พราหมณ์อนุเกวัฏกลับเข้าไปในฐานทัพแล้ว ก็ตะโกนก้องร้องประกาศแก่พวกพ้องว่า “พระเจ้าจุลนีหนีไปแล้ว...พวกเรารีบหนีกันเร็ว ขืนอยู่จักต้องตายไปตามๆกัน ไปเถิดพวกเรารีบหนีเร็วเข้า” บรรดาผู้สืบราชการลับ เมื่อได้ยินเสียงตะโกนร้อง ก็พากันตะโกนบอกต่อๆกันไป จนเสียงดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั้งกองทัพปัญจาละ
ในการทำศึกสงครามนั้น มโหสถบัณฑิตตระหนักดีว่า สิ่งสำคัญในการสู้ศึก อยู่ที่ขวัญและกำลังใจ เพราะแม้นว่ากองทัพนั้นจะเป็นทัพใหญ่ที่มีกำลังพลมากกว่า แต่หากว่าลูกทัพปราศจากขวัญกำลังใจในการออกศึก กองทัพนั้นก็หมดท่าหมดสง่าราศี แทนที่จะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะก็อาจปราชัยให้แก่ฝ่ายตรงข้ามได้ง่ายๆ
ครั้นให้ทานโดยเคารพแล้ว ผลนั้นจะอำนวยให้ เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมากและเป็นผู้มีบุตร ภรรยา ทาส คนรับใช้หรือคนงาน เป็นผู้เชื่อฟัง เงี่ยโสตลงสดับรับคำสั่ง ตั้งใจใคร่รู้ ภรรยาสามีไม่นอกใจซึ่งกันและกัน ข้าทาสบริวารก็ไม่คดโกง ตั้งใจดูแลทรัพย์สมบัติของเจ้านาย เหมือนเป็นของของตนเอง
การทำงานในพื้นที่สีแดงนี้ แม้คนภายนอกจะดูว่ามีความเสี่ยง มีอันตรายต่อชีวิตสูง แต่ลูกและทีมงานทุกคนกลับมองว่า “ไม่มีที่ไหนในโลกหรอกที่จะปลอดภัยอย่างแท้จริง หากเราไม่เข้าถึงธรรม” ดังนั้น แม้ลูกๆจะอยู่ที่นี่ แต่ก็เชื่อมั่นในบุญ และพร้อมจะสู้ต่อไปข้างหน้า เพื่องานพระศาสนา และการเผยแผ่ธรรมะแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปสู่ใจของผู้คน