ผมอดีตธรรมทายาทรุ่นบูชาธรรม 100 ปีคุณยายอาจารย์ “บัณฑิต ตระกูลคูศรี” ขอรายงานตัวกับหลวงพ่อในฐานะที่ผ่านการอบรมเป็นบัณฑิตทั้งทางโลกและทางธรรม ครับ แม้ผมจะเป็นแมนเต็มตัวไม่เคยกลัวใครประเภท “เทียนปู๋พ่า ตี้ปู๋พ่า” คือฟ้าไม่กลัว ดินไม่เกรง จะกลัวอย่างเดียวคือบวชที่วัดพระธรรมกายนี่แหละ มันกังวลคิดไปสารพัด ทั้งห่วงงาน ทั้งห่วงครอบครัว ทั้งกลัวติดใจเดี๋ยวอยู่ยาวแบบที่เค้าชอบลือกัน
โครงการนำร่อง “พีซ เรฟโวลูชั่น” ก้าวเล็กๆ ก้าวแรกสู่วัฒนธรรมสันติภาพสากล
ในสมัยพุทธกาล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถามครูฝึกม้าชื่อ เกสี ที่ไปเข้าเฝ้าพระองค์ว่า “ดูก่อนเกสี ใครๆก็รู้ว่าท่านเป็นครูฝึกม้าฝีมือดีคนหนึ่ง ท่านฝึกม้าอย่างไรเล่า” นายเกสีกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ การฝึกม้าของข้าพระองค์มี ๓วิธี คือ วิธีแรก ข้าพระองค์จะฝึกด้วยวิธีละม่อม ค่อยเป็นค่อยไป วิธีที่สอง ฝึกด้วยวิธีรุนแรง และวิธีสุดท้ายฝึกผสมกันทั้งสองวิธี”
พระบรมศาสดาจึงตรัสสอนให้พวกเรามีใจ หนักแน่นมั่นคงเหมือนกับแผ่นดิน แผ่นดินที่แม้จะมีใครเอาสิ่งปฏิกูลมา เททิ้งลงไป หรือเอาของเหม็นมาราดรด ก็ยังคงทำหน้าที่รองรับด้วยอาการสงบนิ่ง ไม่มีอาการหวั่นไหว หรือเดือดร้อนใดๆ
เรื่องราวของคุณครู...สามีของเธอมีคุณพ่อที่เจ้าชู้ และชอบเล่นการพนัน ทำให้ต้องหมดตัวในที่สุด...พี่ชายของเธอล้มป่วยอาการหนัก แต่ด้วยบุญที่ได้ทำกับหมู่คณะทำให้อาการดีขึ้น และมีชีวิตอยู่ต่อมาได้อีกระยะหนึ่ง...และเรื่องน่ารู้...โรคเกาต์เกิดจากวิบากกรรมใด...การทำบุญด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดจะส่งผลหรือไม่ อย่างไร
ทุกๆโครงการที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้มีดำริจัดทำขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเผยแผ่ธรรมะ พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม หรือการเผยแพร่การนั่งสมาธิต่อเพื่อนมนุษย์ โดยไม่แบ่งแยกศาสนาและเผ่าพันธุ์ ล้วนเป็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่ ต่อมวลมนุษยชาติ
พระภิกษุสามเณรที่บวชเข้ามาในบวรพระพุทธศาสนา คือ ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร เห็นว่าชีวิตนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ ทั้งทุกข์ประจำและทุกข์จร ไม่ว่าจะเกิดเป็นชนชั้นสูง ชั้นกลาง หรือชั้นล่าง ต่างก็มีทุกข์ด้วยกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น จึงสละเพศฆราวาส ออกบวชเป็นบรรพชิต ปลงผมและหนวด ละทิ้งเครื่องนุ่งห่มที่มีราคาของคฤหัสถ์