ผมเรียนรู้การเป็นเถ้าแก่ตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก เพราะตอนผมอายุ 15 ปี ผมก็ต้องเปิดแผงลอยขายของเล่นตามตลาดนัดด้วยตัวเอง ซึ่งผมบริหารงานเองทั้งหมด ตั้งแต่ไปหาซื้อของที่สำเพ็ง หาที่ตั้งแผงลอย คือ ทำเองทุกอย่าง และพอขายได้ก็เอามาทำบุญตั้งแต่ 1 บาท 20 บาท ถึง 100 บาทครับ แต่หลังจากคุณพ่อเสียแล้ว ผมก็ต้องหางานที่มีรายได้เพิ่มขึ้น คือ หลังเลิกเรียน..ก็มาทำงานติดต่อลูกค้าให้กับบริษัทฝึกอบรมสัมมนาแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นงานด้านการตลาด ซึ่งช่วงนั้นผมอายุแค่ 18 ปีเท่านั้น
หลวงพ่อคะ ก่อนลูกจะมีวาสนามาเข้าวัดพระธรรมกาย ลูกมีชีวิตที่ยากจนข้นแค้นไม่มีเงินใช้ จนต้องเก็บผักจับปลา หากบหาเขียดตามท้องนามากินเพื่อประทังชีวิต หนำซ้ำพ่อแม่ก็สามารถส่งลูกเรียนได้แค่ป.6เท่านั้น พอจบมาก็ต้องมาตรากตรำทำนา จนลูกคิดหนีจากความจนไปให้พ้นๆ โดยการแต่งงาน แล้วเปลี่ยนอาชีพมาเก็บของป่าขาย
หลวงพ่อคะ ก่อนหน้านี้ลูกมีชีวิตลำบากมากค่ะ เพราะเป็นเกษตรกรทำนาแห้ว เมื่อปลูกเสร็จก็ต้องแบกแห้วหนักๆ ขึ้นรถกระบะจากสุพรรณบุรีไปเปิดท้ายรถขายที่ตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งใหม่ๆ ไม่มีใครมาซื้อหรอกค่ะ เรียกได้ว่า ทุนหายกำไรหด แถมยังอดหลับอดนอน เพราะต้องนั่งขายนอนขายอยู่คนเดียวตลอด 24 ชม.
วยความที่ลูกเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนมาก พอจบ ม.3 ก็ต้องจากบ้านที่สกลนคร เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ โดยมารับจ้างเลี้ยงเด็ก แล้วส่งเงินเดือนทั้งหมดกลับไปให้แม่ ซึ่งใหม่ๆลูกนั่งร้องไห้ทุกวันเลยค่ะเพราะรู้สึกน้อยใจในชีวิตที่เกิดมาจนทำให้ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ทั้งๆที่ยังไม่ถึงวัยอันควรเป็นเพราะความจนแท้ๆ
หลวงพ่อครับ ผมเรียนจบด้านวิศวะก่อสร้าง สมัยที่ทำงานแรกๆผมก็มีฝันว่าสักวัน “เราจะต้องเป็นเจ้าของกิจการให้ได้” แม้ตอนนั้นผมจะยังเป็นแค่ลูกน้องเขาก็ตาม ผมจะต้องไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้ครับ
ก่อนเข้าวัดลูกตกระกำลำบากมาก มีชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ โดยรับจ้างเย็บผ้ามีรายได้แค่วันละ 79 บาท ส่วนสามีก็เป็นแค่ลูกจ้างในร้านตัดผม ที่มีรายได้ไม่แน่นอน บางทีก็ได้แค่ 65 บาทต่อวันเท่านั้น ซึ่งเราต้องเอารายได้ทั้งหมดมาเลี้ยงลูกอีก 3 คน และต้องส่งให้แม่สามีด้วย
การดำเนินชีวิตถ้าจะให้เกิดความสมบูรณ์ทั้งด้านความสุขและความสำเร็จ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลจิตใจของตัวเองให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ โดยการทำจิตให้เป็นสมาธิ สงบนิ่งควบคู่กันไปในชีวิตประจำวันด้วย ซึ่งปัจจุบันถ้าเราได้ศึกษาถึงวิถีแห่งความสงบและความสะอาดแห่งใจอย่างจริงจัง
บรรยากาศในวันนี้อบอุ่น เบิกบานใจแบบที่สุดของที่สุดเลย เพราะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ และเอสแบค พร้อมคณาจารย์แทคทีมมากันแทบจะทุกคณะ มาต้อนรับพระธุดงค์ 1,130 รูป เช้านี้เสียงสาธุการจึงดังเป็นพิเศษจนเทวดาต้องจับตามอง
เวลาผ่านไปเร็วมากๆ นับถอยหลังเหลือเวลาอีกเพียงแค่นี้ดเดียวเท่านั้น ให้กองพลจักรพรรดิดาวรวยทุกท่านกุมหัวใจเอาไว้ให้ดี ใช้วันเวลาที่เหลือจากนี้ให้คุ้มค่ามากที่สุด!สร้างประวัติศาสตร์ชีวิตที่ดีให้กับตัวเอง เช่นเดียวกับน้องๆ อาสาสมัครรุ่นจิ๋ว ที่ขวนขวายเอาบุญทุกบุญด้วยความรักพระพุทธศาสนาตลอดเส้นทางพระผู้ปราบมารเลยค่ะ
กว่าจะมีภาพความสำเร็จในวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมาได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยค่ะ แต่เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นมาได้ จึงทำให้ทุกคนมีความสุขและเกิดการเปลี่ยนแปลงในจิตใจของผู้มีส่วนร่วมทุกคน