“ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขึ้นชื่อว่ากิเลสเป็นของเล็กน้อยไม่มีเลย ธรรมดาว่าภิกษุต้องข่มกิเลสที่เกิดแล้วแล้วเสีย บัณฑิตครั้งก่อนเมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติต่างก็ข่มกิเลสทั้งหลายเสียได้บรรลุปัจเจกพุทธญาณ ”
คำถาม : หากวจีกรรม เป็นการทำบาปด้วยคำพูดแล้ว การเขียนด่าว่าคนอื่นถือเป็นวจีกรรมด้วยหรือเปล่า
คำถาม : ทำบาปเช่นผิดศีลในวันพระ จะบาปมากกว่าวันปกติทั่วไป จริงหรือไม่คะ
คำถาม : คนที่ใส่บาตรทำบุญทุกเช้า แต่พอเวลามีใครมาทำอะไรให้ไม่พอใจ เขากลับคิดกลั่นแกล้งให้เดือดร้อน คนที่ใส่บาตรทำบุญคนนี้จะได้บุญหรือเปล่าคะ?
คำถาม : ผมอยากทราบว่าหากการดูแลและเชื่อฟังผู้ให้กำเนิดนั้นได้บุญ แล้วถ้าหากว่าผู้ให้กำเนิดสั่งให้เราไปทำในสิ่งที่ไม่สมควร เช่นให้ไปขโมยของคนอื่นถ้าเราทำเราจะได้บาปหรือบุญครับ (บาปที่ขโมยของหรือบุญที่เชื่อฟังผู้ให้กำเนิด?
ความชั่วไม่ทำเสียเลยประเสริฐกว่า ความชั่วที่ทำลงไป จะคอยเผาผลาญเราในภายหลัง กรรมใดที่ทำแล้วไม่เดือดร้อนในภายหลัง กรรมนั้นเป็นความดี ทำแล้วประเสริฐกว่า
คำถาม : ทำบุญแล้วไปสวรรค์ ทำบาปแล้วตกนรก จริงไหมครับ ถ้าเป็นจริง ทำไมพระบางรูปจึงสอนว่า สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจครับ
บุคคลผู้ทำบาปย่อมเดือดร้อนในโลกนี้ ย่อมเดือดร้อนในโลกหน้า ย่อมเดือดร้อนในโลกทั้งสอง บุคคลผู้ทำบาปนั้น ย่อมเดือดร้อนว่า บาปอกุศลเราทำไว้แล้ว บุคคลผู้ทำบาปนั้น ไปสู่ทุคติแล้ว ย่อมเดือดร้อนอย่างยิ่ง
เมื่อเราเห็นคนสร้างบุญกุศลแล้ว เราอนุโมทนาบุญกับเขาเราก็มีส่วนได้บุญนั้นด้วย แต่ถ้าคนที่ชอบอนุโมทนาเมื่อเห็นคนทำบาปอกุศล เขาได้รับผลเช่นไร?,ลูกสาวเป็นคนรักบุญ กลัวบาป ตื่นเช้ามาก็สวดมนต์ทำวัตรเช้า แล้วก็นอนต่อจนสายเกือบเที่ยง เย็นก็สวดมนต์ทำวัตรเย็น แล้วก็นั่งดูทีวีจนดึก การงานทางโลกก็ไม่รับผิดชอบ ต้องให้พ่อแม่ดูแลอยู่ ทั้งที่เขาก็อายุมากแล้ว ไม่ทราบว่าทำตัวแบบนี้จะได้บุญหรือไม่ และควรจะอบรมอย่างไร ถึงจะทำให้เขาได้คิด?
ชนเหล่าใด เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เป็นผู้มีกำลังวังชา มีกรรมอันเป็นบาป ย่อมเบียดเบียนด่าว่าผู้อื่นซึ่งหากำลังมิได้ ชนเหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า กระทำบาปกรรม จึงตกลงสู่เวตรณีนรก