต่ถ้อยคำที่ประกอบด้วยเหตุผลที่อารยชนประพฤติกัน ไม่พูดด้วยความโกรธ ไม่ยกตัว มีใจสงบ ไม่ตีเสมอ ไม่ก้าวร้าว ไม่พูดเอาหน้า รู้ชอบแล้วจึงกล่าว ถ้าเขาพูดดีพูดถูกก็อนุโมทนา เมื่อคนอื่นพูดผิด ก็ไม่รุกราน เขาพูดพลั้งไปบ้างก็ไม่ถือสาหาความ ไม่พูดพล่าม ไม่พูดเหยียบย่ำคนอื่น การพูดของสัตบุรุษ เป็นการพูดเพื่อให้เกิดความรู้ประเทืองปัญญา อารยชนมีปกติสนทนากันอย่างนี้
การพูดไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ ก็ตามแต่ การพูดออกไปนั้นเป็นการบ่งบอกความเป็นตัวตนของบุคคลนั้นๆ