ลูกชื่อสิริพร ศิลาทรินทร์ อายุ 65 ปี หรือใครๆก็เรียกว่า “ครูใฝ” เจ้าค่ะ ลูกเป็นข้าราชการบำนาญปลดเกษียณแล้ว แต่ไม่ยอมเกษียณการทำความดีนะคะ จึงเข้ามาเป็นครูอาสาช่วยงานพระพุทธศาสนา ประสานงานเขตการศึกษาเขต1จ.ประจวบคีรีขันธ์ค่ะ
ความปลื้มในวันนี้เริ่มต้นตั้งแต่เวลาเช้ามืด เมื่อท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นำทีมข้าราชการ นายอำเภอ รวมไปถึงผู้มีบุญ ร่วมกันประกอบพิธีถวายสังฆทานแด่คณะพระธุดงค์ โดยมีพระครูนนทการโกศล เจ้าคณะอำเภอบางบัวทอง เจ้าอาวาสวัดบางรักใหญ่ เมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์
ในพุทธันดรที่ผ่านมา พระพ่อของลูกได้เกิดเป็นกุลบุตรหนุ่มรูปงามผู้มากไปด้วยความรู้ความสามารถ อยู่ในตระกูลข้าราชการทหารเมืองแห่งหนึ่ง ในแคว้นของพระราชาองค์ที่จะออกบวช
ตัวลูกจึงเดินทางไปเมืองหลวง นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับลูกชายของลูกและกลุ่มเพื่อนๆ ของเขา ไปรายงานและขอเข้าพบกับข้าราชการทหารชั้นผู้ใหญ่ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม
เมื่อพระธุดงค์มาถึง ต.นราภิรมย์ มีชาวบ้านออกมารอต้อนรับพันกว่าคน ข้าราชการ 50 คน นักเรียน 200 คน ซึ่งนายก อบต. เผยว่าถ้ามีโอกาสผมอยากบวชและอยากมาเดินธุดงค์อย่างนี้บ้าง
เมื่อฝูงโคว่ายข้ามแม่น้ำอยู่ ถ้าโคจ่าฝูงว่ายคดเคี้ยว โคที่เหลือทั้งหมดจะว่ายคดเคี้ยวตามไปด้วย ในหมู่มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นใหญ่ ประพฤติไม่เป็นธรรม ปวงประชาที่เหลือก็จะประพฤติไม่เป็นธรรมตามไปด้วย ถ้าข้าราชการประพฤติไม่เป็นธรรม ราษฎรก็อยู่อย่างลำบาก
วานนี้ (3 ม.ค.) เวลา 07.00 น. ที่มหาวิทยาลัยปทุมธานี พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวังโส ฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการเดินธุดงค์ธรรมชัยฯ แจ้งว่า นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน จังหวัดปทุมธานี จัดทำบุญใหญ่ถวายภัตตาหารพระธุดงค์ 1,128 รูป
ในพุทธันดรที่ผ่านมา ท่านมหาเสนาบดีได้เกิดอยู่ในตระกูลของข้าราชการระดับสูง หรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ เมื่อท่านเติบใหญ่ขึ้นก็ได้ไปศึกษาวิชาทหารประจำแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวช
สำหรับกลุ่มเพื่อนๆ ของภรรยาของตัวลูก ในภพชาตินั้น ก็จะเป็นกลุ่มลูกๆ ของผู้ที่มีฐานะดีที่อยู่ภายในเมืองหลวงของแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชในภพชาตินั้นไม่ว่าจะเป็นลูกๆ ของเหล่าคฤหบดีและลูกๆ ของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
น้าชายเป็นข้าราชการบำนาญ มีนิสัยรักความสะอาดมาก เจ้าระเบียบจัด แม้กระทั่งการจอดรถต้องเป๊ะๆ พออายุ ๕๐ กว่าๆน้าชายเริ่มมีนิสัยขี้กังวล จะไปไหนต้องหันรีหันขวาง กลัวลืมนั่นลืมนี่