แม้ท่านเป็นพระอรหันต์ ก็ยังถูกฆราวาสกล่าวหา นับประสาอะไรกับพวกเรา ซึ่งเป็นคนเดินดินธรรมดา มีหรือที่จะพ้นคนครหานินทา แต่หน้าที่ของเรา จะต้องตั้งสติทำใจให้หนักแน่น และสร้างความดีกันต่อไป และอีกอย่างหนึ่งที่พวกเราควรตระหนักคือ เป็นคฤหัสถ์ไม่ควรไปกล่าวร้ายพระสงฆ์ผู้ทรงศีล มันจะเป็นบาปติดตัวไป สนุกปากแต่ลำบากเรา
รุ่งขึ้น พระราชาให้นำไหขนาดใหญ่บรรจุคูถจนเต็ม เอาใบตองมาผูกปากไหไว้ ให้ไปตั้งเรียงกัน ใส่น้ำมันยาง ต้นกากะทิง และหนามงิ้วหนาๆ จนเต็มหม้อ วางไว้หัวบันได ทรงให้พวกนักมวยร่างใหญ่ ถือค้อนยืนอยู่ใกล้ๆ หัวบันได จากนั้นพระองค์ทรงรอคอยด้วยความอาฆาตแค้นที่สุมแน่นอยู่ในอก
ู้ประพฤติผิดศีลผิดธรรม ไม่เลี้ยงดูบิดามารดา เป็นคนอกตัญญู ดูหมิ่นผู้มีพระคุณ คนเหล่านี้แหละที่เป็นศัตรูของเรา สุนัขดำจะเคี้ยวกินผู้ที่ไม่มีจิตเมตตา ชอบรังแกเบียดเบียนผู้อื่น ไม่ประกอบ สัมมาอาชีวะ ประพฤติผิดในกาม แสวงหาความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น หมกมุ่นอยู่ในอบายมุข โดยไม่ทำความดีอะไร
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อย่าว่าแต่พระเจ้าสุปปพุทธะ จะขึ้นไปอยู่บนปราสาทชั้น ๗ และมีทหารกำยำล่ำสันเฝ้ารักษาประตูอยู่เช่นนี้เลย แม้จะมีฤทธิ์เหาะไปได้ในอากาศ หรือจะทรงหนีไปทางมหาสมุทร หรือจะทรงหนีเข้าไปในซอกเขา ก็จะต้องถูกแผ่นดินสูบที่เชิงบันไดของปราสาทนั่นแหละ เพราะถ้อยคำของตถาคตไม่เป็นสอง เรากล่าวอย่างไร ย่อมเป็นอย่างนั้น
ฤๅษีได้ยินนกพูดดังนั้น ต่างถามกันว่า ที่นกแขกเต้าพูดนั้น ชมเราหรือติพวกเรากันแน่ นกพูดขึ้นทันทีว่า เราไม่ได้กล่าวชมพวกท่านหรอก เพราะพวกท่านกินซากศพ ไม่ได้กินเดน ฤๅษีย้อนถามว่า พวกเราได้สละเรือน สละเพศฆราวาสออกบวช ไม่เคยไปเบียดเบียนใคร มีชีวิตอยู่ในป่าด้วยการอาศัยซากสัตว์ที่เสือเหลือง เสือโคร่งล่ามาแล้วทิ้งไว้ อาชีพของเราบริสุทธิ์ ท่านจะมาติเตียนเราได้อย่างไร
ชายคนหนึ่ง...เมื่อเขามีโอกาสได้บวช ก็ซาบซึ้งในพระธรรม อยากจะใช้ชีวิตสมณะเรื่อยไป แต่เพราะภาวะทางเศรษฐกิจ ทำให้กิจการของครอบครัวต้องประสบภาวะขาดทุน เป็นหนี้สินมากมาย ทำให้ต้องลาสิกขา...เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน จนสามารถใช้หนี้ได้หมด และยังมีเงินก้อนใหญ่เหลือเก็บ แต่เขากลับคิดว่า ตนเองโชคร้าย เพราะเขาอยากจะอยู่ในเพศสมณะมากกว่า
พวกราชบุรุษชุดเดิมก็ได้ไปป่าวประกาศให้ชาวบ้านปา จีนยวมัชฌคามทราบว่า “เจ้าเหนือหัวมีพระราชประสงค์จะทรงเล่นน้ำในสระ ดังนั้น ขอให้ชาวบ้านปาจีนวยมัชณคามจงส่งสระโบกขรณีอันดารดาษด้วยบัวเบญจพรรณมาถวาย พระองค์ โดยให้นำมาไว้ในพระราชวัง ภายในชั่วเวลา ๗ วัน หากไม่อาจส่งมาได้ จักต้องถูกปรับสินไหมพันกหาปณะ”
ผู้หญิงคนหนึ่ง...เธอเกิดที่ประเทศลาว ต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเด็ก คุณพ่อก็มีภรรยาใหม่และมีลูกติดมาด้วย เธอน้อยใจคุณพ่อที่ให้ความรักแม่เลี้ยงและลูกติดมากกว่าตัวเธอ เธอจึงประชดด้วยการหนีออกจากบ้าน เป็นเหตุให้ต้องมาตกระกำลำบากอยู่ในประเทศไทยระยะหนึ่ง ต่อมาก็ได้ไปใช้ชีวิตและมีครอบครัวที่ฝรั่งเศส...เมื่อเธอได้รู้จักกับหมู่คณะ จึงได้รู้จุดมุ่งหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์
ข้าพเจ้าจักเพลิดเพลิน และปรารถนาความเจริญแก่บุตรเหล่าใด บุตรเหล่านั้นถูกภรรยา ยุยง รุกรานข้าพเจ้าเหมือนสุนัขรุกรานสุกร ฉะนั้น บุตรเหล่านั้น เป็นอสัตบุรุษ แต่มาเรียกข้าพเจ้าว่า พ่อ
พอลืมตามา ลูกก็เห็นเครื่องกำลัง ดิ่งลงๆ ลูกนึกค่ะ “ตายเป็นตาย ขอทำใจให้หยุดนิ่งเป็นสิ่งสุดท้าย” พอใจหยุดนิ่งๆปุ๊บ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ท่านก็ลอยวูบเข้ามาในกลางท้องเลยค่ะ ใจลูกนิ่งมาก พอเจอพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ปุ๊บก็ยึดปั๊บ “ถ้าจะตายตอนนี้ ก็ขอตายไปพร้อมภาพของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯในท้องนี่แหละ”