ตอนนั้นลูกคิดแต่เพียงว่า การนั่งธรรมะนั้นเหมือนกับแม่ไก่กกไข่เท่านั้น ทำไปเบาๆ ไม่ได้คิดอะไร ลูกได้เซตใจให้เป็นซีโร่ (ศูนย์) ไม่คิดเรื่องอะไรทั้งสิ้น สักพักใจของลูกก็ไปรวมที่ศูนย์กลางกายเป็นดวงเดียว ลูกประหลาดใจว่าการรวมใจเป็นหนึ่งมันง่ายอย่างนี้เองหรือ
ยิ่งใช้ชีวิตอยู่ในผ้าเหลืองนี้นานวันเข้า ผมก็ยิ่งซาบซึ้งว่า ชีวิตพระเป็นชีวิตที่ประเสริฐที่สุด ผมรู้สึกอย่างนี้จริงๆ ครับ เหตุที่ทำให้ผมเข้าใจความ “ประเสริฐสุดซึ้ง” เพราะผมเคยใช้ชีวิตแบบ “แสบสุดอึ้ง” มาแล้วนั่นเอง เมื่อครั้งวัยรุ่น ผมดำเนินชีวิตตามกระแสโลก สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน ผม “สนุกสนาน” แต่พ่อกับแม่ “เศร้าสนิท” พร้อมนำเรื่อง “ปวดหัว” มาทำให้ท่าน “ปวดใจ” เป็นประจำ ผมรู้อยู่เต็มอกว่า ทำให้ท่านเสียใจ แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็ไม่คิดกลับตัว เพราะคบคนพาลเป็นมิตร จึงเป็นพิษกับชีวี ผมหลงทำผิด “สูบ เสพ เสี่ยง” ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งเมื่ออายุครบ 20 ปี แม่จึงเอ่ยปากว่า “บวชให้แม่หน่อยได้ไหม”
พระฤๅษีจึงตอบว่า ถ้าเรายังดำรงอยู่ในราชสมบัติ เราจะบูชาธรรมท่านด้วยทรัพย์สมบัติ แก้วแหวนเงินทองเป็นอันมาก และจะยกราชสมบัติทั้งหมดพร้อมด้วยเศวตฉัตรให้ท่าน แต่บัดนี้เราเป็นนักบวชเหลือแต่เพียงร่างกาย และผ้าคลุมกายนี้เท่านั้น เรามีชีวิตเลือดเนื้อเป็นสมบัติ ถ้าหากท่านปรารถนา เราจะบูชาธรรมด้วยชีวิตนี้แหละ
เธอเกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างขัดสน มีพ่อที่ดีแต่พอดื่มเหล้าแล้วนิสัยก็เปลี่ยนไป กลายเป็นชอบทุบตี ตั้งแต่ภรรยาของตน ไปจนถึงข้าวของ...เรื่องผีๆ...ภรรยาที่ตายไปแล้วมาเข้าสิงสามี ที่เวลาเมาแล้วชอบทำร้ายทุบตีเธอ...เรื่องของความรัก...หญิงคนหนึ่ง เมื่อเธอรักใคร ก็บอกออกไปเลย ความรักของเธอจะลงเอยแบบไหน...ที่นี่...มีทุกคำตอบ
ครั้งนี้ถึงตอนที่มโหสถบัณฑิตมารับราชการตามเดิมแล้ว และจะต้องตอบคำถามที่พระราชาทรงสดับมาจากเทวดา พระราชาได้ตรัสถามมโหสถบัณฑิตว่า เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ที่เศวตฉัตร ได้ถามปัญหา ๔ ข้อ กับเรา เราไม่รู้คำตอบของปัญหา ๔ ข้อนั้น อาจารย์ทั้ง ๔ คน ก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้น ท่านจงช่วยกล่าวแก้ปัญหาทั้ง ๔ ข้อ